เมื่อ 'ผู้รับใช้' เผชิญหน้านาย


เพิ่มเพื่อน    

            ยุคก่อนๆ.......

            นายกฯ "ปกครองประชาชน" หมายถึงนายกฯ เป็นนาย

            ถึงยุค New Normal

            เปลี่ยนเป็น "ประชาชนปกครองนายกฯ" คือประชาชนเป็นนาย

            ก็เพิ่งเข้าใจที่นายกฯ พูดถึงการทำงานของท่านเสมอมาว่า

            "ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง"

            ก็เพราะแบบนี้แหละ!

            คิดแล้วจึงทึ่ง พลเอกประยุทธ์ ค่อนชีวิตอยู่ในอาชีพทหาร แต่ด้วยชะตากำหนด

            ปี ๒๕๕๗ ต้องเข้าควบคุมอำนาจปกครองประเทศ ให้สังคมตราหน้าว่า "นายกฯ เผด็จการ"

            แต่เพียง ๔-๕ ปี......

            "เผด็จการ" กลับเรียนรู้ "วิถีประชาชน" ด้วยเข้าถึง "ชีวิต-ความคิด-จิต และทัศนะ" ตามระบบ-ระบอบประชาธิปไตย มากกว่า.......

            บางพวกที่หากินอยู่กับคำว่า "ประชาธิปไตย" ทั้งชีวิต!

            จึงไม่แปลก เมื่อพลเอกประยุทธ์ เข้าสู่การเมืองระบบเลือกตั้ง

            เพียงปีเศษ สามารถใช้ "ใจแลกใจ" กับประชาชน คลุกคลี-เข้าถึง หยอกล้อ พูดเล่น-พูดหัว แบ่งสุข-แบ่งทุกข์กัน ประหนึ่งญาติ

            จนบ้านเมืองที่หม่นอนาคต กลับทอประกายรุ้งจากปลายตีนฟ้า บ่มหวังเจิดจ้า คืนรักสามัคคี

            ถึงวันนี้ ที่แบ่งฝัก-แบ่งฝ่าย ปั่นให้ "ฝังเกลียด" กันมานาน เมื่อนายกฯ ใช้ความจริงใจเข้าสมาน เกลียดนั้น คลายเกลียว

            แม้ยังไม่รักสุดใจ.......

            แต่ที่จะเป็นไฟเผาเมืองอีก ไม่มีแล้ว!

            เพราะนายกฯ ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางแบบนี้ไง เมื่อพี่น้องประชาชนที่ระยองขัดเคืองใจ

            ว่าทำไมหละหลวม ปล่อยให้ทหารอียิปต์ติดโควิดเข้าเพ่นพ่านในเมือง?

            เป็นคนอื่นๆ แค่เอ่ยปากขอโทษ ยอมรับผิดทุกอย่าง ก็ว่ายากอยู่แล้ว

            แต่นายกฯ คนนี้ ทั้งขอโทษ ทั้งยอมรับผิด ก็ยังไม่แล้วใจ ยิ่งเห็นการท่องเที่ยว การค้า-การขายที่ฟื้นตัวในระยอง ต้องฟุบไปกับตาอีกครั้ง ทั้งมีคนมาตามด่า-ตามทวงถึงทำเนียบ

            แสดงว่า คนระยองโกรธ-ไม่พอใจมาก อารมณ์คุคลั่ง เหมือนพายุ ถ้าไม่ได้รับการปลดปล่อย อาจระเบิด

            บรรยากาศนี้ ยากกล้าเผชิญ เฉพาะหน้า-เฉพาะคน ยังพอได้ แต่การเผชิญกับประชาชนเป็นร้อย-เป็นพัน ใครล่ะจะกล้า?

            แต่นายกฯ ผู้มีประชาชนเป็นศูนย์กลางคนนี้

            ท่าน "กล้า"

            เดินทางไปเผชิญหน้ากับพี่น้องชาวบ้าน-ชาวตลาดที่ระยองในทันที เมื่อวาน (๑๕ ก.ค.๖๓)

            นี่คือความจริงใจ.......

            เมื่อรัฐบาลบกพร่อง ทำให้ประชาชนไม่พอใจ ธุรกิจ-อาชีพต้องหดหาย นายกฯ ก็พร้อมให้ประชาชนก่นว่า-ด่า-ตำหนิ และรับฟัง

            คนชลฯ-คนระยอง คนชายฝั่งทะเลทั่วไป ได้ชื่อเป็น "คนจริง" ใจอย่างไร ปากอย่างนั้น นี่เป็นพื้นลักษณะนิสัย

            คนจริงเจอคนจริง เท่ากับ "ใจวัดใจ"

            เมื่อใจนักเลงต่อนักเลง "เท่ากัน" เครียด-คลั่ง พร้อมระเบิด "ก็คลาย" จากไม่พอใจ เปลี่ยนเป็นรักน้ำใจต่อกัน

            นี่ เป็นวิถี "นักเลงต่อนักเลง"!           

            ตอนมีข่าว ว่านายกฯ จะลงพื้นที่ระยอง ใครๆ ก็หวั่น จะได้เห็นนายกฯ ทางโทรทัศน์ ถูกตะโกนด่า ถูกฉีกหน้ากลางตลาด

            แต่ปรากฏว่า.......

            การไปให้ประชาชนด่าของนายกฯ กลับได้น้ำใจไมตรีเป็นดอกไม้เสียบซอกหัวใจจากชาวตลาดระยองมาเป็นหอบ

            เป็นบทศึกษา

            "นักการเมืองแท้" ต้องไม่หนีหน้า "ประชาชน" ไม่ใช่ดอกไม้มาก็หน้าบานไปรับ ครั้นหน้าไม้มา ก็เป็นหมาซ่อนหน้าหลบ!

