ปิดฉากทีมศก.สมคิด ‘เฮียกวง-4กุมาร’ยื่นลาออก/ปรับครม.ไม่เกินส.ค.


เพิ่มเพื่อน    

 

ปิดฉากทีมเศรษฐกิจยุค “สมคิด-4 กุมาร” ยื่นใบลาออกมีผล 16 ก.ค.แล้ว “อุตตม” แจงเป็นเวลาเหมาะสม ไม่มีแรงกดดัน แต่เพื่อเคลียร์ทางให้นายกฯ ไม่ต้องคลุมเครือในการปรับ ครม. ลั่นขอเวลาพักผ่อน ยังไม่คิดเรื่องตั้งกลุ่มก๊วนการเมือง “บิ๊กตู่” รับคุยกันมาสักระยะแล้ว เพราะเป็นมิติทางการเมืองที่ต้องเขย่าเก้าอี้ ชี้มีความผูกพันจึงจากกันด้วยดี ลั่นไม่เกิน ส.ค.ได้เห็นประยุทธ์ 2/2 แน่           
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลเต็มไปด้วยความคึกคัก จากกรณีกลุ่ม 4 กุมารคือ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จะเข้ามายื่นใบลาออกจากตำแหน่ง
    ทั้งนี้ มีรายงานว่าทั้ง 4 คนได้เดินทางไปโรงแรมหรรษา นัดหารือเพื่อพูดคุยลำดับขั้นตอนต่างๆ รวมถึงกำหนดตัวบุคคลและประเด็นให้สัมภาษณ์ก่อน จากนั้นเวลา 10.00 น. ทั้ง 4 คนจึงเดินทางถึงทำเนียบฯ โดยลงรถหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเดินขึ้นตึกพร้อมๆ กัน โดยทั้งหมดมีสีหน้าแจ่มใส และหลังยื่นหนังสือลาออกต่อนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกฯ ได้ขึ้นไปบนตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อสักการะพระพรหมประจำตึกไทยฯ และลงมาสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่และศาลตายายเพื่ออำลาตำแหน่ง
    ต่อมาเวลา 10.38 น. นายอุตตมกล่าวว่า วันนี้ทั้ง 4 คนได้นำหนังสือลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละคนยื่นต่อนายกฯ ผ่านนายดิสทัตเรียบร้อยแล้ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. พร้อมกันนี้ นายกอบศักดิ์ได้รับมอบหมายจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ให้นำหนังสือลาออกของนายสมคิดมายื่นพร้อมกันด้วย
“จากนี้ถือว่าโล่งอกในระดับหนึ่ง การลาออกครั้งนี้พวกเราเห็นพ้องกันว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม มองแล้วเหตุการณ์ที่เราเห็นกันอยู่ เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ ความคลุมเครือหายไป เราจะได้มีส่วนช่วยลดความกดดันทางการเมืองที่อาจมีต่อนายกฯ ในช่วงเวลานี้ อาจส่งผลให้เกิดความชะงักในการบริหารงาน คิดร่วมกันแล้วจึงลาออกในช่วงนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจน เช่น ในเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)” นายอุตตมกล่าว
    เมื่อถามว่า การลาออกเพราะได้รับแรงกดดันทางการเมืองหรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า เราคิดของเราเอง ไม่ได้ถูกกดดัน ส่วนการลาออกเข้าใจว่าขณะนี้นายกฯ ทราบเรื่องแล้ว เพราะประสานนายดิสทัตมาก่อน ถือว่าจากกันด้วยดี ส่วนนายสมคิดก็ไม่ได้เล่าอะไรเกี่ยวกับการพูดคุยกับนายกฯ ให้ฟัง ช่วงนี้พวกเราต้องช่วยกันประคับประคองสถานการณ์บ้านเมือง ส่วนอนาคตนั้นอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ต่อสังคม เราสามารถทำสิ่งเหล่านั้น ไม่ปิดกั้นการร่วมมือ
ถามอีกว่า มีการทาบทามหรือตั้งกลุ่มการเมืองใหม่หรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า ส่วนตัวไม่มี และเชื่อว่าทุกคนยังไม่ได้เดินในเรื่องนี้ เมื่อซักว่าการลาออกเพราะนายสมคิดขอให้ลาออกพร้อมกันหรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า ไม่ใช่ เราหารือและคิดกันเอง นายสมคิดก็เห็นพ้อง แต่ในส่วนของนายสมคิดนั้น สื่อมวลชนคงทราบแล้วบ้าง ว่าเรื่องสุขภาพ เป็นเหตุผลหนึ่ง หากได้พักผ่อนพื้นฟูสุขภาพน่าจะเป็นสิ่งที่ดี รวมถึงพวกตนเองก็จะถือโอกาสพักผ่อน
ชี้ไม่ยึดตำแหน่ง
    เมื่อถามว่า การเข้าสู่การเมืองครั้งนี้มีอะไรได้มา-เสียไปอย่างไรบ้าง นายอุตตมกล่าวว่า ในนามของพวกเรา ขอขอบคุณนายกฯ ที่ให้ความไว้วางใจให้โอกาสมาทำงานให้บ้านเมืองมาระยะหนึ่ง ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มาพอประมาณ ขอขอบคุณที่ไว้วางใจให้มาทำงานให้ชาติบ้านเมือง และทำงานให้นายกฯ นี่คือสิ่งที่ทำ สำคัญที่สุดที่พวกเราได้มาในครั้งนี้
ถามอีกว่า จะพูดได้หรือไม่ว่ายังไม่เข็ดการเมือง นายอุตตมตอบว่า “เอาเป็นว่าวันนี้ยังไม่ได้คิดจริงๆ เอาทีละขั้นตอน ขอคิดนิดหนึ่ง เราคนไทยมีหน้าที่กันทุกคนในการประคับประคองให้ประเทศเดินหน้าไปได้ในภาวะเช่นนี้ เรามีเหตุผลในการลาออกของเรา ที่เชื่อว่าเป็นประโยชน์กับการบริหาร ทำให้บ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤติ ส่วนใครจะมารับหน้าที่ต่อนั้นเราไม่ทราบ แต่เชื่อว่านายกฯ มีความสามารถ คงหาคนมีความสามารถมาร่วมทีม ขณะที่ตำแหน่งในกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายปี 2564 นั้นคงหลุดไปโดยปริยาย
    เมื่อถามว่าเสียดายหรือไม่ที่ต้องลาออกขณะที่มีงานค้างอยู่ นายอุตตมกล่าวว่า พวกเราไม่ยึดติดตำแหน่งและไม่เสียดาย เราได้รับโอกาสมาทำงานก็ทำงาน เมื่อไม่มีตำแหน่งก็สามารถทำงานเป็นประโยชน์ได้ ส่วนที่ถามว่าเจ็บตัวในการเข้าการเมืองหรือไม่นั้น ไม่เจ็บตัว เพราะไม่ว่าใส่หมวกใบไหนก็ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติได้
    นายสนธิรัตน์กล่าวถึงอนาคตทางการเมืองของกลุ่ม 4 กุมารว่า ยังไม่คิดเรื่องการเมือง วันนี้ได้มีโอกาสเดินทางการเมืองมาถึงจุดนี้ ตั้งแต่ตั้งพรรค นำพรรค ร่วมเลือกตั้ง ตั้งรัฐบาล มาจนถึงวันนี้ ยืนยันว่ายังไม่ได้คิดในเรื่องการตั้งพรรคการเมือง แต่พวกเราพร้อมช่วยกันคิดเพื่อบ้านเมือง สังคม เราไม่ได้ทอดทิ้ง หากมีอะไรที่เราทำประโยชน์ก็ยินดีถ้าทำได้ แต่ในบทบาทการเมืองเราขอพักไว้ก่อน สิ่งที่เราเป็นห่วงที่สุดของการตัดสินใจครั้งนี้คือสถานการณ์บ้านเมือง เป็นสถานการณ์ที่ต้องการพลังในการทำงาน เราไม่อยากเห็นการเมืองเป็นอุปสรรคต่อการที่จะขับเคลื่อนบ้านเมือง เพราะเราต้องการให้บ้านเมืองมีการปรับ หรือมีกลไกในการบริหารบ้านเมืองที่ไม่ต้องคลุมเครืออีกต่อไป เรายินดีที่จะมีส่วนในการปรับเปลี่ยน หรือทำให้เกิดโอกาสในการทำให้บ้านเมืองมีพลังของทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ ทั้งหมดถือเป็นที่มาของการที่เราตัดสินใจยื่นใบลาออกในวันนี้
“วันนี้ยังไม่คิด ขอคิดไปพักผ่อนก่อน” นายสนธิรัตน์กล่าวตอบเรื่องในอนาคตจะเข้าสู่การเมืองอีกหรือไม่
    เมื่อถามว่า จากที่ทำงานมาได้รู้จักคำว่าการเมืองและนักการเมืองมากขึ้นหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ขอย้ำว่าการเมืองก็เป็นสิ่งที่เป็นหน้าที่ของทุกคน เราเข้ามาทำหน้าที่ทางการเมืองในช่วงเวลาหนึ่ง การเมืองก็ต้องเดินหน้าต่อไป และเป็นที่สนใจของประชาชน ประเทศต้องพัฒนาไปทุกด้าน ด้านการเมืองก็เป็นอีกด้านหนึ่งที่ประเทศต้องพัฒนาไป ฉะนั้นสิ่งที่เราอยากเห็นก็คือการเกิดการเมืองในเชิงพัฒนาให้สอดรับสภาวะของโลก และประเทศ เราคงได้รับบทเรียนจากการเข้ามา เพราะบทเรียนนั้นแปลว่าเมื่อเข้ามาแล้ว เราก็ได้เรียนรู้ ได้เข้าใจ ในทางการเมืองระดับหนึ่ง และเราก็เป็นกำลังใจในการพัฒนาทางการเมือง
“การเดินทางทางการเมืองของเรานั้น ต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้ติดตามพวกเรามาตลอด และรู้ว่าเราต้องทำการเมืองดีๆ เราอยากทำการเมืองที่เป็นอนาคต เพราะฉะนั้นการเข้าสู่การเมืองครั้งนี้ ก็อยากให้เป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจกับคนดีๆ ที่อยากเข้ามาช่วยบ้านเมือง ได้มีโอกาสเหมือนเช่นพวกเรา ทุกครั้งที่ทำงานเราได้เรียนรู้ทั้งสิ้น และถือเป็นบทเรียนของชีวิตที่ดีทั้งนั้น ไม่ว่าแง่มุมใดก็ตาม”
ย้ำไม่ได้ถูกกดดัน
      เมื่อถามว่า ที่บอกว่าพยายามตั้งใจทำการเมืองให้พัฒนาแต่ต้องลาออกไปก่อน แสดงว่าความพยายามที่ผ่านมายังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการเมืองในรูปแบบเดิมได้ใช่หรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า คงพูดอย่างนั้นไม่ได้ มันคงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการทางการเมือง การเมืองในทัศนะของตนเอง ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์ใดก็ตาม ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการทางการเมืองทั้งสิ้น อยู่ที่คนที่เกี่ยวข้องจะเรียนรู้ และปรับใช้มันอย่างไร
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการให้สัมภาษณ์นายสนธิรัตน์ได้แจกหนังสือ “เปิดมิติพลังงาน เพื่อคนไทยทุกคน ENERGY FOR ALL” แก่สื่อมวลชนด้วย
