ครม.ประยุทธ์2/2 ทีมเศรษฐกิจคือหัวใจ


เพิ่มเพื่อน    

    แจ่มแจ้งจากปากของนายกรัฐมนตรีแล้วว่า เร็วๆ นี้ไม่เกินเดือนสิงหาคมจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี แต่รายชื่อ ครม.ประยุทธ์ 2/2 ยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน อันเนื่องมาจาก "คนเก่งคนดี" ไม่อยากเปลืองตัว และกลัวที่จะต้องยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ขณะที่คนเก่งที่ไม่ค่อยจะมีดีนั้นวิ่งเต้นกันขวักไขว่ เสนอหน้าเสนอตัวกันอย่างคึกคัก ส่งผลให้เกิดแรงกระเพื่อมและเสียงวิเคราะห์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำถามที่ต้องการคำตอบว่า รัฐมนตรีชุดใหม่จะช่วยให้ประเทศชาติ ประชาชนมีคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมดีขึ้นกว่าเดิม..หรือไม่

                แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะกล่าวให้ความมั่นใจในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ที่มีอำนาจในการเลือกและคัดสรรบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนรี ว่า "เราจะทำทุกอย่างให้ดีขึ้น ที่ผ่านมาก็ไม่ได้บกพร่องเสียหายอะไร เพียงแต่มีสถานการณ์หลายอย่างกระชับเข้ามา ทั้งสถานการณ์ภายนอกประเทศ สถานการณ์ภูมิภาคเปลี่ยนไป หลายอย่างอยู่ในช่วงแก้ปัญหาและต้องบริหารความรู้สึกของประชาชนด้วย" ...ถ้อยความดังกล่าวก็ดูเหมือนไม่ได้ทำให้เกิดหลักประกันความน่าเชื่อถือได้เลยว่า หน้าตาของรัฐบาลประยุทธ์ 2/2 จะมีกระแสตอบรับในด้านบวก 

                เพราะมองข้ามเหตุผลความจริงมิได้ว่า ความจำเป็นในการปรับ ครม.ครั้งนี้ เกิดจากแรงกดดันของนักการเมืองภายในพรรคพลังประชารัฐ หรือ พปชร. ที่เป็นแกนนำของรัฐบาล  และเป็นผู้เสนอชื่อคนนอก คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  เป็นนายกรัฐมนตรี โดยเริ่มจากปฏิบัติการยึดพรรคจากกลุ่ม 4 กุมาร ที่เคยมี นายอุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นเลขาธิการ ทั้งที่เคยเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและผู้นำพรรคมาก่อน ส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องส่งสาส์นจากใจผ่านไลน์ถึง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ผู้อุปถัมภ์คนสำคัญของทีม 4 กุมาร ด้วยข้อความว่า "มีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องปรับรัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจ ด้วยเหตุผลทางการเมือง"

                รูปร่างหน้าตาของ ครม.ชุดใหม่ในอนาคตอันใกล้มาก จึงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์คาดเดาด้วยสูตรการเมืองต่างๆ ซึ่งไม่พ้นโมเดลดั้งเดิม สวนทางกับกระแส New Normal นั่นคือ ใช้โควตามุ้งเล็ก ก๊วน แก๊งต่างๆ ในพรรคเป็นบรรทัดฐาน ทั้งนี้ถ้าพิจารณาจากที่นั่งรัฐมนตรี 35 คน นอกเหนือจากพรรคแกนนำ พปชร.แล้ว คาดว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่ว่าจะเป็น ภูมิใจไทย,ประชาธิปัตย์, ชาติไทยพัฒนา น่าจะยังยึดพื้นที่เดิมกันไว้อย่างมั่นคง อาจจะมีเหลือพรรคขนาดเล็ก ที่มี ส.ส. 4-5 เสียง จำนวน 4 พรรค และพรรคย่อยเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ที่คงจะแหงนคอลุ้นกันอย่างหนักหนาสาหัส

                ความลงตัวของเก้าอี้ใน พปชร.น่าจะเป็นประเด็นใหญ่ที่สุด และปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่งผลต่อภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะโควตาของกลุ่ม 4 กุมาร อย่างน้อย 4 ที่นั่งอันได้แก่ รองนายกรัฐมนตรี, รมว.การคลัง, รมว.พลังงาน และ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมด้วยเก้าอี้ รมว.ต่างประเทศ, รมว.มหาดไทย และ รมว.กลาโหมนั้น ซึ่งเก้าอี้ทั้ง 7 ตำแหน่งถือเป็นโควตาที่นายกฯ คนกลางถือเป็นเอกสิทธิ์ของตนในการบริหารจัดการ ท่ามกลางกระแสความไม่พึงพอใจของนักการเมืองน้อยใหญ่หน้าเก่าหน้าใหม่ของ พปชร.

                รัฐมนตรีชุดใหม่ที่จะมาแทนคนเก่าที่ลาออกไป ไม่ว่าจะเป็น 4 คน หรือ 7 คน หรืออาจจะไม่ถึง 50% อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์เปิดเผยออกมา ล้วนเป็นบทพิสูจน์ความเป็นผู้นำในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่ง ฯพณฯ ยืนยันหนักแน่นต่อสาธารณชนตลอดมาว่า "การตัดสินใจเป็นเรื่องของผม" ซึ่งหมายความว่า ดีหรือไม่ดี นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ และต้องสามารถอธิบายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวาระที่ประเทศชาติบ้านเมืองกำลังเผชิญกับปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจที่รุนแรงสาหัสที่สุดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

                หากนายกรัฐมนตรีไม่สามารถสงวนสิทธิ์ในการบริหารจัดการทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้โควตากลางในมือของตนเอง ด้วยการนำผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาช่วยกันระดมสมอง แก้ปัญหาวิกฤติ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้หลุดรอดจากปากเหวลึก แต่เลือกที่จะรักษาเสถียรภาพทางการเมือง รั้งเก้าอี้ผู้บริหารอำนาจรัฐของตัวเองไว้ภายใต้การกดดันของผู้บริหารพรรคและ ส.ส.ใน พปชร. รับรองได้ว่าคำมั่นสัญญาว่าจะทำให้ประชาชนดีขึ้นนั้น จะกลายเป็นแค่ลมปาก และสถานะของ "ลุงตู่" จะตกที่นั่งผู้ล้มละลายทางด้านความน่าไว้วางใจอย่างไม่ต้องสงสัย.

ปิยสาร์


เมื่อวาน.....ผมหยิบข้อความที่ "ธนาธร" ประกาศกลางม็อบล้มเจ้าที่ท้องสนามหลวง เมื่อคืน ๑๙ กันยามาให้อ่านคงจำกันได้ ที่ว่า "วันนี้...เปิดประตูบานแรก" "วันนี้...เดินก้าวแรกไปด้วยกัน" นั่นน่ะ!

ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน
ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'
'วาทะนายกฯ ที่ต้องบันทึก'