ยังไร้งบฯชดใช้ ค่าโง่โฮปเวลล์ ลั่นสู้ทุกช่องทาง


เพิ่มเพื่อน    

 นายกฯ เคารพคำตัดสินของศาลไม่โทษใครคดี “ค่าโง่โฮปเวลล์” ยอมรับยังไม่รู้ใช้งบจากไหน สั่งคมนาคมหาทางแก้ "อนุทิน" ลั่นสู้ไม่ถอย จะยอมจ่ายเงินจำนวนมากง่ายๆ ไม่ได้ "ศักดิ์สยาม" ลุ้นศาลปกครองตัดสินปมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทมิชอบ  ยันต้องสู้ให้ครบทุกช่องทาง พร้อมเจรจาลดมูลหนี้ด้วย

    เมื่อวันพฤหัสบดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองปกครองชั้นต้น ไม่รับพิจารณาคดีค่าโง่โฮปเวลล์ใหม่ ส่งผลให้รัฐต้องจ่ายชดเชยค่าเสียหายให้กับเอกชน 2.4 หมื่นล้านบาทว่า วันนี้ตนเพิ่งทราบมติคำตัดสินของศาลออกมา เดี๋ยวต้องหาทางต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว รัฐบาลนี้พยายามอย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องเคารพกระบวนการตัดสินของศาล ซึ่งรัฐบาลนี้มีทั้งแก้ ทั้งปรับ ตนไม่อยากจะไปโทษใคร เพราะบางเรื่องก็รู้ดีอยู่แล้ว
    ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมอบหมายให้ใครดูแลเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมมีหน้าที่ทำเรื่องนี้อยู่แล้ว คราวที่แล้วเป็นผู้ขออุทธรณ์ขึ้นไป ส่วนจะใช้งบประมาณจากไหนนั้น ตนต้องไปหาทางต่อไป จะมาตอบตอนนี้ยังไม่ได้ ท่านก็รู้ว่ารายได้ รายรับ รายจ่ายของเราเป็นยังอย่างไรอยู่ แต่มันอยู่หลายวิธีการ วันหน้าก็ติดตามกัน ตนให้กระทรวงคมนาคมไปแก้ปัญหาตรงนี้อยู่
     นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ทั้งกระทรวงคมนาคมและ รฟท. เขามีคณะทำงานที่ทำเรื่องนี้อยู่  ส่วนรัฐบาลต้องชดใช้เงินในจำนวนดังกล่าวใช่หรือไม่ ยังไม่รู้ เพราะตนไม่ได้ตามเรื่องมาโดยตลอด ก็เลยไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร คงต้องให้กระทรวงคมนาคมรายงานมาก่อน ส่วนเรื่องไปถึงศาลปกครองสูงสุดแล้วพอจะมีแนวทางอื่นที่จะไม่ต้องชดใช้หรือไม่ ยังนึกไม่ออก อาจจะมีก็ได้ แต่ตนไม่ทราบ  
    เมื่อถามว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้มาหารือเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มี ไม่เคย ไม่มีเลยตั้งแต่ต้น มีแต่ตนเคยเชิญรองปลัดกระทรวงคมนาคมซึ่งเป็นประธานในการเจรจามาหารือในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ที่มีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็น รมว.คมนาคม แต่เวลานี้ก็ผ่านมาปีหนึ่งแล้ว ก็เลยไม่รู้ว่ามีอะไรคืบหน้าบ้าง หากจำเป็นก็อาจจะต้องเชิญมาถามอีกครั้ง
    ถามอีกว่า หากรัฐบาลต้องชำระเงิน จะมีกรอบระยะเวลาว่าต้องดำเนินการภายในเมื่อไหร่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะเมื่อเลยคำพิพากษาก็จะเป็นการบังคับคดี ซึ่งการบังคับคดีก็เป็นไปตามกำหนดระยะเวลา ไม่จำเป็นต้องปัจจุบันทันด่วน และก็ต้องขึ้นอยู่กับผลการเจรจาเหมือนกัน หลังจากนี้เราก็ยังสามารถเจรจากับเอกชนได้อยู่ตลอดเวลา ที่ผ่านมาก็เคยเจรจามาแล้ว แต่ในครั้งนั้นไปเกี่ยงอะไรก็ไม่รู้ จำไม่ได้ นึกไม่ออก
    ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยในฐานะรองนายกฯ กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เรื่องนี้รัฐบาลจะสู้ไม่ถอยอยู่แล้ว เพราะคดีแบบนี้จะให้รัฐไปยอมจ่ายค่าชดเชยจำนวนมากง่ายๆ คงไม่ได้
     นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้รับรายงานจาก รฟท.อย่างเป็นทางการ ทราบจากข่าวที่ออกมาเท่านั้น แต่ก็เคารพคำตัดสินของศาลที่ออกมา โดยเบื้องต้นได้มีการหารือกับทาง รฟท.เพื่อดูรายละเอียดว่าจะมีวิธีดำเนินการอย่างไรได้อีกบ้าง โดยขณะนี้ให้ฝ่ายกฎหมายกำลังศึกษาอยู่ ยืนยันกระทรวงจะต้องทำจนถึงที่สุด
    รมว.คมนาคมกล่าวว่า ปัจจุบัน รฟท.ได้ยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลพิจารณาหลักฐานกรณีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทขัดกับข้อกฎหมาย ซึ่งอยู่ระหว่างรอว่าศาลจะรับคำร้อง โดยข้อมูลที่มีอยู่นั้น ถือเป็นข้อมูลใหม่ ในเรื่องความไม่สมบูรณ์ของการจดทะเบียนบริษัทที่ทำให้ผลการทำนิติกรรมสัญญาอาจมิชอบ โดยฝ่ายทนายความ รฟท.ดำเนินการอยู่ และยืนยันว่ากระทรวงก็จะต้องทำให้ครบทุกช่องทาง นอกจากนี้ กระทรวงยังได้ส่งข้อมูลเอาผิดในคดีอาญา ซึ่งปัจจุบันกระทรวงได้ส่งข้อมูลไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อช่วยพิจารณาข้อมูลในประเด็นการทำสัญญาที่เกิดจากการทุจริต
    "ดังนั้นยืนยันว่าเรื่องนี้ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในการรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติและประชาชน โดยมั่นใจกับเรื่องที่ดำเนินการ แต่ก็ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของศาลด้วย ขณะเดียวกันกระทรวงยังได้ดำเนินการคู่ขนานในเรื่องของการเจรจาผลวงเงินชดเชยกับบริษัท โฮปเวลล์ฯ ซึ่งผมได้ตั้งคณะทำงานโดยมีนายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน โดยขณะนี้ทราบว่ามีความคืบหน้า แต่ยังไม่ได้รับการรายงาน"
    นายศักดิ์สยามกล่าวด้วยว่า เม็ดเงินกว่า 2 หมื่นล้านบาท หากทำให้เกิดผลกระทบต่อประเทศชาติ ก็ต้องทำให้ครบทุกช่องทาง ซึ่งขณะนี้ถือว่ามีเวลา 90 วันที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย หลังจากที่ศาลตัดสินไปเมื่อวานนี้ ส่วนเรื่องอัตราดอกเบี้ย 7.5% ขณะนี้ดอกเบี้ยจะไม่เดินรายวัน เพราะก่อนหน้านี้กระทรวงได้ดำเนินการขอชะลอการบังคับคดี ทำให้ทุกเรื่องยังอยู่ที่เดิม ไม่มีภาระเพิ่มขึ้น.

 


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน