ปชป.ระอุอันวาร์อัดเละ เฉลิมชัยเชือดกลับนิ่มๆ 


เพิ่มเพื่อน    


    ประชุมใหญ่ ปชป.เดือด! "อันวาร์" ฉะพรรคตกต่ำ เหตุปชช.ผิดหวังที่ดีแต่พูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้เพื่อน มัวหนุนหลังรัฐบาลทำตามคำสั่ง ระวังไร้ที่ยืนเหมือนฌอนชมบิ๊กป้อม "เฉลิมชัย" ตอกกลับคนที่ไม่ทำอะไรเขาเรียกดีแต่พูด ยันไม่มีใครสั่งให้ทำสิ่งไม่ถูกต้อง "จุรินทร์" แจงข้อจำกัด 52 เสียงในฐานะพรรคร่วม รบ. มั่นใจพรรคกลับมายิ่งใหญ่ได้
    ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม เวลา 10.10 น. มีการประชุมใหญ่สามัญพรรคประชาธิปัตย์ ประจำปี 2563 โดยมีกรรมการบริหารพรรค ส.ส. รัฐมนตรีของพรรค อดีต ส.ส. อดีตรัฐมนตรี หัวหน้าสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด เข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดการประชุม โดยมีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ร่วมดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่างๆ เริ่มจากรายงานรายได้ประจำปีของพรรค และแผนยุทธศาสตร์พรรค
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี และรองเลขาธิการพรรค ได้เดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์ฮาร์เลย์ เมื่อมาถึงงานนายอันวาร์ได้ถือหมวกกันน็อกเข้ามาในงานด้วยพร้อมใส่โชว์ให้ผู้สื่อข่าวดู โดยอ้างว่าจะร่วมแสดงความเห็นในช่วงเปิดแผนยุทธศาสตร์ จึงกลัวโดนรุมจึงต้องเอาหมวกกันน็อกมาด้วย แต่สุดท้ายนายอันวาร์ก็ถอดหมวกกันน็อกออกไม่ได้ใส่เข้าร่วมประชุม
    ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งก่อนเข้าสู่วาระการประชุมที่ 3 นายชนะ รุ่งแสง นักการเมืองอาวุโสของพรรค ได้ลุกขึ้นถามคำถามต่อที่ประชุมว่า พรรคประชาธิปัตย์มีคนดี คนเก่ง พรรคได้ทำหน้าที่และภารกิจต่างๆ อย่างภาคภูมิและสมเกียรติมากน้อยเพียงใด 
     ซึ่งนายจุรินทร์ตอบคำถามดังกล่าวว่า ที่ผ่านมาเราผ่านการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 62 ซึ่งผลการเลือกตั้งเราได้ผู้แทนราษฎรมา 52 คน โดยเป็นพรรคที่มี ส.ส.ในสภาเป็นอันดับ 5 ดังนั้นหลังการเลือกตั้ง การที่พรรคจะตัดสินใจดำเนินกิจการทางการเมืองอะไร ย่อมมีข้อจำกัดที่ต่างไปจากเดิม ไม่เหมือนก่อนการเลือกตั้ง
     "เพราะถ้าเราต้องการเป็นรัฐบาล เสียงเราก็มีไม่มากพอที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ถ้าเราประสงค์จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เราก็มีข้อจำกัดที่เปลี่ยนแปลงไปกว่าเดิม คือเราจะไม่สามารถไปอยู่ในสถานะผู้นำฝ่ายค้านได้เหมือนอย่างที่เคยเป็นมา เนื่องด้วยข้อจำกัดเรื่องเสียงของ ส.ส.ในสภา ที่หากจะเป็นผู้นำฝ่ายค้านต้องมี ส.ส.มากที่สุดในสภา ซึ่งเราไม่ใช่พรรคที่มีเสียงมากที่สุดในฟากฝ่ายค้านในสภาแล้ว นี่คือข้อจำกัด จนนำมาสู่การตัดสินใจของพรรค แต่ไม่ใช่ว่าทั้งหมดนี้จะเป็นข้อจำกัดที่พรรคประชาธิปัตย์จะโตต่อไปไม่ได้" นายจุรินทร์ระบุ
ปชป.กลับมายิ่งใหญ่ได้
    อย่างไรก็ตาม ยังมั่นใจว่าพรรคของเรายังจะโตต่อไปได้อีกในวันข้างหน้า ซึ่งนอกเหนือจากอุดมการณ์เรายังต้องมีผลงาน และความเป็นเอกภาพด้วย สำหรับอุดมการณ์มีคนถามว่าวันนี้ประชาธิปัตย์ยังมีอุดมการณ์อยู่หรือไม่ ในฐานะหัวหน้าพรรคขอตอบว่ามี  เพราะอุดมการณ์คือรากแก้วของประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ด้วยโลกที่เปลี่ยนไป เราต้องเปลี่ยนไปสู่อุดมการณ์ที่ทันสมัยอย่างมีวุฒิภาวะ เพื่อตอบโจทย์การเมืองที่เปลี่ยนไป และ 3 กลไกของพรรคต้องช่วยกันทำงานเป็นทีม ทั้งรัฐมนตรี รัฐสภา และการบริหารจัดการพรรค เราเพิ่งเข้าร่วมรัฐบาลวันนี้เพิ่งครบขวบปี แต่ผลงานที่ปรากฏเป็นรูปธรรมก็มีให้เห็นไม่น้อย และเมื่อถึงวันเลือกตั้ง ผลงานเหล่านี้คือสิ่งที่ท่านจะเอาไปบอกประชาชนได้ว่าเหตุใดต้องเลือกประชาธิปัตย์ ทุกอย่างจะไม่ใช่ความสูญเปล่า ทั้งนี้ขอให้ทุกคนจับมือเป็นนำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อเดินไปสู่อนาคตของประชาธิปัตย์ร่วมกัน
