นกแอร์ประจาน113สส. ค้างค่าตั๋วก่อนรปห.ปี57


เพิ่มเพื่อน    

 

113 ส.ส.ก่อนรัฐประหารงามหน้า "นกแอร์" ทวงค่าตั๋วเครื่องบิน ยอดหนี้รวม 3,522,419.53 บาท ประธานสภาฯ แนะบริษัททำหนังสือจี้เป็นรายบุคคล ขณะที่ศาล รธน.เริ่มไต่สวนคุณสมบัติ 32 ส.ส.ปมถือหุ้นสื่อ “ภาดาท์-ธัญญ์วาริน” ประเดิม รอลุ้นคำตัดสินผู้ถูกร้องอื่นๆ
    เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่รัฐสภา นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ผู้บริหารของ บมจ.สายการบินนกแอร์ ได้เข้าอวยพรวันเกิดนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ นอกจากได้มีการหารือถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.ตรัง เนื่องจากสายการบินนกแอร์บินตรง จ.ตรังแล้ว ยังได้หารือถึงสถานะการเงินของสายการบิน ซึ่งขณะนี้ทางสายการบินได้ยื่นศาลล้มละลายเพื่อฟื้นฟูกิจการ
    อย่างไรก็ตาม ทางสายบินนกแอร์ได้ทำหนังสือมาถึงสภา ลงวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อติดตามยอดค้างชำระของ ส.ส.และอดีต ส.ส.กรณีจองตั๋วเครื่องบินแล้วไม่เดินทางช่วงระหว่างปี 55-56 จำนวน 113 ราย ยอดหนี้รวม 3,522,419.53 บาท โดย ส.ส.บางรายเป็นหนี้สูงถึง 2-3 แสนบาท ซึ่งเมื่อดูรายชื่อแล้วเป็นบุคคลที่น่าจะมีฐานะดี
     "ประธานสภาฯ ได้หารือว่าเนื่องจากหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ส่วนบุคคล สภาไม่มีสิทธิทวงหนี้ให้กับทางบริษัท ดังนั้นขอให้ทางบริษัททำหนังสือทวงหนี้ไปยัง ส.ส.และอดีต ส.ส.โดยตรงเพื่อให้มาชำระหนี้ เพราะถือเป็นความรับผิดชอบของ ส.ส.และอดีต ส.ส.ที่จองตั๋วเครื่องบินแล้วไม่ยอมเดินทาง" เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าว
    วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยานในคำร้องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ 32 ส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่ โดยวันนี้เป็นการไต่สวน น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ผู้ถูกร้องที่ 20 และนายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้องที่ 2
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงแรกเป็นการไต่สวนในส่วนของ น.ส.ภาดาท์ และพยาน 2 ปาก ซึ่งศาลได้สอบถามถึงการดำเนินการกิจการของบริษัท ทาโร่ทาเลนท์ฯ ว่าทำธุรกิจผลิตสื่อประชาสัมพันธ์และบริการข้อมูลข่าวสารตามที่ระบุในวัตถุประสงค์ที่ยื่นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือไม่  
    น.ส.ภาดาท์ชี้แจงว่า บริษัทตั้งขึ้นเพื่อจัดคอร์สอบรมค่ายเยาวชนให้กับเด็กอายุ 8-14 ปี ในหลักสูตรเอ็กซ์วายแซด และมีการจัดอบรมเพียงครั้งเดียวระหว่างวันที่ 23-27 ต.ค.60 ที่เขาใหญ่ แต่ในใบนำส่งงบการเงินที่ยื่นกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่าทำผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ฯ ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงนั้น เป็นเรื่องของผู้จัดทำบัญชีที่ดำเนินการ ซึ่งมักจะนำวัตถุประสงค์เพิ่มเติมที่บริษัทจดเพิ่มจากแบบฟอร์มการขอจดทะเบียนมาใส่ไว้ ว่าเป็นลักษณะของการประกอบกิจการในการยื่น ซึ่งทั้งหมดเป็นการดำเนินการของผู้จัดทำบัญชีและผู้ตรวจสอบบัญชี
