เตือนทฤษฎีสมคบคิด บิ๊กแดงกระตุกนิสิต-นักศึกษา/ปิยบุตรปลุกปฏิวัติ


เพิ่มเพื่อน    

  "บิ๊กตู่" อ้อนนิสิต-นักศึกษาเป็นลูกหลานต้องดูแลทุกคน ขอให้ยึด 3 สถาบันหลักของชาติ มอบผู้ว่าฯ สร้างการรับรู้ช่วงรอยต่อคนรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ "บิ๊กแดง" น้ำตาคลอเตือน นศ.-โซเชียลฯ อย่าใช้วาจาผรุสวาทมิบังควร เชื่อ "ทฤษฎีสมคบคิด" แต่ยันไม่ติดใจ "เพนกวิน" ฉีกรูป "สาธิต-หมอตุลย์” ร้อง ผบ.ทบ.ห่วงม็อบก้าวล่วงสถาบันฯ ขณะที่ม็อบมุ้งมิ้งเผารูป "ประยุทธ์-ประวิตร" หน้าทำเนียบฯ "ปิยบุตร" ปลุกเร้าห้วงเวลาปฏิวัติ ซูเปอร์โพลเผยปชช.เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แนะ นศ.อย่าก้าวล่วงสถาบันฯ

    เมื่อวันศุกร์ ที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ระหว่างเปิด “โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า” ว่ารัฐบาลเน้นย้ำในเรื่องการดูแลทรัพยากรบุคคล เด็กนักเรียน ตั้งแต่ชั้นอนุบาล รัฐบาลต้องดูแล สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อเขาเติบโตเป็นนิสิตนักศึกษา ทุกคนคืออนาคตของชาติ เพราะทุกคนเป็นลูกหลานของคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น เราเติบโตมาด้วยสถาบันหลักคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แผ่นดินของเราประกอบด้วย 3 สิ่งนี้ เราต้องร่วมมือกันสานต่อ และบางครั้งประสบการณ์คือสิ่งสำคัญ คนรุ่นเก่าคือผู้ที่มีประสบการณ์  บางอย่างอาจทำดี บางอย่างอาจจะไม่ดี เราต้องนำมาเสริมซึ่งกันและกัน ทำใหม่ขึ้นมา แต่ถ้ารื้อทั้งหมดมันไปไม่ได้ ตรงนี้คือหลักการ
    ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากฝากอะไรไปถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่บ้าง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมฝากถึงทุกคน วันนี้ที่พูดคือพูดถึงเด็กทุกคน ไม่ได้หมายถึงกลุ่มใดเป็นพิเศษ นั่นเพราะทุกคนคือคนไทย รวมไทยสร้างชาติ ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย”
    จากนั้น นายกฯ ได้ประชุมและกล่าวมอบนโยบายแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ตอนหนึ่งว่า ขอให้ทุกคนปรับใหม่ ทำงานต้องร่วมมือกับนายกฯ ซึ่งเป็นไปตามแนวคิด รวมไทยสร้างชาติ ที่รวมทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน
    "วันนี้ทุกคนต้องทราบดีว่าปัญหาอะไรขึ้น เป็นช่วงรอยต่อระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ ต้องหาวิธีการสร้างการรับรู้ให้ได้จะไปบอกว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้ ต้องมีเหตุมีผล ซึ่งคนไทยมีความอยากรู้อยากเห็นเรื่องที่เป็นสาระ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
    นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ รักษาราชการแทน รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาว่า ความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ แต่อยากให้ดูว่าประเทศไทยผ่านวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มาได้เพราะความร่วมมือของคนไทยทุกคน ทุกคนเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้น แม้จะมีเสียงบ่นไม่พอใจบ้าง แต่ก็พร้อมทำตามกฎระเบียบ เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้า อนาคตก็เช่นกัน เราไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ หากยังมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในประเทศ สถานการณ์ตอนนี้แตกต่างจากเมื่อก่อน วันนี้เราต้องการความเป็นเอกภาพของประชาชนทุกคนในประเทศ จึงอยากให้เข้าใจในส่วนนี้
    ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค. กรณีการเคลื่อนไหวของกลุ่มนิสิตนักศึกษาที่มีการดึงสถาบันฯ มาเกี่ยวข้องด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ทุกคนก็เป็นราษฎรภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ไม่ใช่เพียงแค่ทหารเท่านั้น ประชาชนบางคนไม่ได้เกิดเมืองไทย แต่ก็มาอยู่เมืองไทย บางคนเกิดเมืองไทย เกิดมาในหลายตระกูล ตั้งแต่ปู่ย่าตายาย อยู่ในพระบรมโพธิสมภาร ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด หรือเป็นเชื้อชาติใดก็ตาม ก็มีสิทธิเสรีภาพ
    “วันนี้เป็นวันดี ไม่อยากจะพูดอะไร ที่จะไปกระทบกระทั่งสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ แต่อยากจะให้ประชาชนชาวไทยทุกคนได้ลองตั้งจิตให้เป็นกลางดูว่า คำพูด คำเขียน ทั้งที่เราเห็นในการชุมนุม ผมทราบดี และตระหนักในสิทธิเสรีภาพ ในระบอบประชาธิปไตย แต่สิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่คนเห็นทั้งในโซเชียลฯ มีการใช้วาจาผรุสวาท ใช้คำพูดไม่เหมาะสม ไม่บังควร ผมมองว่าหลายคนเห็นคงไม่สบายใจ”
ยกทฤษฎีสมคบคิด
    พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า กองทัพบกเป็นหน่วยงานด้านความมั่นคง ขณะนี้เรามีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หน่วยความมั่นคงก็ต้องทำงาน แต่การกระทำใดที่จะไปกระทบกระเทือนการแสดงสิทธิเสรีภาพ คนที่ทำแบบนั้น ควรคำนึงถึงขอบเขตใช้สิทธิเสรีภาพ ของแต่ท่าน ไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎร หรือการชุมนุมต่างๆ เราต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน เราต้องไม่จาบจ้วงหรือใช้วาจาที่ไม่สุภาพต่อบุคคลที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ แต่ละท่านจะอะไรขอให้นึกย้อนกลับไป คงจะรู้สึกเสียใจ แม้ประชาชนบางส่วนบางกลุ่มจะไม่พอใจ
    ผบ.ทบ.กล่าวอีกว่า ขออนุญาตอ้างถึงสำนักข่าวบีบีซีไทย ซึ่งตนได้ศึกษาเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2561 คือทฤษฎีสมคบคิด หรือเป็นเรื่องที่น่าศึกษา ฝากให้ทุกคนไปดู เพราะเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน และปัจจุบัน ตนมองแล้วว่ามีการดำเนินการอย่างเป็นระบบเป็นกระบวนการ มีความคล้ายคลึงกับทฤษฎีสมคบคิด มีหลายคนพยายามอธิบายความหมายในทฤษฎีสมคบคิด ซึ่งในข้อมูลของสำนักข่าวบีบีซีไทยได้มีการพูดถึงนิสิตนักศึกษา ผู้มีความรู้ นำมาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในส่วนของกองทัพเองได้แต่เฝ้ามอง ติดตาม แต่ไม่คุกคาม รวมถึงรัฐบาลและนายกฯ ก็ไม่เคยมีคำสั่ง เพียงแต่ให้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ชุมนุมให้เกิดความเรียบร้อย และประสานงานกับตำรวจ แม้แต่จะเดินทางมาชุมนุมที่หน้า บก.ทบ. เราก็ไม่ได้มีมาตรการอะไร และไม่ได้ติดใจอะไร
     เมื่อถามว่า ขณะนี้ม็อบมีการชุมนุมขยายวงกว้าง และมีการพูดในเชิงลักษณะหมิ่นสถาบันฯ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ขณะนี้มีหน่วยงานความมั่นคงเข้าไปดู จะให้ตนเตือนสติคงจะลำบาก แต่อยากให้ไปดูว่าตนเองกลายเป็นหนึ่งในทฤษฎีสมคบคิดหรือไม่ เมื่อถามย้ำว่าทฤษฎีนี้มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ผบ.ทบ.ตอบว่า ตนเป็นผู้บัญชาการทหารบก จะพูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้
    ถามว่าอยากให้ประชาชนแสดงความเห็นในเรื่องของการปกป้องสถาบันฯ อย่างไร พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า โดยทั่วไปแล้วคนดีจะไม่กล้าแสดงออก และกลัว ซึ่งหลายๆ คนก็เป็นเช่นนี้ แม้กระทั่งการใช้สื่อโซเชียล ก็ถูกถล่มกลับมา ซึ่งเรื่องนี้มีหน่วยงานด้านการข่าวได้ติดตาม ผู้ใช้ Twitter หรือผู้เปิดแอคเคาต์เอง ได้ใช้ช่องทางทางโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Twitter โดยมีการรีทวีต ซึ่งมีค่อนข้างเยอะมาก ประมาณ 4-5 แอคเคาต์ที่สามารถทำลักษณะเช่นนี้ได้ ถือว่าเป็นการต่อสู้กันในโลกโซเชียล ซึ่งถนนแห่งความเป็นจริงรัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ดี และทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือ หากเราทุกคนสามัคคีกัน เราจะผ่านจุดเปราะบางตรงนี้ไปให้ได้ก็จะเป็นเรื่องดี