    จากนั้นนายชนะกล่าวว่า ขอชื่นชมคนที่ไปทำงานเป็นรัฐมนตรีเหนื่อย แต่ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคสูญเสียที่นั่งในพื้นที่ กทม.และและภาคใต้ ทำอย่างไรจึงจะเอาคืนมาให้ได้มากที่สุด เราจะขายอะไร จะขายอุดมการณ์ กลยุทธ์รูปแบบวิธีการเป้าหมายในการปฏิบัติงานแผนงานอย่างไร อยากฝากเรื่องดังกล่าวต่อหัวหน้าพรรคและผู้ใหญ่ในพรรคทุกคน 
    ทั้งนี้ นายจุรินทร์ได้กล่าวขอบคุณและระบุว่าจะนำเรื่องนี้ไปเป็นโจทย์การทำงานของพรรคต่อไป
    ต่อมา นายอันวาร์ สาและ ได้ลุกขึ้นอภิปรายแสดงความคิดเห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์มีแนวโน้มตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ไม่มีวี่แววที่จะพลิกฟื้นในอนาคตอันใกล้นี้ เป็นเพราะว่าพรรคเดินผิดทาง เปลี่ยนโอกาสเป็นวิกฤติ ส่งผลให้แพ้เลือกตั้งสูญเสียที่นั่ง ส.ส.ในทุกเขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ กทม.ที่แพ้เลือกตั้งจนเหลือศูนย์ เหตุแห่งความตกต่ำของพรรคประชาธิปัตย์ มาจากประชาชนผิดหวังกับการกระทำของพรรค และพรรคไม่สามารถลบล้างข้อครหาที่เป็นตราบาปของพรรคได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีแต่พูด เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้เพื่อน ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในระหว่างสมาชิกพรรค 
    ทั้งนี้ ขอเสนอแนะยุทธศาสตร์การพื้นฟูพรรค 3 ประการ คือ 1.ยึดมั่นในอุดมการณ์พรรคที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่วันก่อตั้งพรรค 2.ยึดมั่นในคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน และ 3.ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นอกจากนี้ต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาพรรค ทำหน้าที่ขับคลื่อนการพื้นฟูและพัฒนาพรรคอย่างเป็นระบบ เพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาครองใจประชาชน และเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้อย่างแท้จริง
    นอกจากนี้ ยังเป็นห่วงความตกต่ำของพรรคภายหลังร่วมรัฐบาล ที่สังคมมองว่าสืบทอดอำนาจ ไม่เป็นธรรม ข้อกล่าวหาเหล่านี้พรรคได้แก้ไขหรือไม่ อย่างกรณีนายฌอน บูรณะหิรัญ ที่ชื่นชม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็ถูกสังคมถล่มจนไม่มีที่ยืน และในสถานการณ์เช่นนี้ เราจะต้องมีความพร้อมตลอดเวลา เพราะสถานการณ์ไม่แน่นอน รวมถึงม็อบของเยาวชน การคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งจำเป็นจะต้องมีจุดยืนให้สังคมได้เห็นในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เราจะทำตามวิถีประชาธิปไตย หรือทำตามคำสั่งใครหรือไม่
    “ก่อนการประชุมวันนี้มี 2-3 กลุ่มมาหาผมบอกว่าอย่าพูดเรื่องเหล่านี้ได้มั้ย เพราะผู้ใหญ่กำลังแก้ไข กำลังทำงานกันอยู่ แต่ผมปฏิเสธ เพราะสิ่งที่พูดเป็นการแสดงความหวังดี ไม่อยากให้พรรคตกต่ำไปกว่านี้ ไม่ต้องมากลัวผมที่มาพูด รวมทั้งนายชุมพล จุลใส มาถามผมว่าที่ออกมาเคลื่อนไหวนี้ อยากเป็นรัฐมนตรีใช่หรือไม่ ผมยืนยันว่าไม่ได้ใส่ใจ ผมขอประกาศชัดเจนต่อที่ประชุมนี้เลยว่า จะไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ ใน ครม.” นายอันวาร์ระบุ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่นายอันวาร์กล่าวแสดงความเห็นในที่ประชุม ได้มีผู้ลุกขึ้นประท้วงอยู่ตลอดเวลา เช่น นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช, นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี และกลุ่มอดีตผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ โดยหาว่าพูดนอกเหนือจากประเด็นการประชุม และยังมีการพาดพิงไปยังบุคคลที่สาม นอกจากนี้มีสมาชิกพรรคบางรายใช้สิทธิ์ประท้วงและถือโอกาสพูดสนับสนุนการทำงานของนายจุรินทร์ ขณะที่นายจุรินทร์ได้เปิดโอกาสนายอันวาร์ให้พูดจนจบ และคอยเตือนให้ระวังคำพูด เพราะเป็นถึงรองเลขาธิการพรรค และเป็น ส.ส. รวมถึงการประชุมวันนี้เป็นการประชุมเปิด อาจสร้างผลกระทบต่อบุคคลที่ 3 โดยนายอันวาร์ใช้เวลาพูดไปถึง 1 ชั่วโมง
ยันไม่มีใครสั่งพรรคได้
    จากนั้น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงว่า คนในพรรคไม่มีใครกลัวนายอันวาร์ที่มาพูด ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ แต่เราก็ต้องแก้ไข ส่วนที่มีคนบอกว่าพรรคดีแต่พูด เราอย่าสร้างความสับสน เพราะในสมัยที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค ลูกพรรคทุกคนก็เดินตาม คนที่ไม่ทำอะไรเลย เขาเรียกว่าดีแต่พูด แต่ภายหลังนายจุรินทร์ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค และประกาศร่วมรัฐบาล ก็ดำเนินการตามข้อบังคับพรรคทุกอย่าง และที่นายอันวาร์บอกว่าเป็นพรรคที่เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ตนจะรับฟังและนำไปสู่การแก้ไข แต่ถ้าไม่อยากให้คนอื่นว่าพรรค เราก็ต้องไม่ทำแบบนั้นก่อน
    “ที่บอกว่าพรรคตกต่ำ ผมรับฟัง แต่ต้องเปิดใจให้กว้างก่อน แล้วค่อยเปิดใจคนอื่น ถ้าคิดว่าพรรคตกต่ำก็มาช่วยกัน แต่พรรคมันตกต่ำขนาดนั้นเลยหรือ การตอกย้ำๆ มันยิ่งทำให้พรรคตกต่ำยิ่งขึ้นไปอีก พรรคยังมีอุดมการณ์เหมือนเดิม ผมยืนยันว่าไม่มีใครมาสั่งในพรรคประชาธิปัตย์ให้ทำในสิ่งไม่ถูกต้องได้” เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ระบุ
    ส่วนนายธนา ชีรวินิจ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ใช้สิทธิ์พาดพิงว่า อยากทราบเจตนาของนายอันวาร์ ที่มาพูดในพื้นที่เปิด มีสื่อมวลชนเข้ามาด้วย และพูดจาพาดพิงคนในพรรค รวมทั้งบุคคลภายนอก อยากบอกนายอันวาร์ว่า อย่าคิดว่าเป็นการช่วยพรรค แต่เป็นการสร้างความเจ็บปวดให้พรรคมากขึ้น เพราะการจะพูดอะไร สามารถพูดได้ แต่ต้องดูสถานที่และสถานการณ์ด้วย
    ด้านนายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม และ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ใช้สิทธิ์พาดพิงกรณีที่นายอันวาร์ระบุว่าถูก รมว.คมนาคมสั่งหันซ้ายหันขวาจนไม่สามารถทำงานได้ว่า ยืนยันว่าด้วยศักดิ์ศรีของพรรค ไม่มีใครสั่งหันซ้ายหันขวาตนได้  
    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากกรณีที่นายวัชระ เพชรทอง ออกมาท้วงติงกรณีหน้าเพจเฟซบุ๊กของพรรคประชาธิปัตย์ที่ใช้โลโก้พรรคภาพพระแม่ธรณีบีบมวยผม แต่ไม่มีรวงข้าวล้อมรอบและตัดคำว่า "สัจฺจํ เว อมตา วาจา" ใต้พระแม่ธรณีฯ ตามที่ได้จดทะเบียนไว้ต่อนายทะเบียนพรรคนั้น ถือเป็นการทำผิดข้อบังคับพรรคนั้น ปรากฏว่าได้มีสมาชิกของพรรคทั้งอดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส. และส.ส.ปัจจุบัน รวม 11  คน อาทิ นายวัชระ, นายเจริญ คันธวงศ์,  นายเอนก ทับสุวรรณ, นายสุกิจ ก้องธรนินทร์, นายเกียรติ สิทธีอมร ได้ร่วมกันลงชื่อในหนังสือส่งถึงนายจุรินทร์ ให้พิจารณาแก้ไข โดยกลับไปใช้สัญลักษณ์ของพรรคที่จดทะเบียนไว้ตามเดิม.


"แดงส้ม ๓ นิ้ว" เกิดการยิงกันเองในหมู่คณะ เป็นเรื่องไม่ผิดคาดหมาย! ประหนึ่ง "อาถรรพณ์แผ่นดิน" เคยเกิดเช่นนี้มาก่อนแล้วเมื่อ ๘๘ ปีก่อนโน้น!

'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"