ชังชาติรักษาไม่หาย บิ๊กแดงสอนนายร้อยจปร. รัฐบาลเล็งตั้งทีมแก้รธน.


เพิ่มเพื่อน    

  “บิ๊กตู่” ร่วมงาน 133 ปี รร.นายร้อย จปร. ยันเปิดเวทีรับฟังความเห็น นศ.ภายใน ส.ค.นี้ จ่อทำความเข้าใจเรื่องอนาคต-การเมือง ควบคู่การรับฟังของ กมธ.แก้ไข รธน. รัฐบาลจ่อตั้งคณะทำงานร่วมเคาะญัตติแก้ รธน.ฉบับรัฐบาลเสนอสภา พปชร.ขวางตั้ง ส.ส.ร. หวั่นแตะ ส.ว. ประธานวิปฝ่ายค้านยันรอผล กมธ.ก่อนยื่นแก้ ม.256 ไม่เกิน15 ส.ค.นี้ “บิ๊กแดง” สอนน้องเป็นโควิด-19 หายได้ แต่โรคชังชาติเกลียดชาติบ้านเมืองตัวเองรักษาไม่หาย ไม่มีวัคซีนป้องกัน ส.ส.ก้าวไกลร้อนตัวโต้กลับ ผบ.ทบ. เป็นโรคเห็นตัวเองเป็นชาติแล้วกัดกินบ้านเมืองตลอดเวลา

     เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม เวลา 07.30 น. ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จ.นครนายก มีการจัดงานวันพระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ครบรอบ 133 ปี โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ อดีตนายทหาร  คณะรัฐมนตรีทหาร มาร่วมงาน อาทิ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาก่อนแล้วตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่
    ทั้งนี้ ศิษย์เก่าแต่ละรุ่นได้วางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 โดยภายในงานทุกคนล้วนสวมใส่หน้ากากอนามัย พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาลทหารจัดจุดวัดไข้และแจกแอลกอฮอล์ล้างมือด้วยตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข
     จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นวันดี เป็นวันครบรอบกำเนิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ตนก็เป็นศิษย์เก่าของที่นี่ และได้อธิษฐานขอให้ทำงานสำเร็จทุกอย่างทุกประการ ปัญหาทุกปัญหาขอให้แก้ไขได้เพื่อประชาชน ในส่วนของกระทรวงกลาโหม ได้ย้ำเตือนกับผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นให้ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและไว้วางใจ
    พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการเตรียมเปิดเวทีรับฟังความเห็นของนักศึกษาว่า จะให้มีการเปิดเวทีย่อยทุกพื้นที่ภายในเดือน ส.ค.นี้ โดยให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์เป็นผู้จัด และนำข้อสรุปมาพิจารณาว่าจะพูดคุยกันอย่างไร เพราะปัญหาที่สำคัญที่สุดของบ้านเมืองตอนนี้คือการเดินหน้าประเทศ และเรื่องเศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบันทำให้เศรษฐกิจมีปัญหา และได้รับผลกระทบไปอีกเป็นปี  ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ส่วนเรื่องอื่นๆ ต้องแก้ไขไปตามขั้นตอน
    เมื่อถามว่า มีข้อเสนอที่จะให้นายกฯ ไปรับฟังด้วยตนเอง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คงจะมี ต้องหาเวลา และขอให้ทุกคนช่วยกันเสนอความคิดที่เป็นประโยชน์ ตั้งประเด็นว่าจะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน เช่น เรื่องการประกอบอาชีพ อนาคตของนักศึกษา ความคิดด้านเศรษฐกิจ ด้านสุขภาพ รวมถึงเรื่องสร้างสรรค์อื่นๆ ด้วย ส่วนการพูดคุยเรื่องการเมืองนั้นตนทราบอยู่แล้ว และต้องหาวิธีการช่องทางพูดคุยกันต่อไป วันนี้ตนทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายบริหารให้ดีที่สุด เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และอำนาจ 3  อำนาจ ดังนั้นจะก้าวล่วงกันไม่ได้ ตนก็ทำหน้าที่ของตน สภาก็ทำหน้าที่ของสภา ในส่วนของประชาชนก็ทำคู่ขนานกันไป
    เมื่อถามถึงข้อเสนอ 3 ข้อของกลุ่มนักศึกษา โดยเฉพาะเรื่องการยุบสภา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องไปดูว่าสามารถทำได้หรือไม่ รวมถึงจะต้องแก้รัฐธรรมนูญก่อนยุบสภาหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ และย้ำว่าทุกอย่างต้องทำคู่ขนานกันไป ซึ่งต้องมีการรับฟังความเห็นจากคณะกรรมาธิการฯ ก่อน เพื่อเสนอไปยังคณะกรรมการของรัฐบาล เพื่อพิจารณาตามข้อเสนอว่าจะต้องแก้ตรงไหน ก่อนนำเข้าพิจารณาร่วมกันในสภาทั้ง 2 สภา ส่วนเนื้อหารายละเอียดยังไม่ทราบว่าต้องแก้ตรงไหนอย่างไร
โรคชังชาติรักษาไม่หาย
    ขณะที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ได้เดินตรวจการแต่งกายชุดพระราชฐานของนักเรียน จปร.ชั้นปีที่ 4 และ 5 ที่ตั้งแถวรอรับด้านหน้ากองบัญชาการนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย พร้อมพูดคุยกับนักเรียนเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 หลังจากที่นักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ 5 ไปร่วมคณะฝึก Lightning forge ที่มลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา
    โดย พล.อ.อภิรัชต์ได้สอบถามถึงความรู้สึกของรุ่นน้องว่าหวาดกลัวโรคโควิด-19 หรือไม่ พร้อมบอกว่าโรคนี้เป็นแล้วหาย แต่ที่เป็นแล้วไม่หายคือโรคชังชาติ เกลียดชาติบ้านเมืองตัวเอง นี่เป็นไม่หาย เพราะว่ามีการเหน็บแนมประเทศตัวเอง
    จากนั้น พล.อ.อภิรัชต์ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ถามว่าโรคชังชาติจะรักษาอย่างไรให้หายว่า "คงไม่มีวัคซีน แต่ต้องปลูกฝังตั้งแต่เป็นเยาวชน ให้รู้จักการรักชาติ ความสามัคคี อยู่ๆ จะมาเกลียดชาติตัวเองได้อย่างไร"
    ด้านายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวตอบโต้ พล.อ.อภิรัชต์ว่า คำว่าชังชาติ คือวาทกรรมของคนที่ได้ประโยชน์จากโครงสร้างทางการเมืองแบบเก่าที่ตัวเองได้รับมรดกสืบทอดมา ใช้โจมตีคนส่วนใหญ่ของประเทศที่ถูกครอบงำกดขี่  ประชาชนทุกคนมีความรักต่อชาติของเขาอยู่แล้ว ที่เขาชังไม่ใช่ชาติ แต่คือคนที่เข้าใจว่าตัวเองใหญ่ราวกับเป็นชาติเสียเอง แล้วกัดกินบ้านเมืองอยู่ตลอดมาต่างหาก
     "ที่ พล.อ.อภิรัชต์พูดต่อนักเรียนนายร้อยคือ การกำลังปลูกฝังให้นักเรียนนายร้อยเหล่านั้นชังเพื่อนร่วมชาติ ไอ้ที่พูดไปนั่นแหละเป็นความน่าเกลียดชังที่คนอย่างคุณสมควรได้รับจากประชาชนแล้ว ผมแน่ใจว่าคนที่เป็น ผบ.ทบ.ที่ดีในประเทศที่เจริญแล้วเขาจะต้องทำหน้าที่ปกป้องประชาชนคนร่วมชาติจากภัยข้างนอก ไม่ใช่สร้างความแตกแยก มโนเอาคนร่วมชาติเป็นภัย ที่ตัวเองคอยจ้องแต่จะหาโอกาสใช้กำลัง และพล่ามเรื่องการเมืองที่ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของตัวเอง"
    นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า ขอเตือนความจำสักเล็กน้อยว่าตอนนี้ พล.อ.อภิรัชต์เหลือเวลาในฐานะ ผบ.ทบ.อีกแค่ 2 เดือน ไม่ทราบว่าตอนนี้นายทหารผู้ชอบอ้างความรักชาติ และชอบด่าคนอื่นชังชาติอย่างท่าน ได้ดำเนินการปฏิรูปกองทัพไปถึงไหนแล้ว
    ด้านนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์  ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความระบุว่า อาการมันเป็นยังไงครับ โรคชังชาติ แต่โรคที่เป็นแล้วเรื้อรัง และติดผ่านทางผู้บ้าอำนาจเป็นแล้วไม่มีวันหายแถมอาการจะหนักขึ้นเรื่อยๆ ช่วงใกล้เกษียณคือ ‘#โรคเห็นตัวเองเป็นชาติ’ ใครด่า ใครว่าตัวเอง จะหาว่าเค้าเหล่านั้นชังชาติไปหมด เห็นแล้วสงสารในอาการช่วงนี้เลย  #กองทัพมีไว้ทำไม
    นายณัฐชายังกล่าวถึงกรณีนายกฯ จะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นนักศึกษาทั่วประเทศในเดือน ส.ค.นี้  ว่าตนคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากการพยายามหลีกเลี่ยงไม่รับฟังปัญหาของนักศึกษาแล้วยังอ้างปัญหาที่เกิดจากความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล เพื่อถ่วงเวลานี้ออกไป สุดท้ายแล้วก็ไม่มีปัญหาใดเลยที่ได้รับการแก้ไขจากรัฐบาล นายกฯ ควรแสดงความจริงใจต่อประชาชน ด้วยการเข้ามารับฟังความคิดเห็นนักศึกษาด้วยตัวเอง อย่าหวังจัดเวทีปาหี่จับตุ๊กตาเล่นละครเตะถ่วงเวลาต่ออายุรัฐบาล
    ขณะที่ พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค ก้าวไกล โพสต์ข้อความ ระบุว่า “ตาสว่างเป็นแล้วไม่หาย แต่โง่งมงายเป็นแล้วหายได้ #เบื่อจังพวกไม่สำนึกบุญคุณประชาชน”
"อนุชา บูรพชัยศรี"จ่อนั่งโฆษกฯ
    มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล?แจ้งว่า? จากการลาออกจากตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ที่มีกระแสข่าวเตรียมไปนั่งเป็น รมช.แรงงาน ใน ครม.ประยุทธ์ 2/2 ทำให้ต้องหาโฆษกประจำสำนักนายกฯ คนใหม่ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ระบุว่ายังไม่ได้ตัดสินใจ แต่มีในใจแล้วบ้าง และหากพรรคการเมืองเสนอมาจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกเองนั้น ล่าสุดปรากฏว่ามีการเสนอชื่อของนายอนุชา? บูรพชัยศรี? เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ? และอดีต? ส.ส.กทม.?พรรคประชาธิปัตย์? (ปชป.)? ที่ปัจจุบันลาออกจากพรรค ปชป.แล้ว? โดยอนุชาถือว่ามีประสบการณ์ทางการเมือง? เคยมีบทบาทในกรรมาธิการของสภา ที่เกี่ยวข้อง?กับเศรษฐกิจ? เคยเป็นรองโฆษก?พรรค ปชป.ด้านเศรษฐกิจ? และมีบุคลิกประนีประนอม? ไม่แข็งกร้าว?
     อย่างไรก็ตาม ?แต่ละกลุ่มภายใน?พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีความพยายามผลักดันบุคคลต่างๆ? ให้นายกฯ พิจารณา? อาทิ? นายทศพล? เพ็งส้ม? อดีตผู้สมัคร? ส.ส.นนทบุรี? รวมถึงกลุ่มสามมิตร?ที่ผลักดันนายธนกร? วังบุญคงชนะ แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับนายกฯ ที่จะพิจารณา?แต่งตั้งเอง?  