    น.ส.ภาดาท์กล่าวต่อว่า เมื่อรู้ตัวเองจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็ได้แจ้งให้หนึ่งในกรรมการบริษัทไปเลิกบริษัทในปลายปี 2561 การดำเนินการดังกล่าวจะต้องมีกรรมการบริหาร 2 คนลงนาม ซึ่งตนก็คิดว่ากรรมการทั้งสองคนดังกล่าวดำเนินการแล้ว จึงไม่ได้มีการติดตามสอบถาม และไม่ได้มีการลงชื่อในเอกสารที่ยื่นต่อราชการใดๆ อีกเลย เพิ่งมาทราบว่าไม่ได้มีการเลิกกิจการหลังมีการยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ
    ตุลาการได้สอบถามว่า ถ้าเลิกกิจการตั้งแต่ปลายปี 61 และไม่ได้ลงชื่อยื่นในเอกสารใดอีก ทำไมในเอกสารงบการเงินลงวันที่ 18 มิ.ย.62 ยังมีรายมือชื่อของ น.ส.ภาดาท์ลงนามเอกสารยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นหลังจากการเปิดรับสมัคร ส.ส.ไปแล้ว 6 เดือน น.ส.ภาดาท์อ้างว่าอาจจะลืมเนื่องจากเหตุการณ์ผ่านมานานแล้ว
    ด้าน น.ส.น้ำอ้อย อู่อรุณ ผู้จัดทำบัญชีบริษัทในปี 60 ชี้แจงต่อศาลว่า การระบุวัตถุประสงค์ในใบนำส่งงบการเงินที่ยื่นกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของบริษัท แต่ยืนยันว่าธุรกิจของบริษัทนี้คือจัดคอร์สค่ายเยาวชน ส่วนที่ระบุไปว่าบริษัทมีรายได้ 100% จากการผลิตข้อมูลข่าวสาร ความบันเทิง ก็เป็นเพราะความเคยชินที่จะนำเอาวัตถุประสงค์ข้อ 23, 25 ซึ่งเป็นข้อที่บริษัทจดเพิ่มเติมมาใส่ โดยยอมรับว่าเกิดความผิดพลาด แต่ไม่ได้จงใจให้ผิดพลาดในกรณีนำวัตถุประสงค์บริษัทจดเพิ่มมาใส่ในงบการเงินโดยที่ไม่ตรงกับการดำเนินกิจการจริง ซึ่งส่วนใหญ่นักบัญชีก็ทำแบบนั้น
    ส่วนที่ศาลสอบถามว่ามีรายการค่าใช้จ่ายผลิตสื่อในช่วงระหว่างวันที่ 30 พ.ย.-8 ธ.ค.60 เป็นค่าอะไร ทั้งที่การจัดอบรมค่ายเยาวชนเสร็จสิ้นตั้งแต่ 27 ต.ค. น.ส.น้ำอ้อยชี้แจงว่า เป็นค่าผลิตสื่อเชิญชวนผู้ปกครองให้ส่งเด็กมาอบรม ซึ่งผลิตไปแล้วแต่ยังไม่จ่ายเงินและมาจ่ายในภายหลัง จึงลงเป็นรายการบันทึกค้างจ่ายที่จ่ายชำระ
     ขณะที่นายชาตรี ระวิพงษ์  ผู้ตรวจสอบบัญชีของบริษัทดังกล่าวช่วงปี 60 กล่าวว่า ตรวจบัญชีตามเอกสารหลักฐานที่ผู้ทำบัญชีส่งมาไม่ได้มีการขอดูหรือสงสัยว่าบริษัทดำเนินกิจการตรงตามที่จดทะเบียนหรือไม่ จะดูเพียงตัวเลขของบัญชีว่าเป็นไปตามหลักการบัญชีหรือไม่ ส่วนรายละเอียดอื่นผู้จัดทำบัญชีเป็นผู้จัดทำ ซึ่งตนก็เชื่อในการจัดทำบัญชีของผู้จัดทำบัญชี
    ส่วนการไต่สวนในรายของนายธัญญ์วารินนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าตัวได้ส่งหนังสือมาแจ้งให้ทราบว่า ทราบที่ศาลได้นัด แต่ไม่ติดใจที่จะเข้าไต่สวน จึงไม่มาศาล ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการไต่สวน ศาลแจ้งว่าให้ผู้ถูกร้องทั้งสองรอฟังคำวินิจฉัยพร้อมกับผู้ถูกร้องอื่นๆ.