ความเป็นไทย...เริ่มที่การแต่งกาย??


เพิ่มเพื่อน    

     เจริญตาเจริญใจพอสมควรทีเดียว เมื่อเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา เพราะเดินเข้าตลาดหาซื้อของกินของฝาก ปรากฏพบเห็นแม่ค้าแม่ขายนุ่งห่มแบบไทยกันเป็นที่คึกคัก ครึกครื้น ราวกับกำลังเดินอยู่ในตลาดชีกุน ย้อนยุคออเจ้าไปสู่สมัยอยุธยาเป็นเมืองหลวง

     เป็นความสำเร็จของละเม็งละครอย่างยอดเยี่ยม จนทุกเรื่องทุกราว "โหน" กระแสกันเป็นการใหญ่  

     ก็ดีนะ!! อย่างน้อยที่สุด การนุ่งห่มแบบไทยเดินถนนเที่ยวตลาดก็ไม่ถูกมองว่า ...บ้ารึปล่าว!! อีกต่อไป 

     แต่อย่างไรก็ตาม มีคำถามที่น่าสนใจต้องช่วยกันคิดต่อด้วยนะจ๊ะว่า ความเป็นไทยที่เริ่มต้นที่การแต่งกายนั้น จะยั่งยืนหรือต่อเนื่องยาวนานตลอดไปขนาดไหน

     เหมือนอย่างที่คนแดนอาทิตย์อุทัยเขาทำกัน และพวกเราก็ยกย่องชื่นชมในความเข้มแข็งของวัฒนธรรมของเขา กับชุดกิโมโน ยูกาตะ ที่สามารถสะเทินน้ำสะเทินบกอยู่คู่กับความทันสมัยของเทคโนโลยีของบ้านเขาได้แบบไม่รู้สึกเคอะเขิน

     สังคมของเราจะอินกับการแต่งกายแบบไทยไปตราบนานเท่านาน หรือนับถอยหลังตามกาลเวลาเมื่อละครจบ เป็นเรื่องที่อยากให้ทุกคนช่วยกันคิดและหาทางออกที่ดีที่สุด

     ทำอย่างไรที่เราจะเป็นแบบเดียวกับที่เราเห็นสาวอินเดียสามารถแต่งชุดส่าหรี ในขณะที่ผู้ชายแต่งชุดกรูตา (KURTA) ไปไหนต่อไหนไม่แตกต่างกับนุ่งกางเกงยีนส์ เสื้อเชิ้ต กระโปรงเดรส หรือชุดสูทตามกาลเทศะเลย

     มนุษย์ป้าหวังเหลือเกินว่า ปีนี้เราเริ่มต้นนับหนึ่งอย่างจริงจัง เห็นคุณค่าความเป็นไทยผ่านการแต่งกายแล้ว ขอให้ความคิดทัศนคติแบบนี้แข็งแกร่ง หนักแน่นและต่อเนื่อง จนเป็นค่านิยมที่ทุกคนในสังคมจะร่วมมือร่วมใจกันสืบสานต่อไปตราบนานเท่านาน โดยไม่ต้องไปเดือดร้อนเปลืองงบประมาณรัฐบาลต้องมาส่งเสริม สนับสนุน หรือรณรงค์แบบทุกปีๆ นะจ๊ะ

     เชื่อว่า เมื่อเราเริ่มนุ่งห่มแบบไทย โดยเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาปกติ เพราะผ้าฝ้ายไทยนั้นเหมาะที่สุดสำหรับอากาศร้อนบ้านเรา อีกทั้งการนุ่งผ้าซิ่น โจงกระเบน ก็เหมาะเหม็งกับสภาพความเป็นอยู่ของเรานั้น ต่อไปวิธีคิดแบบไทยก็จะค่อยๆ เด่นชัดขึ้นมา นั่นคือ รู้รักสามัคคี มีความกตัญญู อ่อนน้อมถ่อมตน รู้จักเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ ที่มองข้ามไม่ได้คือ ความรักในแผ่นดินของตัวเอง ที่จะไม่ยอมให้ชาติใดมาครอบงำ.

                               

                                                                                                                         "ป้าเอง"


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.