
2 ส.ค.63-นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุ ข้อเรียกร้องของกลุ่มเยาวชนปลดแอกต่อรัฐบาล 3 ข้อ 1) ให้ยุบสภา 2) หยุดคุกคามประชาชน และ 3) ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ผมเห็นใจและเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของคนรุ่นใหม่ซึ่งก็เหมือนกับคนรุ่นผมเมื่อ 49 ปีที่แล้ว ที่ต้องการ “อนาคตที่ดีกว่า” ความขัดแย้งทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นใหม่ ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจโดยเฉพาะระหว่างกลุ่มอำมาตย์และนายทุนชาติกับกลุ่มคนชั้นกลางใหม่ กรรมกรและชาวนา ที่ต่อสู้กันต่อเนื่องมาร่วม 60 ปี แต่เป็นคู่ขัดแย้งใหม่ ระหว่างกลุ่มทุนการเมืองอนุรักษ์นิยม กับ กลุ่มทุนดิจิทัลเสรีนิยมกับกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ เวลาผ่านไปหลายสิบปี โลกและประเทศเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าไปมาก แต่สังคมและการเมืองไทยกำลังย้อนกลับมาที่จุดเดิมที่เป็นจุดสร้างความแตกแยก ความอ่อนแอของผู้คนและสังคม เป็นจุดที่สร้างบาดแผลความเจ็บช้ำเคียดแค้นในใจคนที่จะต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่นไปอีกนับสิบปี
นี่คือ วงจรอุบาทว์ที่เป็นธรรมชาติที่แท้จริงของการเมืองไทย หรือ? แน่นอน การจะมีอนาคตใหม่ที่ดีกว่า ตามที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ต้องการ ต้องทำการใหญ่อีกหลายเรื่องในแทบทุกด้านของชีวิตคนไทย แต่ที่เร่งด่วนในนาทีนี้ คือ การปฏิรูปการเมือง เพื่อลดความตึงเครียด ขจัดโอกาสที่จะเกิดการปะทะทางความคิดและการใช้กำลัง
ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลมีจิตใหญ่ ใจกว้าง เชิญตัวแทนของทุกกลุ่มที่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยเฉพาะกลุ่มวุฒิสมาชิก ให้เข้ามาร่วมกันคิด ร่วมกันผลักดันให้การปฏิรูปใน 4 เรื่องนี้เกิดขึ้นโดยเร็ว
1.การแข่งขันทางการเมืองที่ไม่เสรีและเท่าเทียม (การสืบทอดอำนาจ) ต้องมุ่งขจัดกติกาและกลไกที่ทำให้ไม่มีการแข่งขันอย่างเท่าเทียมทางการเมือง โดยเร่งแก้รัฐธรรมนูญในส่วนที่เป็นหน้าที่ของวุฒิสมาชิกในการออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี และแก้ไขเกณฑ์คะแนนเสียงเลือกตั้งที่แต่ละพรรคการเมืองจะได้ สส. ในสภาผู้แทนราษฎร 2. การตรวจสอบการเข้าสู่อำนาจ และการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้องและเป็นธรรม ต้องมุ่งปรับให้มีกลไกที่เป็นกลางในการตรวจสอบการเข้าสู่อำนาจ การใช้อำนาจ และการออกจากตำแหน่งที่มีอำนาจ โดยเร่งแก้รัฐธรรมนูญในส่วนที่เป็นการปรับเปลี่ยนระบบการสรรหากรรมการองค์กรอิสระให้เปิดกว้างและโปร่งใสและ
ปรับระบบการตรวจสอบและรับผิดของกรรมการองค์กรอิสระให้มีกลไกการถ่วงดุลจากตัวแทนของประชาชน
3. ความเหลื่อมล้ำในโอกาสและความสามารถขยับสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมต้องมุ่งขจัดระบบอภิสิทธิ์และกลไกที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม ระหว่างกลุ่มอำนาจเก่ากับกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเร่งสร้างความเป็นธรรมในสังคมให้มากขึ้นโดยปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมครบวงจรและเร่งปรับแก้กฎหมายที่สร้างภาระให้แก่ประชาชน ที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ และที่ไม่เน้นการแข่งขันด้วยความสามารถในการได้มาซึ่งตำแหน่ง สถานะ เกียรติยศ เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสที่เท่าเทียมกันในการขยับสถานะทางเศรษฐกิจสังคมของตนให้ดีขึ้น 4. การมีระบบการเป็นตัวแทนทางการเมืองที่ดีต้องมีกลไกที่ควบคุมทำให้นักการเมืองในรัฐสภาต้องทำหน้าที่และพร้อมรับผิดได้จริง โดยเร่งปรับแก้กฎหมายพรรคการเมืองและออกกฎหมายการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของประชาชนเพื่อให้มีกลไกและช่องทางที่ประชาชนจะใช้ในการตรวจสอบควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของพรรคการเมืองและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิก ให้ง่าย สะดวก รวดเร็ว รู้เห็นกันทั่วไป
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |