
หลังรับตำแหน่งครบ 1 ปี ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พร้อมด้วยสองรัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงคมนาคม ถาวร เสนเนียน และอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เปิดแถลงผลงานอย่างละเอียดยิบ เริ่มตั้งแต่ระดมความคิดเห็นและติดตามการดำเนินงานของแผนงาน โครงการต่างๆ ของทุกหน่วยงาน รวมทั้งร่วมกันถอดบทเรียน ทบทวนผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรคที่ผ่านมา เพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างบูรณาการ เกิดการผลักดันและขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงคมนาคมไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือความสุขของประชาชนคนไทยทุกคน
ในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการด้านคมนาคมขนส่งนั้น ศักดิ์สยามประกาศเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี และนโยบายรัฐบาล รวมทั้งยุทธศาสตร์กระทรวงคมนาคม เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการที่สะดวก ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสามารถเข้าถึงได้อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน โดยให้ความสำคัญกับทุกนโยบาย ทุกโครงการต้องมีเป้าหมายเดียวกัน คือ มุ่งเน้นสนองตอบความต้องการของประชาชนคนไทยและเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ต้องเป็นโครงการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้
ซึ่งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาพอจะเห็นภาพการขับเคลื่อนโครงการไหนบ้างนั้นพอสรุปได้ดังนี้ คือ กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานทางถนน โดยมีกรมทางหลวงเป็นหัวหน้ากลุ่ม พบว่าได้แก้ไขปัญหาโครงการก่อสร้างล่าช้าที่ไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนด เช่น โครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 การแก้ไขปัญหามลภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จากรถบรรทุก รถโดยสารสาธารณะ
นอกจากนั้นในส่วนของนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางในการนำน้ำยางดิบมาผลิตเป็นแผ่นยางหุ้มแบริเออร์ (Rubber Fender Barrier : RFB) และทำหลักนำทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post : RGP) เพื่อมาเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ถนนของทั้งกรมทางหลวง (ทล.) และถนนกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ขนาด 4 ช่องจราจรกว่า 12,000 กม. ซึ่งโครงการดังกล่าวได้มีการทดสอบมาตรฐานจากประเทศเกาหลีแล้ว โดยจะนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาใช้ในระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี (ปี 63-65) ซึ่งจะช่วยให้มีการใช้น้ำยางพาราดิบจากเกษตรกรชาวสวนยางรวมประมาณ 1 ล้านตันใน 3 ปี
ส่วนกลุ่มงานการขนส่งทางรางนั้น ได้มีการลดอัตราค่าโดยสาร รถไฟฟ้าสายสีม่วง และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ รวมถึงการตรึงราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน จนถึงสิ้นปี 63 การพัฒนาการเชื่อมต่อการเข้าถึงของคนทุกกลุ่ม ทุกระบบ ล้อ ราง จานวน 13 สถานี การพัฒาระบบตั๋วร่วม แบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะสั้น แมงมุม, MRT Plus, Rabbit รองรับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน, สีม่วง, สีเขียว ภายในปลายปี 63 และบัตรแมงมุม, MRT Plus รองรับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ภายในปลายปี 63 บัตร EMV (บัตรเครดิต) และเชื่อมโยงกับการเดินทางทุกระบบ ภายในปลายปี 65
ส่วนแผนนโยบายที่จะดำเนินการหลังจากนี้ นอกจากเร่งรัดงานที่ยังคั่งค้างอยู่ จะเดินหน้านโยบายพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟร่วมกับมอเตอร์เวย์ เหนือ ใต้ ออก ตก ทั่วไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เพื่อให้เป็นรูปธรรม และสำรวจแนวเส้นทางให้ชัดเจน รวมถึงการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยให้ภาครัฐประหยัดงบประมาณในการเวนคืนที่ดินของแนวเขตก่อสร้าง และจะให้ได้เส้นทางใหม่และตรง
งานนี้ศักดิ์สยามยังย้ำอย่างชัดเจนว่าการทำงานในช่วงนี้ และต่อจากนี้ นอกจากคมนาคมจะมีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแล้ว การดำเนินในช่วงที่อยู่ตำแหน่ง ยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมยุคนี้จะต้องไม่มีค่าโง่แน่นอน และพร้อมผลักดันโครงการเก่าๆ ที่ยังคั่งค้างให้เดินหน้าต่อไป
ก็ต้องมาลุ้นถึงฝีไม้ลายมือกันว่าเจ้ากระทรวงหูกวางอย่าง ศักดิ์สยาม ชิดชอบ จะมีลวดลายมากน้องเพียงใด.
กัลยา ยืนยง
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |