จับเจ๊เพชรปอยเปต ลอบขนต่างด้าว


เพิ่มเพื่อน    


    สตม.ตามจับได้แล้ว "เจ๊เพชร ปอยเปต" หลังโฆษณาผ่านเฟซบุ๊กรับจ้างนำต่างด้าวเข้า-ออกประทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว 14 วันและไม่ผ่านการตรวจโรค สารภาพคิดหัวละ 4 พัน
    ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) วันที่ 15 กรกฎาคมนี้ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ รอง ผบช.สำนักงบประมาณและการเงิน (สงป.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3., พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ตม.3., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.ตม.จว.สระแก้ว และชุดสืบสวน ตม.จว.สระแก้ว ร่วมแถลงผลการจับกุมนางเพชรรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ในข้อหา “เป็นบุคคลซึ่งเข้ามาหรือออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่เข้าออกตามช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองเขตท่าสถานีหรือท้องที่และตามกำหนดเวลา, ไม่ยื่นรายการตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง และไม่ผ่านการตรวจหรืออนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ของด่านตรวจคนเข้าเมืองประจำเส้นทางนั้น” และฝ่าฝืนข้อกำหนด ตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ข้อ 3 (6) (ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด) โดยจับกุมได้ที่โรงแรมใน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังมีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับบุคคลที่อ้างว่าสามารถลอบพาคนเข้าออกประเทศได้ ชื่อ “เจ๊เพชร ปอยเปต”
    สืบเนื่องจากสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับ “เจ๊เพชร ปอยเปต” ผู้โพสต์ในเฟซบุ๊ก โดยมีข้อความโฆษณาว่า “จะเข้าจะออก บอกเจ๊เพชร ไม่ต้องวิ่ง ไม่ต้องลุยน้ำ หรือลุยโคลน ทักเจ้เพชร ปอยเปต ชัวร์ ๑๐๐%” สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ตม.จว.สระแก้ว ออกสืบสวนในพื้นที่ จนกระทั่งเย็นวันที่ 14 ก.ค.63 ชุดสืบสวน ตม.จว.สระแก้วได้พบตัวเจ๊เพชรที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจสอบ ผู้ถูกจับกุมได้แสดงหนังสือเดินทาง ระบุชื่อ นางเพชรรัตน์ อายุ 55 ปี
    จากการสอบถามผู้ถูกจับรับว่าตนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรทางช่องทางธรรมชาติ โดยไม่ได้ปฏิบัติตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ข้อ 3 (6) นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรในระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง พบว่าผู้ถูกจับมีข้อมูลเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 13 มี.ค.63 เวลา 13.39 น. ทางจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก และไม่พบข้อมูลเดินทางเข้าราชอาณาจักรแต่อย่างใด
    นางเพชรรัตน์ยังได้รับสารภาพว่าตนเป็นผู้โพสต์เฟซบุ๊ก โฆษณาว่าสามารถนำพาคนเข้าออกประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน และไม่ต้องผ่านการตรวจโรค เรียกเก็บค่าใช้จ่ายครั้งละ 4,000 บาท โดยผู้เดินทางต้องโอนค่ามัดจำเป็นค่ารถ จำนวน 500 บาท และจ่ายอีก 3,500 บาท เมื่อถึงปลายทาง โดยมีนายบอง ไม่ทราบชื่อ นามสกุล และสัญชาติที่แท้จริง และมีคนไทยบางกลุ่มร่วมขบวนการ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดต่อไป
    นอกจากนี้ ชุดสืบสวนตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตากยังสามารถจับชายไทย ขณะขับรถโดยสารไม่ประจำทางที่มีกลุ่มแรงงานต่างด้าว 20 คน ผ่านจุดตรวจบ้านห้วยหินฝน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จากการตรวจค้น พบในจำนวนนี้มีเอกสารถูกต้องเพียง 4 คน ส่วนอีก 16 คน พบเอกสารการแจ้งความหนังสือเดินทางหาย แต่เมื่อตรวจสอบในฐานข้อมูลของตรวจคนเข้าเมือง พบเป็นหนังสือเดินทางของบุคคลอื่น จึงสอบสวนและทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าเป็นชาวเมียนมาหลบหนีเข้ามาทำงานทั่วไปในประเทศไทย แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นายจ้างบอกเลิกจ้าง จึงจะเดินทางกลับประเทศ แต่มาถูกจับได้ก่อน
    ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 14 กรกฎาคม 2563 มีการจับกุมผู้นำพาและลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายได้แล้ว 2,169 คน พร้อมเตือนผู้ประกอบการ หากแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่มีการลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ผ่านการตรวจคัดกรองจะมีความเสี่ยงในการติดโรคได้.


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'