            เรื่องทหารอียิปต์ เรื่องลูกทูต พูดกันตรงๆ มีบางพวกดรามา หาเหตุด่ารัฐบาล เกินสถานการณ์จริงมากไป

            วิตก เกรงจะแพร่ระบาด เกรงได้ แต่ถ้าไม่หวังด่าและไล่รัฐบาลละก็ ค่อยๆ พิจารณา จะเห็นว่า มันไม่หนักหนาสาหัสถึงขั้นตามที่โวยวายกันตอนนี้

            และเท่าที่ตรวจเชื้อผู้ใกล้ชิด ไม่พบใครบ่งบอกอาการแต่อย่างใด ผมจึงว่า วิตกได้ แต่ไม่ควรตื่นตระหนกไปนัก

            ระยองน่ะ ยิ่งตามเกาะต่างๆ ร้อนตับแตกอย่างตอนนี้ โควิดมันถูกแดดเผาตายหมดแล้ว ถ้าจะเที่ยว ก็ไม่เห็นน่ากลัว เพราะพวกเราสวมหน้ากากอนามัยจนเป็นนิสัยอยู่แล้ว

            บางคนดูข่าว อาจตกใจ.....

            สถานการณ์ที่ระยองเลวร้ายขนาดนั้นเชียวหรือ?

            ก็ตอนเช้าเมื่อวาน มีผู้หญิง ๒ คน บอกว่าเป็นตัวแทนคนระยอง มาร้องทุกข์ที่ทำเนียบ เรียกหาความรับผิดชอบจากนายกฯ ต่างๆ นานา

            ให้สัมภาษณ์นักข่าวออกโทรทัศน์ "ไล่นายกฯ ลาออกไป" เข้าใจว่าส่วนใหญ่คงเห็นข่าวกันแล้ว

            สุภาพสตรี ๒ ท่านนั้น พูดจาคล่องแคล่ว ไล่นายกฯ ฉาดฉาน ก็จำชื่อที่เขาขึ้นหน้าจอ ลองไปค้นดู เป็นดังนี้

            คนหนึ่ง คือ "คุณพรพรรณ เภตรารัตน์" อาชีพนักดนตรีอิสระ มีวงเล่นตามสถานบริการในระยอง

            เมื่อเดือน มิ.ย.เคยมาเป็นตัวแทนนักดนตรี ร้องให้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ครั้งหนึ่งแล้ว

            บอกไม่มีอาชีพอื่น เมื่อปิดเมืองทำให้ขาดรายได้ จึงอยากให้ผ่อนผัน

            ตอนนั้น เธอให้สัมภาษณ์สื่อวิทยุ-โทรทัศน์ เล่าถึงความลำบาก ไม่มีงาน ไม่มีเงิน อยากให้ผ่อนคลาย ให้เปิดสถานบริการ เพื่อนักดนตรีจะทำมาหากินได้บ้าง

            ส่วนอีกคน ตัวเล็กกว่า และพูดต่อจากคุณพรพรรณ ชื่อ "น.ส.ธัชญา​ จวงสันทัด" ที่บอกว่าเป็นตัวแทนชาวระยอง

            เธอคือ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ ระยอง เขต ๒ "แกลง-วังจันทร์-ชะเมา"

            แต่สอบตก

            ดูเหมือนต่อมา ไม่ทราบว่ามีเรื่องขัดใจอะไรกับนายธนาธร เธอลาออกจากพรรค แล้วโพสต์กระแนะ-กระแหนธนาธร

            ดูตามประวัติ พื้นเพไม่ใช่คนระยอง

            แต่ไปทำมาหากินอยู่ที่ระยองนาน เปิดร้าน "ราย็อง" ที่ถนนยมจินดา

            เพราะอย่างนั้น จึงเห็นเธอพูดจาแคล่วคล่อง เจาะจงจวกรัฐบาล เหมือนได้ที-ได้ช่อง ท่องมาเป็นฉากๆ เช่นว่า......

            "......รัฐบาลถึงแม้จะออกมาแสดงความรับผิดชอบ ก็คงไม่เพียงพอ และเราอยากจะบอกว่า ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ก็ลาออกไป

                เพราะอายคนไทย อายคนต่างประเทศ ที่ไม่สามารถควบคุมและแก้ปัญหาได้ ......"

            ฟังเธอทางโทรทัศน์ตอนเที่ยง หนักหน้าแทนนายกฯ ว่าตายแน่ คนระยองโกรธแค้นขนาดนี้ ลงไป มีหวังถูกฉีกอก

            แต่พอศึกษาปูมความเป็นมา ก็....

            อ้อ หลังฉาก มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ยิ่งพอนายกฯ ลงไปพบปะพี่น้องชาวระยองถึงที่จริงๆ

            ทุกอย่าง ไม่เป็นดังที่ ๒ คุณผู้หญิง เคี่ยวคลั่งเลย!

            การเมือง........

            เรื่อง "หน้าฉาก-หลังฉาก" มันเป็นอย่างนี้แหละ พี่น้องเอ๋ย ยุคนี้ ไม่ต้องลงทุนมาก แค่อาศัยไมค์สื่อทำหน้าที่สากก็สำเร็จกิจ

            เพราะอย่างนี้ สโลแกนยุคไอที จึงมีว่า

            "ใครครองสื่อ คนนั้นครองโลก"!


คอยฟังนะครับ! กรณี "สั่งไม่ฟ้อง" วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ "บอส เรดบูล" บัดนี้ คณะทำงานที่อัยการสูงสุดตั้งให้ตรวจสอบ "มีคำตอบ" แล้ว

บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'
'ซื้อเวลาได้-ซื้อศรัทธาไม่ได้'