     เมื่อถามว่า มีความพยายามปลุกเหตุการณ์ 2475 ขึ้นมาอีกครั้ง พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ไม่เป็นไร ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นฝ่ายดำเนินการ เมื่อถามอีกว่าจะมีการซ้ำรอยเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 หรือไม่ เพราะนักการเมืองมีความเป็นห่วง พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า คงไม่หรอก
    ส่วนกรณีที่นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักเคลื่อนไหวการเมืองฉีกรูป ผบ.ทบ.นั้น พล.อ.อภิรัชต์กล่าวติดตลกว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวให้แบทแมนรีเทิร์นไปจัดการ เพราะเพนกวินแพ้แบทแมน (จากภาพยนตร์แบทแมน ตอนศึกมนุษย์เพนกวินกับนางแมวป่า)
    เมื่อถามถึงกรณีนายสาธิต เซกัล ประธานหอการค้าไทย-อินเดีย เดินทางเข้ามาพบ พล.อ.อภิรัชต์ตอบว่า ก็ให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานเลขานุการกองทัพบกเป็นผู้ดำเนินการ ตนติดภารกิจ
ห่วงละเมิดสถาบันฯ
    ทั้งนี้ เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ บก.ทบ. นายสาธิต เซกัล นักธุรกิจชาวอินเดีย, นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ หรือหมอตุลย์ อดีตแกนนำกลุ่มหลากสี พร้อมกลุ่มพลเมืองไทยผู้รักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ยื่นหนังสือถึง ผบ.ทบ. ผ่าน พล.ท.วิชาญ สุขสม รองเสนาธิการทหารบก ผู้แทนกองทัพบก
    โดยนายสาธิต เซกัล ขอให้ดูแลและแก้ไขปัญหากรณีการก้าวล่วง การละเมิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของกลุ่มผู้ชุมนุม ทำกิจกรรมในช่วงที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าเป็นสิทธิที่จะกระทำได้ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย แต่การชุมนุมนำเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องในทางที่ไม่เหมาะสม ถือเป็นการล่วงละเมิดต่อสถาบันหลักของชาติ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ถือเป็นสถาบันอันสูงสุดที่คนไทยเคารพเทิดทูนตลอดมา อีกทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญยังให้ความคุ้มครองในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ เราพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างและสนับสนุนการดำเนินการของกองทัพในแนวทางละมุนละม่อม แต่ไม่ใช่การปลุกม็อบมาสู้ เพื่อทำความเข้าใจและดำเนินการกับผู้ที่ล่วงละเมิดสถาบันฯ พร้อมขอให้น้องๆ เยาวชนรับฟังความจริงจากรุ่นพ่อรุ่นแม่ ที่สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจ
    ด้านนายแพทย์ตุลย์กล่าวเรียกร้องให้นักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวในช่วงนี้ศึกษาข้อมูลทางการเมือง 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 รวมทั้งเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 พร้อมย้ำว่ามีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่รักและปกป้องสถาบันฯ จึงขอให้เยาวชนเข้าใจข้อมูลอย่างถูกต้อง ฟังเราบ้าง เราก็คือรุ่นพ่อรุ่นแม่ ปู่ย่าตายายของพวกคุณทั้งนั้น อย่ามาแบ่งแยกกัน เราพร้อมสนับสนุนกองทัพในการปกป้องสถาบันฯ อย่างถึงที่สุด ขอน้องๆ กรุณาเปิดฟังสลิ่มบ้างว่าสลิ่มเขาพูดกันว่าอย่างไร จริงหรือเท็จอย่างไร
     ที่หน้าศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน ทำเนียบรัฐบาล เวลา 11.20 น. กลุ่มแนวร่วมนวชีวินร่วมกับภาคีนักศึกษาศาลายา นัดรวมตัวทำกิจกรรม BURN IN HELL '84,000 cells' เผารูปประท้วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดยก่อนการชุมนุม มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่นำกำลังตำรวจจากพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล (บก.น.1)  กว่า 300 นาย นำโดย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ตรึงกำลังโดยรอบทำเนียบรัฐบาลอย่างเข้มงวดพร้อมตั้งรั้วเหล็กกั้นตลอดแนวฟุตปาธทำเนียบรัฐบาล และเตรียมถังดับเพลิงไว้ด้วยเพื่อดับไฟ
    ต่อมามีผู้ชุมนุมประมาณกว่า 20 ราย ทยอยเดินทางมาถึง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ได้พูดกับแกนนำผู้ชุมนุมเพื่อทำความเข้าใจถึงขอบเขตของการชุมนุม ซึ่งกลุ่มภาคีนักศึกษาศาลายา นำโดยนายณวิบูล ชมภู่ ได้อ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้อง 5 ข้อคือ และขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกทันทีและยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด
เริ่มอดข้าวหน้าทำเนียบฯ
    จากนั้นกลุ่มภาคีนักศึกษาศาลายาได้ทำเผารูปภาพ พล.อ.ประยุทธ์ และรูปภาพ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พร้อมระบุว่า เป็นการเผาสิ่งไม่ดีของประเทศไทยออกไป พร้อมกับมีการปราศรัยเล็กน้อยและชูป้ายประท้วง โดยมีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางมาร่วมด้วย ก่อนที่ทางกลุ่มจะเข้าไปยังศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน เพื่อยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ต่อไป
    นอกจากนี้ นายภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ กลุ่มแนวร่วมนวชีวิน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการประท้วงอดอาหารว่า วันนี้เป็นวันแรกที่จะดื่มน้ำอย่างเดียว ไม่รับประทานอาหาร หวังว่าจะฟังกันบ้าง ให้ช่วยทำอะไรให้ดีขึ้น หากทำไม่ได้ก็รีบออกไป และตนจะอดข้าวไปจนกว่าจะทนไม่ไหว แล้วมีคนมารับไม้ต่อ ถ้าไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ก็จะยกระดับไปเรื่อยๆ
     ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) กลุ่มนิสิตภายใต้ชื่อ "มอกะเสด (KU Daily)" จัดงานชุมนุม “ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน” ต่อเนื่อง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดคุกคามคนเห็นต่าง ยุบสภา และแก้รัฐธรรมนูญ โดยบรรยากาศก่อนการชุมนุมยังคงมีฝนตกลงมาโปรยปรายตลอดเวลา
    ส่วนที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา กลุ่มเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ส่วนใหญ่มาจากมหาวิทยาลัยใน จ.นครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราสีมา, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล นักเรียนจากสถาบันการศึกษา และประชาชนส่วนหนึ่ง รวมตัวกันเพื่อแสดงพลังชูป้ายขับไล่และตะโกนคำว่า พล.อ.ประยุทธ์ออกไป, พล.อ.ประวิตรออกไป โดยส่วนใหญ่สวมเสื้อยืดสีดำ เปิดเวทีปราศรัยโจมตีขับไล่รัฐบาล ก่อนช่วงเวลา 18.00 น. ได้ลุกขึ้นยืนแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านเผด็จการ ก่อนทุกคนยืนเคารพธงชาติ
    ด้าน น.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนักศึกษาภาคอีสานในหลายจังหวัดชุมนุมว่า ในฐานะ ส.ส.หญิงภาคอีสาน พร้อมที่จะพิสูจน์ศรัทธาของประชาชนอีกครั้งหากมีการยุบสภา และใช้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย แต่ขอเรียกร้องไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนายกฯ เปิดเวทีรับฟังเสียงนักศึกษาเพื่อลดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเหมือนในอดีตที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ พร้อมทั้งหยุดคุกคามนักศึกษาและพี่น้องประชาชนที่ เห็นต่างจากรัฐบาล
    นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์โควิด-19 ประจำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีการชุมนุมต้องการส่งสัญญาณไปยังนายกฯ ว่าเขาไม่ยอมอยู่ภายใต้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมอีกต่อไป พล.อ.ประยุทธ์จึงอาศัยเหตุการณ์ที่ระยอง ขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก เชื่อว่าเหตุที่รัฐบาลยังคงบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเพื่อกระชับอำนาจในการสั่งการ และเป็นเครื่องมือในการจัดการกับกลุ่มที่เห็นต่างมากกว่า เพื่อป้องกันโรคระบาด การไม่รับรู้ไม่สนใจข้อเรียกร้องของนิสิต นักศึกษา และประชาชน จะเป็นจุดตกต่ำสุดของรัฐบาลในที่สุด
    นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล ชี้แจงกรณีพรรคก้าวไกลไม่ร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความเห็นนิสิตนักศึกษาว่า การตั้งกรรมาธิการชุดนี้ รัฐบาลมีมติให้ศึกษาการรับฟังความเห็น แต่ไม่ต้องส่งรายงานให้นายกฯ รับทราบ จึงเห็นได้ชัดว่านายกฯ ไม่ต้องการรับฟังความเห็นอย่างแท้จริง เพราะแม้แต่การรับฟังในเวทีสภา นายกฯ ยังไม่เข้าร่วมทั้งที่ข้อเรียกร้องของกลุ่มนักศึกษา 3 เรื่องคือ ยุบสภา ยุติการคุกคาม และแก้ไขรัฐธรรมนูญ ล้วนเป็นข้อเรียกร้องถึงนายกฯ และเป็นอำนาจของนายกฯ เพียงผู้เดียว จึงมองว่านายกฯ ควรรับฟังความเห็นกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยตัวเอง แต่กลับถ่วงเวลาด้วยการตั้งกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมา อีกทั้งสภามีกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนอยู่แล้ว ซึ่งทับซ้อนกัน
ปลุกเร้าห้วงเวลาปฏิวัติ
    ด้านนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง กล่าวว่า กรรมาธิการดำเนินการเรื้องนี้อยู่แล้วตั้งแต่แฟลชม็อบปี 2562 และเอาจริงเอาจังในการตรวจสอบอำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม ทั้งนี้กรรมาธิการมีกำหนดการลงพื้นที่พิษณุโลกวันที่ 25 ก.ค. กลับถูกสกัดจากผู้มีอำนาจ ที่ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบ โดยอ้างเรื่องของการตรวจโควิด จึงมองว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจ
    ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ ห้วงเวลาปฏิวัติ - Revolutionary Moment ระบุว่า การปฏิวัติจะบังเกิดได้ในห้วงเวลาประวัติศาสตร์ที่ประชาชนจำนวนมหาศาลเกิดความรู้สึกนึกคิดร่วมกันในสองมิติ ได้แก่ มิติแห่งความโกรธแค้น และมิติแห่งความหวัง           ประชาชนคับแค้นใจกับสิ่งที่ดำรงอยู่ พร้อมกับมีความหวังร่วมกันในการไปก่อตั้งสิ่งใหม่ ทั้งสองความรู้สึกนึกคิดนี้ผสานหลอมรวมกันในความคิดจิตใจของประชาชน จนผลักดันให้ร่วมกันออกไปกระทำการ สิ่งนั้นคือ “ปฏิวัติ”
    นายปิยบุตรระบุว่า หากไม่โกรธแค้น ก็จะไม่ทำลายสิ่งที่เป็นอยู่    หากไม่มีความหวัง ก็จะไม่สรรค์สร้างสิ่งใหม่เข้าแทนที่ หากไม่โกรธแค้น ก็จะเฝ้าแต่อดทนรอเวลา ฝันลมๆ แล้งๆ ว่าสิ่งใหม่จะมาตามกาลเวลา หากไม่มีความหวัง ก็จะมุ่งแต่ทำลายล้างโดยไม่เตรียมการสร้างสิ่งใหม่ การปฏิวัติจึงจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยจากความโกรธแค้นและความหวัง มันจึงเป็นเหรียญเดียวกันที่มีสองหน้า หน้าหนึ่ง การทำลายล้างสิ่งที่เป็นอยู่ให้พังภินท์ อีกหน้าหนึ่ง การก่อตั้งสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิมเข้าแทนที่ ประชาชนจึงมีภารกิจร่วมกันแบกตัว “R” เข้าไปใส่หน้า evolution ให้ “Evolution” กลายเป็น “Revolution” ให้ “พัฒนาการที่ล่าช้า” กลายเป็น “การเปลี่ยนแปลงอย่างถึงราก” ให้ “ความเป็นไปไม่ได้” กลายเป็น “ความเป็นไปได้”
    ขณะที่ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวกรณีที่นายปิยบุตรโพสต์ข้อความเกี่ยวกับห้วงเวลาปฏิวัติว่า  นายชำนาญ จันทร์เรือง กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า และอดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เคยอธิบายความหมายในบทความปฏิวัติรัฐประหาร หรือกบฏ ว่า "การปฏิวัติ (revolution) หมายถึง "การใช้ความรุนแรงทางการเมือง" เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างเบ็ดเสร็จ ตัวอย่างของการปฏิวัติที่ผ่านมาก็คือการปฏิวัติเมื่อ 24 มิถุนายน 2475" ดังนั้น การที่นายปิยบุตรโพสต์เช่นนี้ เป็นการกระทำที่ควรหรือไม่ในห้วงเวลานี้ บ้านเมืองเรากำลังเดินหน้าไปในทิศทางแห่งประชาธิปไตย สิ่งหนึ่งที่นายปิยบุตรควรรู้คือ "ที่นี่คือประเทศไทย" ดังนั้นจึงควรอธิบายอย่างลูกผู้ชายให้ชัดเจนว่า “นายปิยบุตรต้องการเปลี่ยนแปลงอะไร?” สังคมได้รับรู้และตัดสินใจ และเข้าใจว่ามีจุดประสงค์เจตนาใดในการเผยแพร่ข้อความดังกล่าว
โพลเตือน นศ.อย่าจาบจ้วง
     นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ตอนหนึ่งว่า สิ่งที่นำเสนอให้การชุมนุมของนักศึกษาขีดเส้นใต้ข้อเรียกร้อง 3 ข้ออันชอบธรรมนั้น มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ตนออกมาเตือนเรื่องนี้ ทันทีโดนเล่นงาน จึงรู้เลยว่าทั้ง 2 ฝ่ายพร้อมจะมีเรื่องได้ตลอดเวลา ตนผ่านการต่อสู้มาตลอด เห็นต้นทาง จึงรู้ปลายทางจะเกิดอะไรขึ้น ขอย้ำอีกครั้งด้วยการเตือนการชุมนุมของนักศึกษาให้ขีดเส้นใต้ ป้ายส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา แต่มีป้ายไม่กี่ป้ายเท่านั้นที่จะเป็นปัญหาให้ถูกหยิบไปขยายจนกลายเป็นจุดอ่อนได้ และที่ทั้งสองฝ่ายรุมเล่นงานนั้น หมายความว่าเขากำลังปฏิบัติการอยู่แล้ว มาห้ามทำไม พวกเขาจึงร่วมกันกระทืบผมก่อนที่จะไปฆ่ากัน  
    "ทั้งหมดคือความปรารถนา และเชื่อว่าทั้งสองฝ่ายกำลังรบกับ ทำลายกัน แต่ผมกลับดันเข้ามาอยู่ตรงกลางจึงถูกรุม เมื่อเตือนแล้วไม่ฟัง ก็เชิญหาความสำราญกับความตายกันเอาเอง วันนี้เราต้องช่วยกันเมื่อประเทศกำลังเดินไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจ แต่ในทางการเมือง เราไม่ควรจะมีคนมาตายกันอีก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายขวาหรือซ้าย” นายจตุพรกล่าว
    วันเดียวกัน นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง ม็อบเยาวชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,308 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 20-23 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.0 ระบุไม่มีเยาวชนมากันเอง ในขณะที่ร้อยละ 23.0 ระบุมีเช่น ต่างชาติ นักการเมือง และนักเคลื่อนไหวการเมือง ที่น่าพิจารณาคือข้อแนะนำต่อม็อบเยาวชนกับสถาบันหลักของชาติ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.1 ระบุอย่าพาดพิง อย่าก้าวล่วงสถาบันหลักของชาติ ในขณะที่เพียงร้อยละ 1.9 ระบุแล้วแต่ม็อบเยาวชนใช้ดุลพินิจ
    นอกจากนี้ เมื่อถามถึงคณะบุคคลที่พร้อมออกมาปกป้องเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.7 ระบุประชาชนทุกคน รองลงมาคือร้อยละ 84.3 ระบุทุกภาคส่วน,  ร้อยละ 82.5 ระบุผู้ตอบแบบสอบถาม, ร้อยละ 82.1 ระบุกองทัพ และร้อยละ 81.2 ระบุเจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการ ตามลำดับ
    อย่างไรก็ตาม เกินครึ่งหรือร้อยละ 53.9 เห็นด้วยกับม็อบเยาวชน ถ้าโจมตีรัฐบาล เช่น การแย่งตำแหน่งรัฐมนตรีขณะชาวบ้านกำลังเดือดร้อน ทุกข์ยาก การกดดันต่อรองให้มีการลาออกจากตำแหน่ง ความล้มเหลว แก้เศรษฐกิจ และการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นต้น.
    
   


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"