เหยื่อแชร์ลูกโซ่บุกโรงพัก วอนอย่าหลงเชื่อแก๊งหลอกลงทุนให้ดอกสูง 60% พบมีผู้เสียหายอื้อยังไม่มาแจ้งความ


เพิ่มเพื่อน    

20 ก.ค.63 - ที่สภ.ครบุรี อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา น.ส.สุพรรณิการ์ สังวัทยาย น.ส.วิไลวรรณ ช่างกระโทก และ น.ส.โฉมศิริ โสปกระโทก ชาว อ.ครบุรี พร้อมพวกรวม 25 คน ผู้เสียหายจากการนำเงินและทองคำไปลงทุนกับ น.ส.สุนันท์ หรือ แม่แพรว สังข์ทองกลาง ที่อ้างว่าจะให้ผลตอบแทนถึง 60% ของเงินลงทุน เมื่อทวงถามก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด จึงเดินทางมาติดตามความคืบหน้า หลังแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.ศุภเชษฐ นวจินดาพงศ์ พนักงานสอบสวน สภ.ครบุรี เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา

พ.ต.ท.ศุภเชษฐ เปิดเผยว่า น.ส.สุนันท์ กับพวก ได้มีการโฆษณาชวนเชื่อผ่านทางเฟซบุ๊กชื่อ ”ช่างรุ่งเรือง คนรักรถ“ ให้คนรู้จักหรือประชาชนทั่วไปนำเงินสดหรือทองคำ มาร่วมออมเงินโดยจะได้ดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 60 ต่อเดือนของเงินลงทุน มีผู้เสียหายจำนวนมากหลงเชื่อจึงได้นำเงินสดและทองคำไปร่วมฝากออมเพื่อได้ดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนตามคำโฆษณา บางรายเป็นนักศึกษานำเงินที่กู้ยืมจากการเรียนมาลงทุน แม้กระทั่งผู้สูงอายุที่ได้เบี้ยยังชีพทุกเดือนก็เก็บไว้เป็นก้อน ถอนออกจากธนาคารมาเพื่อนำเงินมาลงทุน ประกอบกับในช่วงการระบาดของโควิด-19 ประชาชนขาดรายได้เห็นว่านำเงินมาลงทุนกับ น.ส.สุนันท์ ได้ผลตอบแทนสูงก็ยอมเสี่ยง โดยมีตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสน มูลค่าความเสียหายมากกว่า 2.5 ล้านบาทและเชื่อว่าจะมีประชาชนอีกหลายรายที่ถูกคนกลุ่มนี้หลอกให้มาลงทุนแต่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความ

สำหรับรูปแบบการหลวงลวงของกลุ่มนี้คือ จะไลฟ์สดผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยนำเงินกองโตและทองรูปพรรณมาโชว์ เพื่อเรียกคนดูและจะพูดอวดอ้างว่าให้ผลตอบแทนสูงถึงร้อยละ 60 และจะให้ตั้งทีมขึ้นมา ผู้ที่แนะนำเพื่อนมาจะได้ 20% ของวงเงินลูกทีม เพื่อผลตอบแทนสูงจึงทำให้คนมาลงทุนมาก ช่วง 1-2 เดือนได้ผลตอบแทนดี จากนั้นมีการบ่ายเบี่ยงที่จะไม่จ่ายค่าตอบแทนจนทำให้ผู้เดือดร้อนกลุ่มนี้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดนครราชสีมา ไปทำการค้นร้านรุ่งเรืองยนต์ ลิสซิ่ง ของผู้ต้องหา ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลแชะ หมู่ 4 ต.บ้านใหม่ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ค้นพบหลักฐานบัญชีการออมเงิน และใบเสร็จรับเงิน หลักฐานตั๋วจำนำหลายสิบใบที่คาดว่าผู้ต้องหาได้เอาทองคำที่ผู้เสียหายนำไปออมเพื่อได้ดอกเบี้ยกับผู้ต้องหา ไปจำนำไว้ที่ร้านทองแห่งหนึ่งใน อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งมีมูลค่าตามตั๋วจำนำเกือบ 10 ล้านบาทและได้ตรวจยึดรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่เชื่อว่าผู้ต้องหาได้มาจากการฉ้อโกงจำนวนหลายคันไว้ทำการตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คนคือ น.ส.สุนันท์ สังข์ทองกลาง อายุ 40 ปี ชาว ต.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ และ น.ส.จิรภา ใจงูเหลือม ชาว อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ให้กู้ยืนที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนปีละ 720% และมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 พร้อมติดตามยึดทรัพย์สินอีกหลายรายการที่เชื่อว่ามาจากการฉ้อโกงประชาชนทั้งโฉนดที่ดินที่ผู้ต้องหานำมาอวดอ้างในช่วงการไลฟ์สด บ้าน และทรัพย์สินอื่นๆไว้แล้ว และยังอยู่ระหว่างสอบสวนดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องอีกหลายราย โดยผู้ต้องหาประกันตัวออกไปด้วยวงเงินคนละ 7.5 แสนบาท จากการติดตามเฟซบุ๊กของผู้ต้องหายังมีการปลุกระดมมวลชนที่เป็นลูกออมหรือลูกทีมที่รอกำหนดจะได้รับเงินคืน โดยอ้างว่าผู้ต้องหาไม่ได้กระทำผิดและขณะนี้เงินถูกเจ้าหน้าที่ยึดไว้ตรวจสอบ ให้ลูกทีมรอไปก่อน

อย่างไรก็ตามฝากเตือนประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งนี้ให้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจะได้ดำเนินคดีต่อไป 


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน