'อสส.' เล็งแก้กฎหมายขยายวาระดำรงตำแหน่ง 'ก.อ.' อ้าง 'ก.ต.' ยังเป็นต่อเนื่องได้ 2 ครั้ง


เพิ่มเพื่อน    

15 ก.ค.63 - นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด(อสส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับโครงสร้างองค์กรอัยการ ประเด็นวาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ว่า ปัจจุบันกฎหมายอัยการเขียนไว้ว่า ก.อ.ทุกประเภทจะดำรงตำแหน่งได้เพียงครั้งเดียว มองว่าในสภาพปัจจุบันเรื่องนี้อาจไม่เหมาะสม เพราะขาดความต่อเนื่องของงาน อย่างคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ของศาลยังสามารถเป็นต่อเนื่องได้ 2 ครั้ง ถึงค่อยเว้นแล้วสามารถเป็นได้อีก 

"กฎหมายอัยการตรงนี้ควรแก้ไข จะเป็นรูปแบบใดนั้นต้องดูกันอีกที เราอาจจะดูแบบของศาล นำมาปรับปรุงใช้และศึกษา อาจจะปรับเปลี่ยนไม่เหมือนซะทีเดียวก็ได้ รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นของคนในองค์กรก่อนจะเสนอแก้กฎหมาย ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการศึกษาข้อเท็จจริงและเริ่มดำเนินการแล้ว"อัยการสูงสุด  ระบุ

นายวงศ์สกุล ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการเสนอแก้ไขกฎหมายคุ้มครองอัยการให้ไม่ต้องรับผิดในการปฏิบัติหน้าที่ทางแพ่ง-ปกครอง เว้นแต่ทำโดยทุจริตหรือประมาทร้ายแรง ว่า กฎหมายของบางหน่วยงานมีเขียนเรื่องความรับผิดทางแพ่งไว้ แต่ในกฎหมาย พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า การพิจารณาสั่งคดีของอัยการที่มีเหตุผลประกอบจะได้รับความคุ้มครอง ไม่ถือเป็นคำสั่งทางปกครอง และใครจะไปฟ้องเป็นคำสั่งทางปกครองมิได้ ซึ่งอัยการเรามีทั้งสำนักงานแพ่งและปกครอง แต่บางครั้งมันมีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องการส่งสำนวนเอกสารที่จะมีปัญหาเรื่องระยะเวลาขึ้นมา

"ถ้าไม่เกิดจากความพลั้งเผลอประมาทร้ายแรงหรือการทุจริตฯ ก็ไม่สมควรรับผิด ที่ทำคดีบางครั้งก็ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของอัยการเอง แต่กลับต้องโดนมารับผิดทางแพ่งเป็นเงินจำนวนมาก ตรงนี้เป็นเรื่องบั่นทอนจิตใจคนทำงาน ตอนนี้เรากำลังศึกษารายละเอียดอยู่ว่าจะเสนอแก้กฎหมายได้หรือไม่ หากแก้ไม่ได้เราก็จะต้องออกระเบียบมารองรับคนทำงาน ตนไม่อยากให้เสียกำลังใจ"


ก็พลอยปีติยินดีไปด้วย......กับพี่น้องชาวใต้ "นราธิวาส-ปัตตานี-ยะลา-สงขลา" ที่มีโอกาสได้รับเสด็จ"สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" พระผู้ซึ่งเป็นแก้วตา-ดวงใจของมวลพสกนิกรไทยทั้งมวล

ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน
ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'