ยะใสแนะรัฐบาล จับตานิคมฯจะนะ หวั่นสร้างขัดแย้ง


เพิ่มเพื่อน    


      “สุริยะใส” เตือนรัฐบาล ระวังโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะลุกลามสร้างความแตกแยกในภาคใต้ ซัดใช้วิถีโอลด์นอร์มอลทั้งที่ประกาศเป็นนิวนอร์มอล “ครป.” ออกแถลงการณ์บี้ทบทวน ทำประชาพิจารณ์ทั่วไทยก่อน
     เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม นายสุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊กถึงปัญหานิคมอุตสาหกรรมจะนะ หรือโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ใน อ.จะนะ จ.สงขลา ว่าขณะนี้ได้กลายเป็นประเด็นปัญหาที่อาจลุกลาม กลายเป็นความแตกแยกของประชาชนในภาคใต้ได้ถ้าไม่ระมัดระวัง และไม่คำนึงถึงเสียงของประชาชนทุกฝ่ายอย่างแท้จริง เพราะเท่าที่ติดตามดูภาครัฐยังมีท่วงทำนองเก่าๆ (โอลด์นอร์มอล) ที่จะดำเนินโครงการให้เบ็ดเสร็จ จนอาจละเลยเสียงคัดค้านและเสียงที่ไม่เห็นด้วยจากชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งยังมีประเด็นคำถามที่ภาครัฐยังไม่ได้ตอบคำถามอย่างกระจ่าง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นปัญหาการมีส่วนร่วมในโครงการอย่างแท้จริงของคนในพื้นที่ ความโปร่งใส ธรรมาภิบาลของโครงการ รวมทั้งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพยากรชายฝั่ง เป็นต้น
     นายสุริยะใสโพสต์ต่อว่า เราต้องยอมรับและเรียนรู้ถึงบทเรียนการพัฒนาที่สร้างปัญหาหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำอันดับ 3 ของโลก แต่ยังใช้วิธีการจัดการความขัดแย้งแบบเดิมๆ เช่น กล่าวหาชาวบ้านผู้เห็นต่างว่าเป็นพวกขัดขวางการพัฒนาบ้าง เป็นผู้ที่อยู่นอกพื้นที่รับมาประท้วงบ้าง เป็นพวกเสียประโยชน์บ้าง หรือใช้วิธีการคุกคามแกนนำบ้าง ซึ่งวิธีการแบบนี้ยังตอกย้ำการพัฒนาในวิถีเดิม วิถีแห่งความล้มเหลวและไม่ใช่การพัฒนาในวิถีใหม่ (นิวนอร์มอล) ซึ่งไม่สอดคล้องกับยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่พยายามชูนโยบาย รวมไทย สร้างชาติ แต่อย่างใด
     "ความจริงก็คือไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม ไม่มีใครอยากหยุดนิ่งย้ำอยู่กับที่และปฏิเสธการพัฒนา เพียงแต่ต้องสร้างหลักประกันให้ทุกฝ่ายว่าการพัฒนาจากนี้ไปต้องไม่มีคนได้ร้อยเสียร้อย และต้องเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน หยุดปัญหาความเหลื่อมล้ำ รวยกระจุกจนกระจายอย่างแท้จริงด้วย”    
     ขณะเดียวกันคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ได้ออกแถลงการณ์ ครป.ฉบับที่ 5/2563 เรื่องขอให้ทบทวนโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้า โดยได้เรียกร้องใน 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.ขอให้ชะลอโครงการนิคมฯ ไว้ก่อน เพื่อให้จัดทำการประชาพิจารณ์ในระดับประเทศ และระดมความเห็นอย่างกว้างขวางถึงแนวทางการพัฒนาในรูปแบบนิคมอุตสาหกรรมแบบเก่า ที่ส่งผลต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอันประเมินค่าไม่ได้ 2.เนื่องจากเป็นโครงการของรัฐบาลเก่า ครป.ขอให้รัฐบาลใหม่ปรับโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะเป็นโครงการพัฒนาที่สามารถอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเล และส่งเสริมการพัฒนาอาชีพตามวิถีชีวิตของชุมชนที่ต้องการ โดยการพัฒนาอุตสาหกรรมการประมงภาครัฐควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ 3.ขอให้รัฐบาลและศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ทำหน้าที่อำนวยความยุติธรรมและสันติสุขแก่ประชาชนในจังหวัดชายแดน  ไม่ใช่มุ่งการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นประโยชน์เฉพาะกลุ่มทุนของตัวเอง เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่และยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ต้องไม่ทำหน้าที่อย่างบิดเบือนและสร้างความแตกแยก  โดยต้องกำชับให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงระมัดระวังการปฏิบัติหน้าที่ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง และส่งผลต่อการละเมิดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่างๆ 
     “ขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมาย ได้ตรวจสอบเหตุการณ์และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนการปกป้องคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายของประชาชนเป็นหน้าที่ของรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง”.


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส