เครียดโควิดฉุดธุรกิจขนส่งพังเสี่ยยิงตัวดับ


เพิ่มเพื่อน    


    หนุ่มสุโขทัยชวนพี่น้องเข้าหุ้นเปิดบริษัทขนส่งสินค้า เจอพิษเศรษฐกิจแถมโควิดฉุดซ้ำทำธุรกิจย่ำแย่ เครียดหนัก ขับรถไปยิงตัวตายที่หน้าคลังสินค้า อีกราย สาวใหญ่ตัดสินใจจบชีวิตภายในรถเก๋งด้วยการจุดเตาเผาเบาะจนควันรมขาดอากาศหายใจ ยังไม่รู้สาเหตุแน่ชัด
    เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 13 กรกฎาคมนี้ ร.ต.อ.อัษฎายุทธ ทองสวรรค์ รอง สว.(สอบสวน) สน.นพวงศ์ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ยิงตัวตายภายในรถยนต์ บริเวณลานจอดรถหน้าทางเข้าคลังเก็บสินค้าลาดกระบัง แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวช รพ.ตร. และมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นลานจอดรถอยู่บริเวณทางเข้าไอซีดี พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 8 กญ 4538 กรุงเทพมหานคร ภายในรถพบศพนายฤทธิชัย เล็กกุล อายุ 37 ปี ชาว จ.สุโขทัย สวมเสื้อโปโลแขนสั้นสีน้ำเงิน กางเกงสามส่วนสีน้ำตาล ที่หว่างขาพบปืนกล็อก ขนาด 11 มม. สีดำด้าน ตกอยู่ 1 กระบอก ภายในแมกกาซีนบรรจุลูกปืน 11 นัด และพบปลอกตกอยู่ 1 ปลอก ตรวจสอบตามร่างกายพบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่ขมับขวา ทะลุศีรษะด้านหลังฝั่งซ้าย จนทำให้กระจกรถด้านหลังแตก โดยมีภรรยาร้องไห้นอนกอดศพบนรถและไม่ให้ใครเข้าใกล้จนสลบไป เจ้าหน้าที่ต้องนำตัวส่ง รพ.จุฬารัตน์ 9
    นางแสวง เล็กกุล อายุ 61 ปี มารดาผู้ตาย กล่าวว่า มีลูกชายทั้งหมด 4 คน คนตายเป็นลูกคนที่ 3 มีนิสัยเก็บกด ไม่ค่อยพูดและมีอะไรไม่ชอบบอก ก่อนหน้านี้ผู้ตายได้ชวนพี่น้องเปิดบริษัทเกี่ยวกับการจัดส่งสินค้าชื่อบริษัท ฤทธิชัย ทรานสปอร์ต จำกัด มีรถบรรทุกส่งสินค้า จำนวน 7 คัน โดยได้นำทรัพย์สินเป็นบ้านยื่นกู้กับธนาคาร 1.7 ล้านบาท เพื่อนำมาลงทุนทำบริษัทดังกล่าว ช่วงหลังประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจไม่ดี รวมทั้งปัญหาโควิด-19 ทำให้การส่งสินค้าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เมื่อช่วงเช้าลูกชายขับรถออกมาหางานตามโกดังส่งสินค้า ต่อมาภรรยาก็ขับรถออกมาตามหา เพราะเป็นห่วงเนื่องจากผู้ตายมีอาการเครียดและบ่นว่าจะฆ่าตัวตาย แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็พบว่าผู้ตายใช้อาวุธปืนตัวเองยิงตัวตายแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ก็จะนำศพลูกชายกลับบ้านที่ จ.สุโขทัย เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้ตายน่าจะเกิดอาการเครียดเรื่องธุรกิจมีปัญหา จนทำให้คิดสั้นฆ่าตัวตาย หลังจากนี้จะนำศพส่งนิติเวช รพ.ตร. เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
    อีกราย เวลา 05.30 น. วันเดียวกัน ร.ต.อ.สุชาติ จำนงบุญ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางปะอินสาขาย่อยสินทิวา ได้รับแจ้งพบหญิงเสียชีวิตอยู่ในรถเก๋งจอดอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งบนถนนโรจนะ พื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านกรด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์ พบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กย 8434 พระนครศรีอยุธยา ที่เบาะหน้าซ้ายข้างที่นั่งคนขับ พบร่างผู้เสียชีวิตชื่อ น.ส.ฐิตาภา แซ่แต้ 49 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร สภาพศพอยู่ในท่าปรับเบาะเอนนอน และยังพบร่องรอยการจุดไฟเผาเบาะหลังรถยนต์จนเกิดไฟไหม้ โดยมีเตาอั้งโล่และถ่านหุงต้ม 1 ถุง แกะใช้งานไปบางส่วน อยู่ที่หน้าเบาะหลัง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง
    จากการตรวจสอบทราบจากคนในชุมชนว่า ผู้เสียชีวิตได้มาเช่าบ้านพักอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านใกล้เคียงที่เกิดเหตุกับลูกสาว แต่ไม่พบว่าใครอยู่บ้าน จนมาพบจอดรถจุดดังกล่าวและก่อเหตุสลดขึ้น 
    ด้านนายกฤตภัค บุญศิลป์ อายุ 24 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านซึ่งมาตรวจสอบเป็นคนแรก กล่าวว่า มีประชาชนขี่รถจักรยานยนต์ผ่านรถคันที่เกิดเหตุ แจ้งตนว่าเห็นแสงไฟภายในรถ จึงได้รีบมาตรวจสอบ พบไฟลุกไหม้อยู่ภายในรถ จึงได้วิ่งไปหยิบถังดับเพลิงพร้อมตะโกนถามคนในละแวกว่ารถใคร จากนั้นพบว่ามีเปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นมาอีกภายในรถ จึงตัดสินใจทุบกระจก และนำถังเคมีฉีด ตอนแรกไม่ได้สังเกตว่ามีใครอยู่ในรถ พอเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรย์มาถึงได้ตรวจสอบพบว่ามีคนนอนอยู่ที่เบาะ จึงได้ประสานทีมแพทย์กู้ชีพโรงพยาบาลบางปะอินมาตรวจสอบ พบว่าเสียชีวิตแล้ว
    เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เห็นรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวขับมาจอดตรงบริเวณจุดเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. จากนั้นผู้เสียชีวิตได้ย้ายจากเบาะนั่งคนขับมาที่เบาะซ้าย เห็นเพียงเงารางๆ เปิดไฟในตัวรถ และเห็นแสงไฟจากโทรศัพท์มือถือ จากนั้นก็ไม่เห็นออกมาจากรถอีกเลย ก่อนพบเพลิงลุกไหม้ที่เบาะหลัง  
    เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าผู้เสียชีวิตมีลูกสาว 1 คน จะติดตามตัวมาสอบถามถึงสาเหตุของการก่อเหตุดังกล่าว และให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติอย่างละเอียดอีกครั้ง.


ต้องบอกว่า........ "เวทีล้มเจ้า" ที่ "ธรรมศาสตร์" คืนวาน "จัดหนัก-จัดเต็ม" ฮือฮากันไม่จบจนถึงตอนนี้ ถือว่า "จุดติด" แล้วใช่มั้ย?

สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