    ภายหลังการยื่นหนังสือลาออกและแถลงข่าวลาออก นายอุตตมได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวย้ำว่า การลาออกจากตำแหน่งเป็นการตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่มีแรงกดดันใดๆ อยู่เหนือการตัดสินใจครั้งนี้ ส่วนสาเหตุลาออก เนื่องจากอยากเห็นการทำงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ เดินหน้าเต็มที่โดยไม่มีอะไรติดขัด และนายกฯ ก็ไม่ต้องเผชิญกับความกดดันทางการเมือง เนื่องจากการบริหารบ้านเมืองในวันนี้มีความหนักหน่วงมากอยู่แล้ว
    “สำหรับคำถามเกี่ยวกับอนาคตนั้น ยังคงยืนยันตามที่เคยเรียนทุกท่านไปว่า ไม่ว่าจะสวมหมวกใบใด ก็สามารถทำงานเพื่อบ้านเมืองได้ จึงคิดว่าหลังจากนี้จะไปทำงานเกี่ยวกับกิจกรรมเพื่อสังคม” นายอุตตมโพสต์
        ต่อมาในเวลา 11.00 น. ที่กระทรวงการคลัง นายอุตตมได้กล่าวระหว่างเข้ามาเก็บของที่กระทรวงการคลังว่า ที่ผ่านมาในการทำงานไม่ถือว่าเป็นผลงานของตนเองคนเดียว ต้องถือว่าเป็นผลงานร่วมของทุกๆ คนที่กระทรวงการคลัง ถือว่าเราได้ทำอย่างเต็มที่ ได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชน และหลังจากนี้เชื่อมั่นใน พล.อ.ประยุทธ์ว่าจะมีทีมด้านเศรษฐกิจที่มีความสามารถในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ โดยส่วนตัวหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น และเชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้นด้วย
         “อยากขอฝากฝ่ายข้าราชการของกระทรวงการคลังว่า ทุกท่านได้ทำงานหนักมาโดยตลอดอย่างที่ได้เห็น โดยเฉพาะในภาวะที่เศรษฐกิจบ้านเมืองถูกกระทบ เศรษฐกิจโลกก็ยังมาเจอวิกฤติโควิด-19 ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านทำงานต่อไปอย่างเข้มแข็ง เพื่อประชาชน เพื่อสังคม ทำให้ประเทศสามารถก้าวข้ามวิกฤติครั้งนี้ไปได้ ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์”
    ขณะเดียวกัน ในเวลา ?06.45 น. ที่ท่าอากาศยานกองบิน? 6 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนการลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจที่ จ.ศรีสะเกษ ถึงการปรับ ครม. ภายหลังการลาออกยกทีมเศรษฐกิจของนายสมคิด ว่ายังไม่เห็นข่าว และเมื่อถามว่า 4 รัฐมนตรีจะยื่นหนังสือลาออกช่วงเช้านี้ พล.อ.ประยุทธ์?กล่าวสั้นๆ ว่า? ยังไม่ได้เข้าทำเนียบรัฐบาล? และเมื่อพยายามถามต่อว่าได้อวยพรวันคล้ายวันเกิดของนายสมคิดเมื่อวันที่ 15 ก.ค.หรือไม่ ?พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบและเดินเข้าห้องรับรอง ?แต่ยกมือแสดงท่าทางปฏิเสธการตอบคำถาม
    ต่อมาในเวลา? 11.47 น.? ที่ จ.ศรีสะเกษ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการลาออกของกลุ่ม 4 กุมารและนายสมคิดว่า เพิ่งทราบเมื่อวันที่? 15? ก.ค.ที่ผ่านมา และได้พูดคุยกันมาเป็นระยะอยู่แล้ว ที่ผ่านมาจริงๆ ก็ไม่ได้ต้องมาพูดคุยกันว่าจะไอ้นั่นไอ้นี่อะไรกัน เพียงแต่ว่าแต่ละคนถามเรื่องสุขภาพกันมานานแล้วล่ะ แล้วท่านก็บอกมานานแล้ว?ว่าพร้อมที่จะทำตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่ได้มีอะไรกับท่าน ก็ยังเคารพท่านเหมือนเดิม
