ไฟไหม้ชุมชนแออัด บ้านวอดกว่า10หลัง


เพิ่มเพื่อน    


    ไฟไหม้รับอรุณชุมชนแออัดในซอยเจริญกรุง 73/1 สาเหตุจากคนส่งแก๊สหุงต้มหมุนวาล์วผิด ทำแก๊สพุ่งออกมาถูกประกายไฟลุกไหม้ เพื่อนบ้านพลอยซวยเสียหายกว่า 10 หลัง
    เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 5 สิงหาคมนี้ พ.ต.ท.วิสุทธิ์ ขุนพิลึก สว.(สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยเจริญกรุง 73/1 ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ จึงประสานรถน้ำดับเพลิงสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพฯ 10 คัน และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งไปดับไฟ ที่เกิดเหตุเป็นชุมชนแออัด มีบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ปลูกติดกันหนาแน่น พบเพลิงกำลังลุกลามอย่างรวดเร็ว กลุ่มควันลอยปกคลุมพื้นที่ ส่งกลิ่นเหม็นไหม้ไปทั่วบริเวณ ชาวบ้านรีบแบกข้าวของหนีอลหม่าน อย่างไรก็ตาม ถนนทางเข้าซอยแคบทำให้รถน้ำไม่สามารถเข้าไปได้ เจ้าหน้าที่ต้องลากสายดับเพลิงเข้าไป ระดมฉีดน้ำกว่า 30 นาที เพลิงจึงสงบ ตรวจสอบพบบ้านต้นเพลิงเลขที่ 1925/6 
    จากการสอบสวนนายสมศักดิ์ แซ่ลี้ อายุ 53 ปี ชาวบ้านย่านนั้นให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นแสงเพลิงกำลังลุกลามภายในบ้านหลังดังกล่าว จึงใช้ถังดับเพลิงพยายามดับ แต่สกัดไม่อยู่ ก่อนไฟจะลุกไหม้บ้านทั้งหลัง คาดว่าคนในบ้านอาจจะทำครัวแล้วมีแก๊สรั่วไหล ก่อนเพลิงจะลุกลามไปบ้านเรือนใกล้เคียงที่อยู่ติดกันเสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน ทั้งนี้ไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด
    มีรายงานต่อมาว่า จากการสอบสวนเจ้าของบ้านต้นเพลิง ทราบว่าก่อนเกิดเหตุกำลังประกอบอาหารแล้วแก๊สหมด จึงโทรศัพท์สั่งแก๊สจากร้านแก๊สไปส่ง ปรากฏว่าคนส่งแก๊สหมุนวาล์วแก๊สผิดทาง ทำให้แก๊สพุ่งออกมาจำนวนมากถูกประกายไฟเกิดลุกลามดับไม่อยู่ จากนั้นคนส่งแก๊สก็ได้หลบหนีไป ยังหาตัวไม่พบ
    อีกราย เวลา 00.30 น. วันเดียวกัน ร.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ บุตรวงศ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงใต้ รับแจ้งเหตุไฟไหม้โกดังโรงน้ำแข็งไม่มีชื่อ ภายในซอยวัดมหาวงษ์ ซอยย่อยประสบโชค หมู่ 3 ต.สำโรง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จึงพร้อมด้วยรถดับเพลิงเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพรายและเทศบาลใกล้เคียงจำนวน 5 รุดไปที่เกิดเหตุ พบเป็นโกดังโรงน้ำแข็งชั้นเดียวปลูกสร้างอยู่บนพื้นที่ประมาณ 50 ตารางวา เพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงและมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ เนื่องจากภายในโกดังมีตู้ทำความเย็น และมีรถยนต์กระบะที่ใช้บรรทุกน้ำแข็งจอดอยู่ด้านในอีก 2 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน ปรากฏถูกไฟเผาเสียหายหมด เจ้าหน้าที่ใช้เวลาดับเพลิงราว 30 นาทีจึงควบคุมไว้ได้
    น.ส.จิราพร บุบผาโภชน์ อายุ 29 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์และมีบ้านอยู่ฝั่งตรงข้าม เล่าว่า โรงน้ำแข็งดังกล่าวเป็นของนางแก้ว ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง พักอาศัยอยู่ในย่านถนนเทพารักษ์ ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนยืนอยู่หน้าบ้าน เห็นกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากห้องพักคนงานซึ่งตั้งอยู่ภายในโกดังเก็บน้ำแข็งที่เกิดเหตุ แต่ไม่มีใครพักอาศัยอยู่ ก่อนที่จะมีเปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นอย่างรุนแรง เนื่องจากห้องดังกล่าวเป็นไม้จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ก่อนที่จะลุกลามไปลุกไหม้รถกระบะและรถจักรยานยนต์     
    ตำรวจสันนิษฐานว่าสาเหตุเกิดจากไฟชอร์ต ส่วนค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท.
           


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน