ทดสอบสถานการณ์ 'รอบ ๒'


เพิ่มเพื่อน    

           ในความเห็นผมนะ

                กรณี ทหารอียิปต์ "ติดเชื้อโควิด" เข้าพักโรงแรมที่ระยอง และเข้าห้าง ไล่เลียงตามตารางเวลาแล้ว

            วิตกได้........

            แต่ไม่ต้อง "ตีตนไปก่อนไข้" แล้วดรามาเป็นเรื่องราวข่าวสารให้แตกตื่น-โกรธ-เกลียดชัง และโทษกัน จนเกินเหตุไปหรอก!

            ค่อยพูด-ค่อยจา ประสาคนห่วงใยสถานการณ์ด้วยกัน มีอะไรก็บอก ก็เตือนกัน ก็จะน่ารัก อย่างที่เราทุกคน "น่ารัก" มาตลอด

            อย่าถึงขั้นต้องเพ่งโทษ เอาเป็น-เอาตายกับเจ้าหน้าที่ กระทั่งกับ ผบ.ทบ.ว่า "ไม่กักตัว ๑๔  วัน" สร้างชนชั้นอภิสิทธิ์ขนาดนั้นเลย

            กรณีอย่างนี้ เทียบให้เห็นภาพ ทั้งเรา ทั้งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทำหน้าที่เหมือน "ผู้รักษาประตูฟุตบอล"

            ไม่มีผู้รักษาประตูคนไหนหรอก ที่อยากให้ลูกเข้าประตู

            แต่ก็ไม่มีผู้รักษาประตูคนไหน.........

            ที่สามารถป้องกันประตูได้ตลอด โดยไม่ถูกยิงเข้า!

            แม้ลูกเข้าประตู ก็เป็นที่เข้าใจได้ มีน้อยคนนัก ที่จะแช่ง, ด่า, โทษ, โวยวาย ผู้รักษาประตู

            เหตุครั้งนี้ก็ทำนองนั้น รอบบ้าน-รอบเมืองเรา โควิดทั้งนั้น ดาหน้ารุมยิง ทีมเจ้าหน้าที่ไทยเรา เหนียว "อุดประตู" มาได้ขนาดนี้

            เก่งยิ่งกว่า "กวินทร์บินได้" ซะอีก!

            และก็เพิ่งนี่แหละ ไทย ๐ มา ๕๐ นาที ถูกยิงชนิด "คาบลูก-คาบดอก" ไปหนึ่งลูก เป็นประตูหรือไม่ ก็ยัง ๕๐-๕๐ ด้วยซ้ำ?

            ผมจึงอยากบอก ตื่นตัวได้ แต่อย่าแตกตื่น และตีฟองชนิด "ตีตนไปก่อนไข้" ว่าประเทศไทย ถูกโควิด "ตีไข่แตก" ในครึ่งหลัง แล้วคุคลั่ง ด่ากราด!

            ถึงตีไข่แตกจริงๆ......

            หมายถึงทหารอียิปต์คนนั้น มีเชื้อโควิดติดตัวเข้ามา แต่เชื้อนั้นจะแพร่ในบ้านเราหรือไม่

            เมื่อดูตามเส้นทางโคจรของเขา น่าจะยังไม่ถึงขั้นนำไปสู่คำว่า "ระบาดรอบ ๒" จริงๆ จังๆ!

            ลองพิจารณาผ่าน "ตารางเวลา" ที่หมอทวีศิลป์แถลงเมื่อวาน (๑๓ ก.ค.๖๓) ดูก็ได้ ขออนุญาตนำข่าวจากเว็บโพสต์ทูเดย์ มาให้ดู ดังนี้

            "นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค.แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ประจำวัน

                โดยระบุถึงไทม์ไลน์ ของทหารชาวอียิปต์ ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย และพบว่าติดเชื้อโควิด-19

                -ทหารอียิปต์รายนี้ อายุ 43 ปี เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ลักษณะของลูกเรือเครื่องบินทหาร

                ซึ่ง 'เข้าเกณฑ์' ในการอนุญาตให้เข้าประเทศได้

                -6 ก.ค.เดินทางออกจากสนามบิน กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

                -7 ก.ค.เดินทางจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปปากีสถาน

                -8 ก.ค.เดินทางถึง 'ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา' เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.ระยอง

                -9 ก.ค.ออกจากโรงแรม จ.ระยอง ไปท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เพื่อบินไปทำภารกิจทางการทหารที่เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน

