ป้อมลั่น‘พปชร.’ไม่เฉพาะกิจ


เพิ่มเพื่อน    

  นายกฯ ขอบคุณสื่อเจ้าของสำนักพิมพ์ ได้รับฟังข้อเสนออันเป็นประโยชน์ พร้อมรีบดำเนินการให้เกิดเป็นรูปธรรม พอใจผลงานรัฐบาลครบ 1 ปี 16 ก.ค.นี้ ยอมรับปัญหาเชิงโครงสร้างแก้ยาก ต้องขอร่วมมือทุกฝ่ายอย่าหลงเชื่อคำบิดเบือนปลุกระดม  ทุกอย่างจะเกิดเร็วขึ้น มท.2 แย้มเดือน ธ.ค.เลือกตั้งท้องถิ่น เผยต้องหารือ กกต.ก่อนกำหนดวันเลือกตั้ง "ปิยบุตร" ลุยเชียงรายปลุกยุติรัฐราชการรวมศูนย์ทวงคืนอำนาจสู่ท้องถิ่น "บิ๊กป้อม" ลั่นพปชร.ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ

    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 14 กรกฎาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าได้เดินทางและพบปะกับสื่อทุกสำนักพิมพ์มาแล้ว ได้รับฟังข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์มากมายหลายประการ สิ่งใดที่เราสามารถดำเนินการได้ก็จะรีบดำเนินการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ให้ตรงกับความต้องการของประชาชน สื่อก็เป็นตัวกลางในการสร้างความเข้าใจอันดีและถูกต้องให้กับประชาชนให้ได้รับทราบว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ หลายเรื่องมีความก้าวหน้า ไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรเลย
    "ขอขอบคุณบรรดาสื่อ เจ้าของสื่อและสำนักพิมพ์ทุกคน ทั้งในส่วนของคอลัมนิสต์ต่างๆ ผมได้มีโอกาสพบกับพวกท่านหลายคนจากทุกๆ สำนักพิมพ์ ยืนยันว่านายกฯ ไม่เคยหยุดนิ่ง ทั้งคิดทั้งเขียนต่างๆ มาโดยตลอด ติดตามประเมินผล" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า วันนี้ได้สั่งการให้มีการประเมินผลข้าราชการให้ดีด้วย ทุกคนจะต้องทำงานให้เต็มที่ในขณะที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน ให้สมกับคำว่าเป็นข้าราชการของประชาชน เป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องทำทุกอย่างไปสู่การปฏิบัติ
    ส่วนความพึงพอใจในการเข้ามาบริหารราชการในฐานะที่เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่จะครบ 1 ปี ในวันที่ 16 ก.ค.นี้  นายกฯ กล่าวว่า ถ้าถามว่าพอใจมากน้อยแค่ไหน จะตอบว่ามากหรือน้อยก็ไม่ได้ แต่พอใจที่ได้แก้ปัญหาได้สำเร็จเสร็จสิ้นในบางปัญหา บางอย่างที่ยังไม่สำเร็จตนก็ไม่พอใจ แต่ผลสำเร็จในบางโครงการซึ่งเป็นงานใหญ่ๆ นั้น ก็ต้องมาดูกิจกรรมย่อยว่าทำไปได้ แล้วแค่ไหน เพื่อนำไปสู่กิจกรรมใหญ่ซึ่งจะเป็นผลสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างความเป็นธรรม การแก้ปัญหาความยากจน การกระจายรายได้ ถ้าเรามองในกลุ่มงานข้างล่างหลายอย่างสำเร็จไปแล้ว แต่ถ้าจะเป็นภาพรวมข้างบนทั้งหมดต้องใช้ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน
    “ผมดูแลมาในทุกจังหวัดด้วยดีมาตลอด ไม่เคยเลือกปฏิบัติทั้ง 76 จังหวัด มีเม็ดเงินลงไปให้ทุกจังหวัดมากบ้างน้อยบ้าง แต่ก็ถือว่ามากกว่าที่ผ่านมาเยอะพอสมควร อีกทั้งก็เกิดผลผลิตมาบ้างแล้ว ปัญหาทุกปัญหามันไม่ใช่เพียงปัญหาเดียว ถ้าปัญหาเดี๋ยวผมแก้แป๊บเดียวก็จบ และก็แก้ไปเยอะแล้ว แต่ปัญหาใหญ่ในเชิงโครงสร้างยอมรับว่ายากจึงจำเป็นต้องเดินหน้าไปทุกปีแล้วจะสำเร็จถ้าร่วมมือกัน ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่เป็นไปตามคำบิดเบือน การปลุกระดมต่างๆ ทุกอย่างก็จะเกิดเร็วขึ้น ถ้าต่อต้านกันทุกวันก็คงทำอะไรไม่ได้ทั้งหมด แล้วจะสำเร็จได้อย่างไร ก็ต้องช่วยกันลดแรงกดดันตรงนี้ให้ผมบ้างก็ขอ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช. มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า คาดว่าจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น 1 ประเภท ก่อนภายในสิ้นปีนี้แน่นอน และยังไม่ได้หารือกันว่าจะเป็นการเลือกตั้งประเภทใดก่อน ต้องรอความพร้อมในการประสานงานกัน กระทรวงมหาดไทยต้องหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จากนั้น กกต.จะกำหนดวันเลือกตั้ง และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ?ขอให้รอเรื่องการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษาก่อน นอกจากนี้ยังมีการแบ่งเขตใหม่เพื่อให้ประชากรในแต่ละเขตใกล้เคียงกันมากที่สุด เมื่อประกาศแบ่งเขตชัดเจนแล้วทุกฝ่ายจะได้เตรียมตัวได้ คนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งจะได้รู้ว่ามีพื้นที่ใดบ้าง กี่ตำบล กี่อำเภอ ขณะนี้การแบ่งเขตเลือกตั้งยังไม่แล้วเสร็จ แต่ถือว่าทุกฝ่ายน่าจะได้เตรียมความพร้อมในอำนาจหน้าที่ตัวเองแล้ว ส่วนฝ่ายการเมืองจะลงพื้นที่ต้องรอการประกาศเขตเลือกตั้งทั้งหมดให้ชัดเจนก่อน
    เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลระบุการเลือกตั้งท้องถิ่นจะเกิดขึ้นในวันที่ 13 ธ.ค. นายนิพนธ์กล่าวว่า ตนคิดว่าเดือน ธ.ค.มีความเป็นไปได้ แต่วันที่ตนไม่ยืนยันว่าเป็นวันที่เท่าไหร่
     ที่ จ.เชียงราย “คณะก้าวหน้า” ได้จัดโครงการ “Common  School On Tour” โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า บรรยายในหัวข้อ “ยุติรัฐราชการรวมศูนย์ ทวงคืนอำนาจสู่ท้องถิ่น” ตอนหนึ่งว่า พัฒนาการของการกระจายอำนาจที่ก่อตัวขึ้นมาบนหลักการสากลและได้ถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ที่หลักการกระจายอำนาจมีความละเอียดและครบถ้วนที่สุด แต่ภารกิจทั้งหมดก็ยังไม่ได้ถูกถ่ายโอนไปที่ท้องถิ่นทั้งหมดอย่างแท้จริง เมื่อมีการรัฐประหารวันที่ 19 ก.ย.2549 สิ่งที่คิดฝันในการพัฒนาการกระจายอำนาจได้สะดุดหยุดลง และเมื่อมีการรัฐประหาร 2557 โดย คสช.การกระจายอำนาจก็ได้ถอยหลังเข้าคลอง นอกจากนี้ยังไม่มีการเลือกตั้งท้องถิ่นมาเกือบทศวรรษแล้ว และยังต้องมาคอยทวงถามว่าเมื่อไหร่ถึงจะจัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ก็เต็มไปด้วยความไม่ชัดเจน
     "สมัยตอนเป็นพรรคอนาคตใหม่ ได้เคยเสนอนโยบายไว้ว่าต้องการยุติรัฐราชการรวมศูนย์ ทวงคืนอำนาจให้ท้องถิ่น โดยอำนาจการจัดทำบริการสาธารณะต้องเป็นของท้องถิ่น คณะก้าวหน้าจะส่งผู้สมัครในทุกระดับจำนวน 4,000 แห่ง แต่ขณะนี้มีเพียงผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 17 แห่งเท่านั้น ทั้งนี้จะเปิดรับสมัครทางเว็บไซต์พร้อมกันในวันที่ 15 ก.ค.นี้ จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจที่เป็นคนหน้าใหม่ และมีใจอยากร่วมกันพัฒนาท้องถิ่นสามารถสมัครเข้ามาได้ผ่านทางออนไลน์" นายปิยบุตรกล่าว
    วันเดียวกัน ที่พรรคพลังประชารัฐมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ฐานะหัวหน้าพรรคเป็นประธาน ที่ชั้น 5 อาคารรัชดาวัน ที่ทำการพรรค มีแกนนำและรัฐมนตรีร่วม เช่น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตร ฯ, นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค, นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล, นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรค คาดว่าที่ประชุมมีการหารือรับทราบรายงานการประชุมในสัปดาห์ก่อน และประเด็นทางการเมือง เช่น ทิศทางของพรรคหลังกลุ่ม 4 กุมาร ออกจากพรรค และสัดส่วนคณะรัฐมนตรีของพรรค ซึ่งเป็นไปตาม ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เคยให้สัมภาษณ์ว่าต้องฟังความเห็นจากพรรคเป็นหลัก
    พล.อ.ประวิตรกล่าวกับ ส.ส.ว่าเราไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ ทำแล้วเลิก เราต้องการทำงานการเมืองเข้มแข็ง ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง เชื่อว่าหากทุกคนร่วมมือกันทำงาน จะสามารถทำให้พรรคเข้มแข็งเป็นหนึ่งเดียว วันศุกร์ 10 ก.ค. เซ็นแต่งตั้ง 10 รองหัวหน้าพรรค เพื่อแบ่งตามภาค สร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิก นอกจากนั้นยังมีมติส่งนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก เป็นผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม เขต 5 สมุทรปราการ
    ภายหลังการประชุม พล.อ.ประวิตรเปิดเผยอีกว่า วันนี้หารือกันปกติ ให้ทุกคนในพรรครักสามัคคีกลมเกลียวกัน ให้ทำการเมืองเข้มแข็ง ประเทศชาติเข้มแข็งอยู่ดีกินดี เมื่อถามว่าได้หารือการปรับ ครม.ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐแล้วหรือยัง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เรื่องการปรับ ครม.เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี.

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.