ขนลุกซู่! เปิดมุมมอง 'ธนาธร-ประธานคณะก้าวหน้า' ต่อการชุมนุมของนักศึกษา


เพิ่มเพื่อน    

25 ก.ค.63 -  นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไลฟ์สดจากจังหวัดพิษณุโลกวานนี้ ในจัดรายการ “ก้าวหน้า Talk : คุณถาม เราตอบ” เป็นตอนที่สองโดยช่วงหนึ่ง ได้มีการส่งคำถามเข้ามาถึงกรณีการชุมนุมของนักศึกษา ที่มีกรณีที่อาจตีความได้ว่าหมิ่นเหม่ต่อการละเมิดสถาบันฯ ว่าสิ่งที่นักศึกษาปราศรัยคือปัญหาที่คนรุ่นเราไม่กล้าพูดถึง นี่คือจุดสำคัญของสังคมไทย นักศึกษาได้ตั้งคำถามกับระบบระเบียบที่อยู่ในสังคมไทย แต่คนรุ่นเรามีวุฒิภาวะพอหรือไม่ที่จะเผชิญหน้ากับคำถามนี้อย่างตรงไปตรงมา

“เวลาเราพูดเรื่องนี้เราไม่ได้พูดด้วยความมาดร้ายพยาบาท แต่เราพูดด้วยความหวังดี ว่ามีปัญหาที่นักศึกษา-คนรุ่นใหม่ได้พูดขึ้นมาแล้ว เรากล้ายอมรับมัน เรากล้าเผชิญกับความจริงหรือไม่ เรามีทางเลือกที่จะเอาเรื่องนี้ซุกไว้ใต้พรม ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเหมือนว่าสิ่งที่พวกเขาพูดไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย แล้วปล่อยปัญหานี้ให้คนรุ่นเขาจัดการเอง หรือเมื่อรับฟังไม่ได้-ใจไม่กว้างพอที่จะเปิดรับความคิดเห็นเหล่านี้ ก็จับพวกเขาเข้าคุกหรือไล่ให้ไปอยู่ต่างประเทศ กำหราบปราบปรามพวกเขา

แต่อย่าลืมว่านี่คืออนาคตของประเทศ และเราไม่ได้พูดถึงคนหลักสิบหลักร้อย แต่เรากำลังพูดถึงคนเป็นหลักหมื่นหลักแสน ข้อเสนอที่เรียบง่ายก็คือการยอมรับการดำรงอยู่ของปัญหาอย่างตรงไปตรงมา การจะหาทางออกด้วยกันได้เริ่มจากการยอมรับว่ามีปัญหาอยู่จริง ถ้าไม่ยอมรับกันตรงนี้แล้วไม่มีทางหาทางออกร่วมกันได้”

นายธนาธรยังกล่าวถึงกรณีการโหวตให้ตั้งกรรมาธิการให้รับฟังนักศึกษา ว่าดูก็เหมือนว่าจะดี แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นคือด้านหนึ่งตั้งกรรมาธิการขึ้นมาจะรับฟังความเห็น แต่อีกด้านหนึ่งจับยัดเยียดคดี ส่งตำรวจไปที่บ้าน ไปโรงเรียน ไปมหาวิทยาลัย 

ตกลงแล้วฝ่ายบริหารมีความจริงใจจะรับฟังความคิดเห็นของพวกเขาจริงหรือไม่ สุดท้ายคุณไม่ได้ฟังเขาแล้วไปหาว่าเขาจาบจ้วง คำถามที่ต้องถามถือคุณเปิดใจกว้างพอไหมที่จะฟังในสิ่งที่เขาพูด เพราะสิ่งที่เขาพูดคือความจริงที่กระอักกระอ่วนในสังคมไทยที่ไม่มีใครอยากรับฟัง ไม่มีใครอยากพูดถึงในที่สาธารณะ

“คำถามคือเราจะจัดการกับความจริงที่ดำรงอยู่อย่างไร ที่ไม่มีใครอยากพูดในที่สาธารณะ แต่วันนี้มีคนออกมาพูดแล้ว เราจะจัดการกับเรื่องอย่างนี้อย่างไร ผมคิดว่าวิธีจัดการเรื่องอย่างนี้ที่ดีที่สุด คือการยอมรับการมีอยู่ของมัน การเผชิญหน้ากับมันอย่างเป็นผู้ใหญ่ อย่างมีวุฒิภาวะ อย่างตรงไปตรงมา ด้วยท่าที ด้วยความคิดที่ไม่อาฆาตมาดร้าย แต่ด้วยท่าทีที่ส่งให้เห็นถึงความปรารถนาดี ที่จะพาสังคมไทยออกจากความขัดแย้งนี้ไปด้วยกันอย่างสันติ” นายธนาธรกล่าว

สุดท้าย นายธนาธรยังกล่าวถึงกรณีการชุมนุมของนักศึกษาต่ออีก ว่านักศึกษาเหล่านี้เขาออกมาต่อสู้แทนคนที่ออกมาไม่ได้ เพราะหลายคนเป็นเสาหลักของครอบครัว หลายคนที่อยากจะออกมาจำเป็นต้องดูแลพ่อแม่ เนื่องด้วยสถานะต่างๆและสภาพเศรษฐกิจจึงออกมาไม่ได้ สิ่งที่รัฐบาลต้องการคือทำให้ทุกคนหวาดกลัว ไปเยี่ยมตามบ้าน ข่มขู่ผู้ปกครอง ถ้าเราไม่ออกมาปกป้องพวกเขา ในที่สุดเขาท้อถอยและยุติการต่อสู้เพราะความหวาดกลัว ความเปลี่ยนแปลงก็จะไม่เกิด นี่คือช่วงเวลาแห่งความหวัง เราทุกคนต้องช่วยกันปกป้องพวกเขา.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.