                โดยเดินทางไป-กลับวันเดียวกัน และกลับมาเข้าพักที่โรงแรมเดิมใน จ.ระยอง

                -10 ก.ค. ทีมหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ อ.เมืองระยอง เข้าคัดกรองอาการของคณะเดินทางและลูกเรือ เก็บตัวอย่างส่งตรวจ 31 ราย

                -11 ก.ค.คณะเดินทางออกจากประเทศไทยกลับอียิปต์

                -วันเดียวกัน ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่ชัดเจน

                จึงต้องตรวจซ้ำอีกครั้ง

                -12 ก.ค.ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันพบเชื้อ

            ก็จะเห็น การเข้ามาไทยของคณะทหารชุดนี้ เข้ามาได้ตามเงื่อนไข พ.ร.ก.ฉุกเฉินกำหนด ไม่ใช่ ผบ.ทบ. ๒ มาตรฐาน

            อีกทั้ง เมื่อเข้ามาแล้ว เจ้าหน้าที่คัดกรอง ได้คัดกรองอาการ เก็บตัวอย่างทั้ง ๓๑ คนส่งตรวจเชื้อโควิด ไม่มีการละเลย

            คณะนี้ เดินทางเข้ามาวันที่ ๘ ก.ค.ก็เข้าพักโรงแรมในระยอง

            รุ่งขึ้น วันที่ ๙ บินไปจีน และกลับมาในวันเดียวกัน เข้าพักที่โรงแรมอีก

            วันที่ ๑๐ ทีมปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อมาคัดกรอง เก็บตัวอย่างส่งตรวจ

            รุ่งขึ้น ๑๑ ก.ค.คณะทหารอียิปต์ก็บินจากอู่ตะเภากลับอียิปต์ ขณะเดียวกัน ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการก็บอกไม่ชัดเจนว่าติดเชื้อหรือไม่ติด

            เพื่อให้แน่ใจ ตรวจซ้ำอีกที

            จนอีกวัน คือวันที่ ๑๒ ก.ค.ผลตรวจถึงออกมาชัดเจนว่า "ติดเชื้อ"!

            ดูตามรูปการณ์ ไม่มีใครปล่อยปละเรื่องคัดกรอง "ตรวจหาเชื้อโควิด"

            หากแต่ช่วงระยะเวลาระหว่าง "เข้า-ออก" เป็นช่วงเวลาเหลื่อมต่อในเส้นทางตรง "สนามบิน-โรงแรม, โรงแรม-สนามบิน"

            ไม่ได้ออกนอกเส้นทางไปไหน

            จะมี ก็อย่างที่ว่า "ไปห้าง" จุดเดียว ตอนพักโรงแรมเท่านั้น ไม่ได้ออกนอกไปสู่พื้นที่ชุมชนแออัด  เช่นสถานบริการ, ตลาด ฯลฯ

            และการที่ห้องปฏิบัติการมีผลตรวจไม่ชัดเจน จนต้องตรวจสอบซ้ำ

            ก็แสดงว่า........

            ถึงมีเชื้อ ก็ระดับอ่อน หรือไม่ก็เป็นประเภท "โควิดเทียม"!

            ผมค่อนข้างเป็นคน "โลกสวย" มองเรื่องนี้ แล้วอยากบอกว่า "ดี" และขอบคุณทหารอียิปต์

            ถ้าไม่มีกรณี "ทหารอียิปต์" เราจะไม่รู้เลยว่า ถึงวันนี้...วันที่ประเทศไทย "ไร้โควิด" เข้าวันที่ ๕๐  แล้วนี้

            "ทุกยูนิต" ประเทศ.......

            ตั้งแต่ ศบค., แพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์ ตลอดถึงประชาชน

            ยังถึงพร้อมด้วย "ความไม่ประมาท" การ์ดยังสูงดีอยู่ หรือว่าการ์ดตกแล้ว?

            มาตรการป้องกัน-ระวัง การบุกรอบ ๒ ของโควิด ตามที่คาดการณ์กันว่ามันมาแน่

            รัฐบาล โดย ศบค.และทีมแพทย์ พร้อมแต่ปาก หรือพร้อมจริง?

            และ "สามัคคี-มีวินัย-อดทน-สละประโยชน์ตน-พิทักษ์ประโยชน์รวม" ยังเหนียวแน่นในหมู่พี่น้องไทยดีอยู่หรือไม่?

