'มหาเถร'สะเทือน 'พงศ์พร'ร้องปปป.เอาผิดพระชั้นผู้ใหญ่3รูปเข้าข่ายปาราชิก


เพิ่มเพื่อน    

    สะเทือนมหาเถรสมาคม "ผอ.พศ." แจ้งความต่อ ปปป.ตร. เอาผิดแก๊งเงินทอนวัดล็อต 3 หึ่ง "พระผู้ใหญ่" 3 วัดดังกรุงเทพฯ มีเอี่ยวทุจริตเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม อึ้งเข้าข่ายอาบัติปาราชิกด้วย 
    มีรายงานแจ้งว่า ก่อนวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้เดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษคดีทุจริตเงินทอนวัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 3 แห่ง 4 คดี ต่อกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยแบ่งเป็นการทุจริตเกี่ยวกับการทุจริตงบการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา แผนกธรรม และแผนกบาลี และงบเผยแพร่ศาสนา มีความเสียหายทั้งสิ้น 70 ล้านบาท
    รายงานแจ้งว่า ในวันที่ 11 เม.ย. ที่ผู้อำนวยการ พศ.ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ปปป.ให้ดำเนินคดีกับพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป ประกอบด้วย 1.พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร 2.พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 4-7 3.พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 10 4.พระเมธีสุทธิกร (สังคม ญาณวฑฺฒโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และ 5.พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กระทำความผิดอาญาคดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม
    "การกระทำของผู้ต้องหาที่ 1-3 นอกจากกระทำผิดทางอาญาแล้ว ยังเข้าข่ายอาบัติปาราชิกตามพระธรรมวินัย ไม่สมควรครองสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นเจ้า คณะรอง และดำรงตำแหน่งกรรมการ มส." รายงานระบุข้อหาที่ พ.ต.ท.พงศ์พรแจ้งความไว้
    ทั้งนี้ การแจ้งความร้องทุกข์เพื่อเอาผิดผู้กระผิดในคดีเงินทอนวัดครั้งนี้ ถือเป็นล็อตที่ 3 แล้ว โดยมีทั้งหมด 10 วัด แต่ พ.ต.ท.พงศ์พรได้แจ้งความเอาไว้ก่อน 3 วัด ส่วนอีก 7 วัด ทาง ปปป.ได้นัดผู้อำนวยการ พศ.มาสอบปากคำในวันที่ 19 เม.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม 3 วัดดังกล่าว หลังสอบปากคำเสร็จ ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร รองผู้บังคับการ ปปป. นำพนักงานสอบสวน พร้อมสำนวน 4 แฟ้มใหญ่ ไปส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทันที
    สำหรับคดีเงินทอนวัด ก่อนหน้านี้มีการดำเนินคดีไปแล้ว 2 ล็อต โดยล็อตแรก ปปป.ได้นำสำนวนการตรวจสอบกรณีการทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณปฏิสังขรณ์วัด ไปให้สำนักงาน ป.ป.ช.ไต่สวนทั้งสิ้น 12 คดี อาทิ วัดในจังหวัดอำนาจเจริญ พระนครศรีอยุธยา ลำพูน และที่ผ่านมาคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลความผิดมูลความนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการ พศ., นายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการ พศ., น.ส.ประนอม คงพิกุล รองผู้อำนวยการ พศ. กับพวกทุจริตงบประมาณโครงการเงินอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัดและการพัฒนาวัด กรณีวัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับงบฯ อุดหนุนในปี  2557-2558 ไปแล้ว 
    นอกจากนี้ เมื่อต้นปี 2561 ยังได้ชี้มูลความผิด น.ส.ประนอม, นายพนม และข้าราชการ พศ. รวม 9 คน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต กรณีอนุมัติจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนแก่วัด 3 แห่ง ใน จ.สงขลา ยะลา นราธิวาส วัดละ 4 ล้านบาท เมื่อปี 2558 
    ในส่วนของล็อตที่ 2 มีผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 19 ราย โดยเป็นการทุจริตเงินอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด จำนวน 23 วัด ตั้งแต่ปี 2555-2560 ความเสียหายประมาณ 140 ล้านบาท แยกเป็น 21 สำนวน 33 แฟ้ม รวมเอกสารกว่า 13,000 แผ่น โดย ปปป.ได้นำสำนวนยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 ก.ย.2560.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.