ความกังวลของกลุ่มเปราะบาง


เพิ่มเพื่อน    

 

            เรียกว่าเวลาเหลือน้อยแล้วสำหรับคนที่ถูกเรียกว่า "กลุ่มเปราะบาง" เพราะทำงานมาจนถึงอายุเกษียณแล้วนี่นา

            ใครที่วางแผนในชีวิตไว้อย่างดีตั้งแต่ยังมีแรงแข็งขัน ชีวิตก็คงจะอยู่ไปได้อย่างสบายๆ ไม่หัก ไม่เปราะง่ายๆ

            แต่ชีวิตส่วนตัวต่อให้อยู่ดีมีกินไปตลอดชาติอย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ความห่วง ความกังวลต่อ "อนาคต" ของสังคม ชาติ บ้านเมืองสำหรับมนุษย์ลุงมนุษย์ป้า ตลอดจนปู่ย่าตายาย ก็ยังไม่ละวาง หรือคลายใจง่ายๆ เหมือนถอดเสื้อ ถอดหมวก หรือถอดหน้ากากอนามัย...แน่นอน

            ยิ่งช่วงหลังนี้เห็นเด็กรุ่นใหม่มีวิธีการแสดงออกที่พวกเขาเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงนั้น ก็ให้รู้สึกอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่า ประชาธิปไตยยุคนี้คือต้องใช้ภาษาถ่อย ต่ำทรามระดับนี้เชียวหรือ???

            จะบอกว่า เป็นภาษาพ่อขุนรามคำแหง บรรพบุรุษของพวกเรา ...ก็ต้องถามกลับอีกเหมือนกันว่า..ใช่เหรอ!!!

            อารมณ์ ความรู้สึก ที่อยากสะท้อน หรือประกาศก้องออกมาให้สังคมได้รับรู้ว่า อัดอั้น อดทน ไม่ไหวแล้วนั้น ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องอวดอ้างขุดเอาคำผรุสวาท ด้วยหวังว่าคนจะหันไปมองเพราะโดนใจ เพราะสุดท้ายแล้ว แทนที่จะได้ผู้เห็นด้วย ผู้ส่งเสริมสนับสนุนจะกลับกลายเป็นผลักพวกที่ยังสองจิตสองใจออกไปเป็นพลังเงียบอีกกลุ่มหนึ่งต่างหากก็ได้

            โดยปกติแล้ว การต่อสู้ทางการเมือง การต่อสู้ทางความคิดนั้น จำเป็นอย่างยิ่งต้องใช้เหตุผลและข้อเท็จจริงเป็นปัจจัยหลักในการรวบรวมคนที่เห็นต่างให้มาเห็นด้วย ไม่ใช่การใช้ภาษาถ่อยเหมือนอันธพาลไร้การศึกษา ไร้จริยธรรมสำนึก ถอยหลังไปยิ่งกว่ายุคไดโนเสาร์เสียอีกนะ

            เมื่อคนรุ่นใหม่มีประสบการณ์ที่แตกต่างจากมนุษย์ลุงมนุษย์ป้า จนมองไม่เห็นฝุ่นควัน และยืนยันในความคิดเห็นของตัวเอง ก็ไม่มีใครปิดกั้น หรือจำกัดสิทธิในการแสดงออกอยู่แล้ว ขอเพียงแต่ว่ารู้จักเคารพ วิถีตามประเพณีและวัฒนธรรมไทยอันดีงามบ้างเถิดหนา เพราะประเทศไทยเจริญวัฒนาก้าวหน้ามาถึงทุกวันนี้ได้ ก็เพราะบรรพบุรุษของพวกเรานี่แหละที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือยืนหยัดปกป้อง สืบสานสืบต่อกันมานาน

            บางครั้งบางคราวลืมตัวไปบ้างเพราะความสะใจ แต่อย่ามองข้ามคนหัวหงอกจนเกินพอดีกลายเป็นเหยียบย่ำนะจ๊ะ มิเช่นนั้นชาวบ้านอย่างกลุ่มเปราะบางนี่แหละจะเดือดเนื้อร้อนใจ!!! นอนไม่หลับ โรคภัยไข้เจ็บก็จะถามหา.

   "ป้าเอง"  

 

 


ย่ำเท้าอยู่กับเรื่อง "ล่มชาติ-ล่มสถาบัน" มันช่างไร้สาระ "ถ่วงความเจริญบ้านเมืองเสียจริงๆ"

'กราบเดียว' จันทร์ส่องหล้า
กระจกสภา 'ชุมพล จุลใส'
อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'