บินไทย ลุ้น17 ส.ค.นี้ ศาลเคาะให้บริหารแผนฟื้นฟู


เพิ่มเพื่อน    

31 ก.ค.63-นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินการแผนฟื้นฟูกิจการ การบินไทยว่า ขณะนี้ยืนยันว่าการบินไทยมีความพร้อมมากที่จะเข้ายื่นเป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูการบินไทย ในวันที่ 17 ส.ค.นี้ซึ่งตามขั้นตอนหลังจากยื่น1-2สัปดาห์จะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งขั้นตอนนั้นจะเปิดให้เจ้าหนี้ของการบินไทยทั้งหมดหากไม่เห็นด้วยก็มาคัดค้านต่อศาลภายใน 3เดือน

อย่างไรก็ตามมั่นใจว่า แผนฟื้นฟูที่คณะผู้ทำแผนฟื้นฟูฯยื่นนนั้นจะได้รับความเห็นชอบจากศาลล้มละลายกลางแน่นอน ซึ่งขั้นตอนจากนั้นก็จะดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กร และเดินตามแผน คาดว่าใน3-5ปี จะสามารถฟื้นการบินไทยให้กลับมายืนเป็นสายการบินแห่งชาติแบบเต็มภาคภูมิแน่นอน

สำหรับสาเหตุที่มีความมั่นใจว่าจะได้รับความเห็นชอบจากศาลฯให้เป็นผู้บริหารแผน เนื่องจากกลุ่มเจ้าหนี้มากกว่า 70 -80 %ให้การสนับสนุนให้การบินไทยบริหารแผน ซึ่งเจ้าหนี้ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้ ส่วนเจ้าหนี้ที่ไม่เห็นด้วยให้บริหารแผนมีประมาณ 20-30%เท่านั้น อย่างไรก็ตามการบินไืยยังคงเดินหน้าทำความเข้าใจกับเจ้าหนี้ ทั้งเจ้าต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าเครื่องบิน เจ้าหนี้สหกรณ์ เจ้าหนี้หุ้นกู้ ซึ่งการบินไทยได้จัดเจ้าหนี้ที่โทรหาผู้ถือหุ้นกู้ทั้ง 2,000 รายเข้าใจว่าหากให้คณะผู้บริหารแผนดำเนินการจะทำให้การบินกลับมาได้ เพราะมีความชำนาญทางธุรกิจ และผู้บริหารแผนแต่ละคนก็มีความชำนาญเฉพาะด้าน

“ในวันที่ 17 ส.ค.ทางคณะผู้ทำแผนก็ต้องชี้แจงต่อศาลถึงเหตุที่จะเข้ามาบริหารว่า การบินไทยมีหนี้สินและจะมีแนวทางการฟื้นฟูอย่างไรบ้าง, ชี้ช่องทางให้ศาลฯเห็นว่าทางรอดในการที่จะเข้ามาบริหารแผนอย่างไรบ้าง คณะผู้บริหารแผน 6 คน ประกอบไปด้วย พลอากาศเอกชัยพฤกษ์ ดิษยศริน ,นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ,นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ,นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ,และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และผม ที่จะเข้ามาดำเนินการบริหารแผนฟื้นฟู เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งอดีต รมว. และมีผลงานเป็นที่ยอมรับ ซึ่งก็เชื่อว่าจะมีส่วนช่วยบริหารแผนฟื้นฟูให้เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อให้การบินไทย กลับมาเข้มแข็ง สามารถกลับมาประกอบการได้หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และทั่วโลกมีวัคซีนออกมาป้องกันแล้ว”นายชาญศิลป์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 31 ก.ค.นี้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563 โดยมีพล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ประธานกรรมการบริษัท เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยกรรมการ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นจำนวนมากเข้าร่วมและให้ความสนใจสอบถามสถานะทางการเงินและแนวทางการฟื้นฟูกิจการของบริษัท โดยรายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นฯ รับทราบผลการดำเนินงานประจำปี 2562 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้ รวมทั้งสิ้น 184,046 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน 15,454 ล้านบาท หรือ 7.7% รายได้จากการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าที่ลดลงรวม 15,767 ล้านบาท (8.6%) สำหรับค่าใช้จ่ายรวม 196,470 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน 12,088 ล้านบาท (5.8%) สาเหตุหลักเกิดจากค่าน้ำมันที่ลดลง 5,421 ล้านบาท (9.0%) เนื่องจากราคาน้ำมันลดลง 8.2% ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไม่รวมน้ำมันลดลงจากปีก่อน 6,580 ล้านบาท (4.6%) ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อยขาดทุนจากการดำเนินงานจำนวน 12,424 ล้านบาท ขาดทุนสูงกว่าปีก่อน 3,366 ล้านบาท (37.2%)

นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการประมาณการเงินตอบแทนความชอบในการทำงาน จำนวน 2,689 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ได้รับรู้ค่าชดเชยเพิ่มเติมตามประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่องมาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 4) ที่กำหนดอัตราค่าชดเชยเพิ่มเติมกรณีนายจ้างเลิกจ้างสำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 20 ปี ขึ้นไป ให้มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย จำนวน 400 วัน และมีผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์และเครื่องบิน จำนวน 634 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนเงินลงทุนในบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 273 ล้านบาท และมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 4,439 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อย ขาดทุนสุทธิ 12,017 ล้านบาท ขาดทุนสูงกว่าปีก่อน 448 ล้านบาท (3.9%) โดยเป็นขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 12,042 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 5.52 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.19 บาทต่อหุ้น (3.6%)

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีสินทรัพย์ รวมจำนวน 256,665 ล้านบาท ลดลงจากวันที่ 31 ธันวาคม 2561 จำนวน 12,056 ล้านบาท (4.5%) มีหนี้สินรวม เท่ากับ 244,899 ล้านบาท ลดลงจากวันที่ 31 ธันวาคม 2561 จำนวน 3,366 ล้านบาท (1.4%) และส่วนของ ผู้ถือหุ้นมีจำนวน 11,766 ล้านบาท ลดลงจากวันที่ 31 ธันวาคม 2561 จำนวน 8,690 ล้านบาท (42.5%)


ต้องบอกว่า........ "เวทีล้มเจ้า" ที่ "ธรรมศาสตร์" คืนวาน "จัดหนัก-จัดเต็ม" ฮือฮากันไม่จบจนถึงตอนนี้ ถือว่า "จุดติด" แล้วใช่มั้ย?

สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