            ทั้งหมดนี้ เราจะไม่รู้เลย..........

            ถ้า "ทหารอียิปต์" ไม่มาเป็นตัว "ทดสอบ-พิสูจน์" ให้เรา!

            พอหมอทวีศิลป์แถลงปัง ว่าทหารอียิปต์นำเชื้อโควิดผ่านแนวป้องกันด้านตะวันออกเข้าเมืองระยอง       เท่านั้นแหละ.......

            ภาคประชาชนพรึ่บ เข้าประจำการแนวป้องกันโควิดข้าศึก บ่น, ก่นตำหนิ เป็นการตรวจงานภาครัฐบาลและทีมเจ้าหน้าที่

            ภาครัฐ ทั้งนายกฯ ทั้งทีมแพทย์ ทั้งเจ้าหน้าที่ที่ประจำการแนวรบระยอง ปฏิบัติการตามมาตรการ ลักษณะพรักพร้อม ตื่นตัวตลอด

            เห็นชัดว่า ทุกยูนิตประเทศ "การ์ดไม่ตก" ตามที่บรรดาคุณหมอทั้งหลายพร่ำเตือนให้ระวัง "รอบ ๒  มันมาแน่"!

            แต่ ครั้งนี้.......

            ถือเป็นการ "ซ้อมใหญ่" เช็กความพร้อม ดูความตื่นตัว ปรากฏว่า "ผ่าน" น่าพอใจ

            เสียงตำหนิ ด่าทอ บ่นว่า จากภาคประชาชน นั่นคือสัญญาณ ทุกยูนิตสามัคคี ไม่นิ่งดูดาย ยังทำหน้าที่รักษาประตูแข็งขัน ป้องกันโควิดยิงประตู

            เมื่อมันลอดหว่างขาเข้ามาหนึ่งลูก ก็เป็นธรรมดาของเกม ของศึกสงคราม ป้องกันขนาดไหน ยังไงๆ มันก็ต้องโดนจนได้ หนัก-เบา เป็นอีกเรื่อง

            "การศึกยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร" ก็ประมาณนั้น ในภาวะกองทัพโควิดยังเคี่ยวคลั่งทั้งโลก

            ยากที่เราจะรักษา "หน้านวล" อยู่ประเทศเดียวได้ตลอดไป เพราะมันเป็นไปไม่ได้ ที่เราจะ "ปิดประเทศ" ชนิดปิดตาย โดยไม่คบค้าสมาคมกับสังคมโลกบ้าง

            ปลอดโควิด โดยไม่คบค้าสมาคมกับชาวโลก ปลอดนั้นจะมีความหมายตรงไหน ในเมื่อเพื่อนบ้าน-เพื่อนโลก ยังงอมด้วยโควิด

            เราไปเยี่ยมเยียน ทำมาค้าขายกับเขาไม่ได้ เขาก็จะมาเยี่ยมเยียน ทำมาค้าขายกับเราก็ไม่ได้

            สุขแบบเดียวดาย ไร้เพื่อน กับสุขเปื้อนทุกข์บ้าง ร่วมหมู่เพื่อน รสชาติเค็มๆ มันๆ เหมือนโอเลี้ยงยกล้อ อร่อยดีออก

            คิดดูซิ .........

            เราตาย-เขาตาย, เขาตาย-เราตาย ถือว่าไม่มีใครได้-ใครเสียในทางร่วม เรื่องโควิดรอบ ๒ ในบ้านเรา ก็เช่นนั้น

            ไม่วันนี้ ก็วันหน้า ซักวัน มันก็ต้องมา ไม่ช้า-ก็เร็ว ในสังคมร่วมโลก!

            ฉะนั้น อย่าแตกตื่น โวยวาย โทษเขา-โทษเรา ขอให้เข้าใจ เจ็บนี้ เจ็บสาธารณะ ทุกคนจะต้องเจ็บร่วมกันอีกนาน ทำความเข้าใจกับสถานการณ์ "ทดสอบ-ซ้อมรบ" ไว้

            จนกว่า จะได้ "วัคซีน" ปลายปี

            ถ้าเรา "โชคดี" นะ!


คอยฟังนะครับ! กรณี "สั่งไม่ฟ้อง" วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ "บอส เรดบูล" บัดนี้ คณะทำงานที่อัยการสูงสุดตั้งให้ตรวจสอบ "มีคำตอบ" แล้ว

บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'
'ซื้อเวลาได้-ซื้อศรัทธาไม่ได้'