หนึ่งในอาการสำคัญยุคที่ 13 ของเมืองเริ่มปรากฏ


เพิ่มเพื่อน    

 

                ภาพดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์

พระพฤหัสบดีจร (5) และพระเสาร์จร (7) แตะร่วมราศีครั้งแรกในรอบ 20 ปีเมื่อ 2 มีนาคม 2562

เป็นจุดเริ่มยุคที่ 13-ของกรุงรัตนโกสินทร์ปรากฏขึ้นปลายขอบฟ้า และจะกินเวลายาวนานไป 20 ปี-22 กุมภาพันธ์ 2582

 

                ผู้เขียนขอพักการเขียนทำนายเค้าโครงชีวิตคนรายลัคนาราศีระหว่าง 10 กันยายน 2563-9 พฤศจิกายน 2564 ไว้ก่อนชั่วคราว เพื่อเขียนถึงปรากฏการณ์-อาการในเมืองรัตนโกสินทร์ที่กำลังสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจไปทั่ว ด้วยความคิดที่แตกต่างกันเกี่ยวกับนิยามประชาธิปไตยและสถาบันหลักของชาติในขณะนี้

            อันที่จริงผู้เขียนเหมือนโหรอาภัพ เพราะทำนายไว้ก่อนล่วงหน้านานมากในหนังสือชื่อ - ลอกคราบใหม่ประเทศไทย-ตีพิมพ์ 1 มกราคม 2558-โดยสำนักพิมพ์กรีนปัญญาญาณ ว่า ตั้งแต่ 2 มีนาคม 2562 เป็นต้นไปจะเป็นจุดเริ่มต้นยุคที่ 13 ของกรุงรัตนโกสินทร์ ที่จะกินเวลายาวนานไปอีก 20 ปี ซึ่งในระยะ 20 ปีนี้ก็จะ มีทั้งเรื่องดี-ร้ายเกิดขึ้นในแผ่นดินนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่จะโดดเด่นออกมา คือ การต่อสู้ทางอุดมการณ์-ความคิด-ลัทธิ-ความเชื่อ ที่สำคัญ ที่ ต้องระมัดระวังไม่ให้เป็นการต่อสู้ด้วยอาวุธระหว่างคนไทยด้วยกันเอง แต่คนคงลืมกันไปหมดแล้ว จึงขอย้อนไปพูดถึงอีกครั้ง

                หลักที่ผู้เขียนใช้ทำนายจนเขียนหนังสือได้เป็นเล่มนั้นเอามาจากแนวคิดของ อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ครูโหรผู้ล่วงลับ จากหนังสือ โหราศาสตร์ในวรรณคดี ที่ท่านได้คำนวณยุคโบราณไว้ทั้งหมด 10 ยุค โดยหลักการและชื่อยุคที่รู้กันโดยทั่วไปคือ

            1.การเริ่มเกิดของแต่ละยุคนำเอาจุดที่พระพฤหัสบดีจร (5) ซึ่งเป็นหัวหน้าดาวดี ประธานศุภเคราะห์ แตะก่อนร่วมราศีกัน แต่ละครั้งกับพระเสาร์จร (7) หัวหน้าดาวร้าย หรือประธานบาปเคราะห์เป็นจุดเริ่ม แล้วยุคนั้นจะกินเวลายาวนาน 20 ปี ก่อนที่ดาวสองดวงนี้จะกลับมาแตะกันอีกครั้งจึงจะเริ่มยุคใหม่ต่อไป

            2.ด้วยหลักดังกล่าวเกิดยุคที่อ้างอิงจากหนังสือโหราศาสตร์ไทยในวรรณคดี นับตั้งแต่เมือง-ดวงเมืองถือกำเนิด คือ วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2525 เวลา 06.54 น. เป็น 10 ยุค คือ

            ยุคมหากาฬ-พันธุ์ยักษ์-รักบัณฑิต-สนิทธรรม-จำแขนขาด-ราชโจร-ชนร้องทุกข์-ยุคทมิฬ-ถิ่นกาขาว-ราชวิไล

            3.ต่อจากยุคราชวิไลก็สามารถใช้หลัก 20 ปีคิดยุคใหม่ได้ตามสติปัญหาผู้เขียนที่ตกผลึกออกมา คือ

            ยุคที่ 11 โชติช่วงชัชวาล - พฤหัสบดีจรแตะแล้วร่วมราศีกับพระเสาร์จรที่ราศีสิงห์ เริ่ม 11 กุมภาพันธ์ 2523 เป็นยุคของการนำแก๊สธรรมชาติจากอ่าวไทยมาใช้ ต่อด้วย

            ยุคที่ 12 ยุคโทรศัพท์มือถือ - พฤหัสบดีจรแตะแล้วร่วมราศีกับพระเสาร์จรที่ราศีเมษ ตั้งแต่ 21 พฤษภาคม 2542 เป็นการเริ่มยุคโทรศัทพ์มือถือและอินเทอร์เน็ต และสังคมออนไลน์ยาวนานมา 20 ปี

            4.ครั้นวันที่ 2 มีนาคม 2562 พฤหัสบดีจรแตะแล้วร่วมราศีกับพระเสาร์จรอีกครั้งในราศีธนู เกิดปรากฏการณ์ยุคใหม่ค่อยๆ เริ่มขึ้น เพียงแต่ในช่วงแรกจะเป็นในลักษณะยึกยัก (เพราะดาวทั้งสองดวงนี้ไล่ล่ากันข้ามราศีระหว่างธนูกับมังกร-ไปจนถึงประมาณ 9 พฤศจิกายน 2564) แต่ถือเป็นจุดร่วมของยุคที่ 13 ของกรุงรัตนโกสินทร์ที่จะยาวนานไปอีก 20 ปี-ไปถึงประมาณ 22 กุมภาพันธ์ 2582 จึงจะเริ่มยุคที่ 14 ต่อไป

            5.อาการของยุคที่ 13 ของกรุงรัตนโกสินทร์คือ ยุค 4.0 (ขึ้นไป) โดยขณะนั่งเขียนหนังสือลอกคราบใหม่ประเทศไทยเมื่อปี 2558 นั้น ผู้เขียนจินตนาการไม่ออกว่ายุคนี้จะเป็นอย่างไร จึงบอกไปรวมๆ ว่าเป็นยุค 4.0 ซึ่งต้องขออภัย เพราะตอนนี้โลกก็เป็น 5.0 ไปแล้ว

            ส่วนเมืองไทยก็จะมีความเจริญ-รุ่งเรืองไพบูลย์-โชคมากมาย เช่น ตอนนี้เริ่มแล้ว EEC-รถไฟฟ้า-รถไฟรางคู่-รถไฟความเร็วสูง-สนามบินแห่งใหม่-เมืองการบิน-เมืองหลวงแห่งที่สอง-ค้าขายออนไลน์-ทุกคนมีมือถือเป็นอาวุธ มีช่องทางสื่อสารของตัวเอง-บัตรสวัสดิการแห่งรัฐโอนเงินเข้าบัญชี ฯลฯ

            6.อาการร้ายที่แทรกเข้ามาในยุคที่ 13 ในหนังสือลอกคราบใหม่ประเทศไทยผู้เขียนเตือนไว้ชัดเจนว่าเนื่องจากการเกิดของยุคนี้หัวหน้าดาวดี-ร้ายเริ่มแตะกัน ในราศีธนู-ภพที่เก้าศุภะของเมือง หนึ่งในความหมายคือ ทัศนะ และ อุดมการณ์-ความเชื่อ เกี่ยวกับ ศาสนาและปรัชญาและลัทธิการเมือง ฉะนั้นจึงต้องระวังการปะทะกัน ทางความคิด อุดมการณ์

                ขณะนี้ อาการก็เริ่มขึ้นแล้วกำลังปะทะกันทางความคิดอุดมการณ์ทั้งใหญ่-เล็กดุเดือดในโลกออนไลน์ บางกลุ่มไปโฉบเฉี่ยวสถาบันหลักของชาติแล้วเริ่มลงถนน จึงต้องระวังไม่ให้เป็นการปะทะด้วยกำลังเพราะ

            ในหนังสือลอกคราบใหม่ประเทศไทยยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เคยเกิดในยุคคล้ายๆ กันนี้ในอดีตคือ มีการก่อตั้งองค์กรปลดปล่อยสหปัตตานีหรือพูโลเพื่อแบ่งแยกจังหวัดชายแดนภาคใต้ หนึ่ง และสองคือ การเกิดของลัทธิคอมมิวนิสต์ในนามพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ทั้งสองกรณีมีการต่อสู้ด้วยอาวุธกับรัฐไทยด้วย

            7.คาดหมายผลการต่อสู้ทางความคิด-อุดมการณ์รอบ 20 ปีนี้ - ในฐานะโหรที่นั่งสังเกตอาการณ์ของเมืองมานาน บวกกับเริ่มเรียนมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี 2515 ที่ร่วมเป็นหนึ่งในสาวก 5 ย.กับเขาด้วย สรุปออกมาได้ว่า เมืองจะถูกท้าทาย-ซัดกันเป็นระยะๆ เป็นธรรมดา-ผลัดกันรุกและรับทั้งสองฝ่าย-ส่วนคนในเมืองก็ปรับเปลี่ยนไป-องค์กรรวมทั้งสถาบันหลักๆ ของชาติก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย

                แต่เมื่อสู้กันไปแล้วในที่สุดก็กลับมาพื้นฐานเดิมของดวงเมืองที่ออกแบบมาให้สถาบันหลักของชาติจะยังยืนยงคงอยู่คู่เมือง

                ทั้งนี้ ดูได้จากพระอาทิตย์ (๑) อันเป็นตัวแทนพระราชสายโลหิตของรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระผู้ทรงสร้างเมือง (ตัวแทนภพที่ห้า-ปุตตะ) กุมลัคนาหรือจุดเกิดของเมืองรัตนโกสินทร์ตลอดไป.

 


ต้องบอกว่า........ "เวทีล้มเจ้า" ที่ "ธรรมศาสตร์" คืนวาน "จัดหนัก-จัดเต็ม" ฮือฮากันไม่จบจนถึงตอนนี้ ถือว่า "จุดติด" แล้วใช่มั้ย?

สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