มองมิติการเมือง
    "สิ่งสำคัญการทำงานของผม ผมเป็นทหารมาก็มีความผูกพัน แม้แต่กับคนที่ทำงานมาด้วย เขาเรียกว่าความผูกพัน ดูสิทำงานมาตั้ง 5 ปี และสิ่งสำคัญวันนี้ถือว่าท่านทำสำเร็จมาในขั้นต้นกับผมแล้ว? ไม่ว่าจะเป็นการวางพื้นฐานดิจิทัลและอีอีซี? เรื่องเหล่านี้ทุกท่านร่วมมือมากับผม? โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราต้องพัฒนาประเทศให้ได้? เพราะถ้าเราไม่ทำพื้นฐานพวกนี้มันไปไม่ได้?? แต่เมื่อสถานการณ์การเมืองมันเปลี่ยนแปลงไป? เรามองในมิติการเมือง? เรื่องของการเมือง? ท่านก็ออกไป? จะบอกว่าก็เสียดาย? แต่มันก็จำเป็น?ด้วยสถานการณ์ทางการเมือง? ผมเองก็ไม่คุ้นเคยแบบนี้ แต่จำเป็นต้องตัดสินใจ เราก็จากกันด้วยดี ไม่มีการให้ร้ายอะไรซึ่งกันและกัน ผมไม่เคยทำร้ายใคร" นายกฯ กล่าว
    เมื่อถามว่า ส่งผลให้นายกฯ ต้องปรับ ครม.เร็วขึ้นใช่หรือไม่ ถือว่ากดดันหรือไม่? พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ต้องปรับ เพื่อไม่เกิดช่องว่างมากนัก ซึ่งต้องทำให้เร็วเท่าที่ทำได้ และไม่กดดันหรอก? เป็นเรื่องธรรมดา? ก่อนหน้านี้ก็กดดัน เพราะไม่ค่อยคุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้ แต่จำเป็นต้องทำ? เพราะเป็นนายกฯ ได้ถือว่าเป็นนักการเมืองแล้ว แต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด? คือต้องไปถามคนที่จะมาเป็นเขาจะมาเป็นหรือเปล่า ต้องไปติดต่อคน เพราะเขาก็ยังไม่ตอบรับกันเท่าไหร่หรอก ยังไม่ตอบกันทันทีหรอก  
เมื่อถามว่าจะใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ในการปรับ ครม.? พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่เกินเดือน ส.ค. และเมื่อถามว่าในสัดส่วน? ครม.จะมีคนนอกด้วยใช่หรือไม่? พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ต้องมีสิ สัดส่วนของตนเองก็ต้องมี
    ถามถึงการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ว่ามีทีมทำงานอยู่แล้ว โดยมี กมธ.และรัฐมนตรีช่วยก็ยังอยู่แล้ว ส่วนจะต้องปรับเปลี่ยนตัวประธาน กมธ. ก็ต้องดูตามกฎหมายว่ายังไง รัฐบาลก็เตรียมการ
    "การปรับ ครม.ก็อย่างว่า จะให้ถูกใจทุกคนคงไม่ได้ ประเด็นสำคัญคือคนที่เราอยากให้เป็นคนที่ประชาชนเขาอยากได้เขามาได้หรือเปล่า บางคนก็มีภารกิจที่จะต้องทำ แม้กระทั่งศาสตราจารย์หลายๆ คนที่มา? เขาก็มีงานของเขา ไปทำงานอื่น สอนหนังสือบ้าง”
    เมื่อถามว่า ในส่วนของเศรษฐกิจจะนำคนนอกเข้ามาช่วยงานหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตอนนี้รออยู่? แต่ท่านยังไม่ตอบรับ ส่วนที่มีชื่อออกมาก็ไม่รู้ว่าออกมาได้อย่างไร ซักว่ามีชื่อนายไพรินทร์? ชูโชติถาวร อดีต? รมช.คมนาคม จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่าเขามีปัญหาอะไรหรือเปล่า? เมื่อถามย้ำว่าเห็นพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มองว่าน่าจะเอาคนในมากกว่าคนนอก? พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ไปถามหัวหน้าพรรค
    เมื่อถามว่า กระทรวงพลังงานที่มีปัญหาแย่งกันจะทำให้มีปัญหามากหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ผมพิจารณาของผมเอง” ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวช่วงท้ายว่า "การปรับ ครม.ขอให้มั่นใจตัวผม แต่จะทำให้ทุกคนถูกใจทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้? แต่จะทำให้ดีที่สุด"
ปัดทวง รมว.พลังงาน
    ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีการลาออกของนายอุตตม ที่เป็นประธาน กมธ.งบประมาณฯ ว่าประธาน กมธ.ไม่ใช่เป็นโดยตำแหน่ง แต่เป็นโดยชื่อ ซึ่งอาจเป็นต่อไปก็ได้ หรือขอลาออก ซึ่งถ้าขอลาออก ก็จะมีรองประธาน กมธ.ที่มีอยู่กว่า 10 คน ดังนั้นไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งก็แล้วแต่ ครม.จะเสนอชื่อไปใหม่หรือไม่ ซึ่งในอดีตก็เคยมีที่ รมว.การคลังขอไม่เป็นประธาน กมธ. สมัย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ณ อยุธยา เป็นรองนายกฯ  
ส่วนนายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวถึงกระแสข่าวนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค และตนเองจะนำกลุ่ม ส.ส.แถลงคัดค้านไม่ให้นายไพรินทร์ซึ่งมีชื่อเป็นแคนดิเดตเป็น รมว.พลังงาน และจะสนับสนุนนายสุริยะแทนว่า ไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย และไม่มีการนัดรวมตัว ส.ส.เพื่อคัดค้านใครทั้งสิ้น เพราะการปรับ ครม.เป็นอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งข่าวที่ออกมาเชื่อว่าแกนนำคนหนึ่งของพรรคเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง และเป็นการชกใต้เข็มขัดที่ไม่สมศักดิ์ศรีที่ได้ปล่อยข่าวนี้ออกมา
    นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร. ประเมินว่านายกฯ คงมีคนที่ได้พิจารณาและทาบทามไว้แล้ว ไม่เช่นนั้นคงไม่อนุมัติให้มีการลาออก ส่วนจะเป็นนักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจ หรือเป็นนักการเมืองนั้น เชื่อว่านายกฯ ได้มองไว้แล้วว่าบุคคลใดที่เหมาะสม แต่อย่าลืมว่าในช่วงหลังเกิดวิกฤติไวรัสโควิด-19 นายกฯ จะเลือกใครก็ต้องมองอยู่แล้วว่าต้องมีประสบการณ์ด้านธุรกิจมาด้วย คงจะไม่ใช่มาจากสายนักวิชาการเพียงอย่างเดียว เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจได้.
    
    

 


"เพนกวิน-รุ้ง-ไมค์-อานนท์" วันนี้คึกเขาน่าจะรู้...คึกวันนี้ แต่คุกพรุ่งนี้!เพราะเขาไม่ใช่เด็กแล้ว เป็นทนาย เป็นนักศึกษาปริญญาตรี-โท ยกเว้นนายไมค์ ศึกษาขยะศาสตร์ ในมหา'ลัยชีวิตจริง 

ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน
ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'
'วาทะนายกฯ ที่ต้องบันทึก'
'มึงเขียน-กูล้ม' ไม่เชื่อลอง!