    ส่วนความเคลื่อนไหวการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนรัฐบาล มีรายงานว่า ขณะนี้รอขั้นตอนแรกที่ใกล้แล้วเสร็จ โดยที่คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ เป็นประธาน เตรียมนำเสนอรายงาน กมธ.ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเร็วๆ นี้ จากนั้นสภาจะเสนอรายงานดังกล่าวต่อรัฐบาล ทั้งนี้ หลังรัฐบาลได้รับรายงานแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 ที่รัฐบาลจะให้มีการจัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของรัฐบาล โดยพรรคร่วมรัฐบาลจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อดำเนินการจัดทำญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล เสนอเป็นฉบับรัฐบาลเพื่อนำเสนอต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาต่อไป
     ทั้งนี้? มีรายงานว่า? ในช่วงเที่ยงวันที่? 5? ส.ค.? พล.อ.ประวิตร? วงษ์สุวรรณ? รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค?พลังประชารัฐ (พปชร.) ได้เรียกแกนนำพรรค?หารือกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ?โดยมีการพูดคุยแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ?ที่จะมีการเสนอว่าเบื้องต้นจะมีประเด็นและมาตราใดบ้างที่จะเสนอให้มีการแก้ไขในส่วนของพรรค พปชร. เพื่อนำไปหารือในพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อกำหนดแนวทางที่เห็นตรงกัน?เสนอในนามฉบับรัฐบาล โดยประเด็นใดเห็นไม่ตรงกัน? จะไม่เสนอเข้าไปในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ? ส่วนเรื่อง?การตั้ง?สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ?มีรายงานว่า พปชร.ไม่เห็นด้วย? เพราะไม่สามารถกำหนดประเด็นที่จะแก้ไขได้? โดยเฉพาะมาตราที่เกี่ยวกับ? ส.ว.? ซึ่ง ?พปชร.ไม่ต้องการให้มีการแก้ไข
    นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยว่า เดิมจะยื่นญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานสภาฯในวันที่ 5 ก.ค. แต่เมื่อเราประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีการปรับปรุงในสาระสำคัญ เช่น นอกจากการแม้มาตรา 256 และปรับปรุงคุณสมบัติของ ส.ส.ร. ให้อายุต่ำกว่า 25 ปี ซึ่งอาจจะกำหนดให้เป็นผู้ที่มีอายุ 18 หรือ 20 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวมถึงเป็นการเปิดโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ อีกทั้งวันนี้เราได้รับการประสานจากนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ที่ระบุว่าได้ปรึกษากับพรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ว.เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญและพร้อมให้ความร่วมมือ โดยขอให้ชะลอการยื่นออกไปก่อนขอให้ยื่นแก้ไขในเวลาไล่เลี่ยกัน เพราะเขารอผลการศึกษาของ กมธ.วิสามัญฯ อย่างเป็นทางการก่อน ซึ่งเราบอกไปว่าถ้าร่วมมือกันก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะหากไม่ร่วมมือกันก็ไม่จบ ดังนั้นเราจะรอแต่ว่าไม่เกินวันที่ 15 ส.ค. หากเขาตอบตกลงอย่างไรก็จะประชุมพรรคร่วมกันอีกครั้ง
      ส่วนที่นายกรัฐมนตรีแสดงท่าทีสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสุทินกล่าวว่า ถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่เห็นว่ายังไม่เพียงพอ เพราะยังไม่ชัดเจนว่านายกฯ จะแก้ไขเมื่อไหร่ และรายละเอียดเป็นอย่างไร ซึ่งนายกฯ แสดงออกเพียงเจตนาว่าจะแก้ โดยในอดีตเคยมีผู้นำประเทศเคยใช้เทคนิคในการบิดประเด็นแบบนี้ จึงเป็นเรื่องที่นายกฯ ต้องแสดงความชัดเจนมากกว่านี้
สส.ปชป.หนุนแก้ม.256
    เมื่อถามว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ไม่เห็นด้วยกับการตั้ง ส.ส.ร. นายสุทินกล่าวว่า ความเห็นแตกต่างย่อมมี แต่เชื่อว่า ส.ว.โดยรวมมีความคิดจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่าเมื่อสังคมเห็นอย่างไร ส.ว.จะมีการปรับตาม อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาปรับ เพื่อให้เกิดความเห็นร่วมกันมากพอสมควร แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำได้สำเร็จ
     นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย รองประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า หากรัฐบาลไม่ดำเนินการ หรือผู้นำในการแก้ไขก็ไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เชื่อว่า ส.ส.ทั้ง 500 อยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งระบบ เพราะการแก้รายมาตราตามที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดนั้นไม่มีประโยชน์ รัฐบาลต้องไม่เติมน้ำมันในกองเพลิง เพราะหากการจัดแฟลชม็อบลุกลามสถานการณ์ในประเทศจะบานปลายมากกว่านี้
     ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงภายหลังการประชุม ส.ส.ของพรรค ว่ามีข้อสรุป 2 ประเด็น คือ 1.ที่ประชุมเห็นตรงกันให้เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกับพรรคร่วมรัฐบาล เพราะเสียง ส.ส.ของพรรคจำกัด จะเสนอพรรคเดียวไม่ได้ เพราะเรามีเพียง 52 เสียง ซึ่งหากจะเสนอเองต้องใช้เสียงถึง 100 เสียง ดังนั้นแนวทางที่ดีที่สุดคือเสนอร่างร่วมกัน ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้วิปฯ ของพรรคไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล 2.สำหรับการกำหนดประเด็นเพิ่มเติม นอกจากการแก้ไข ม.256 ที่ประชุมให้มีคณะทำงานชุดหนึ่ง เพื่อกำหนดประเด็นข้อเสนอและรายละเอียดก่อนนำไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล
    คณะทำงานชุดนี้ประกอบด้วย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค, นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคและประธาน ส.ส.พรรค, นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ  ส.ส.นครศรีธรรมราช และประธานวิปพรรค และมีคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรค ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะทำงานนี้
    เมื่อถามว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยวิธีการใด นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขอให้วิปรัฐบาลไปหารือกันก่อน ทั้งนี้ ประเด็นที่จะกำหนดมีอยู่เบื้องต้นแล้วนอกจาก ม.256 ที่เป็นจุดยืนของพรรค เพียงแต่ให้คณะทำงานหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องท่าทีของ ส.ว. ขอไม่ให้ความเห็นกับเรื่องนี้ เพราะพรรคไม่ประสงค์จะขัดแย้งกับฝ่ายใด เพราะต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่ายและการสนับสนุนจาก ส.ว.
    นายชินวรณ์เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้วิปรัฐบาลได้คุยเรื่องดังกล่าวอยู่ตลอด ซึ่งจากนี้ตนจะ ได้นำผลการประชุมพรรคไปหารือในที่ประชุมวิปรัฐบาล เพราะวิปต้องฟังทั้ง กมธ.วิสามัญฯ รวมถึงเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ด้วย
       นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญ ม.256 นั้นยังไม่พอ ต้องแทงที่กลางหัวใจ คือแก้ ม.272 ห้าม ส.ว.แต่งตั้งเลือกนายกฯ การที่ให้ ส.ว.ซึ่งมาจากการแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหารมาร่วมเลือกนายกฯ นั้น ไม่เป็นประชาธิปไตย และเกิดปัญหาทำให้คนแตกแยกแบ่งฝั่งกันทั้งที่ไม่จำเป็น  
    นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีประกาศชัดแล้วว่าพร้อมที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นนักการเมืองไม่ควรแสดงความเห็นนำเสนอการแก้ไขมาตราอื่นๆ แต่ควรเน้นที่การแก้ไขมาตรา 256 เพียงมาตราเดียว ตั้ง ส.ส.ร. ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่จะปกป้องการฉีก รธน. หากปล่อยให้เลยเถิดไปแล้วจะยากลำบาก ดังนั้นเมื่อทุกฝ่ายเห็นพ้องกันแล้วก็อย่าช้า ต้องแก้โดยทันที   
     ที่ สน.สําราญราษฎร์ นายอภิวัฒน์ ขันทอง ทนายความประจำ สำนักกฎหมาย อ.อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง และเพื่อน เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษนายอานนท์ นำภา อาชีพทนายความ ฐานจัดการชุมนุมและปราศรัยที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน เมื่อวันที่ 3 ส.ค.63 มีเนื้อหายุยง ปลุกปั่น บิดเบือน และล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมี พ.ต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผู้กำกับการ (ผกก.) สน.สำราญราษฎร์ เป็นผู้รับมอบหนังสือ.

 

 


วิบากกรรม...."หมอเหวง" เพิ่งฝ่าสายฝนออกจากคุก ได้ ๒ วัน วานนี้กระเตง "ป้าธิดา" ไปเป็นเพื่อน ขึ้นศาลสืบพยานคดีชุมนุมปี ๒๕๕๒ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ๑๑ ปีแล้วซินะ ยังวนเวียนอยู่กับคุก 

ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'
'วาทะนายกฯ ที่ต้องบันทึก'
'มึงเขียน-กูล้ม' ไม่เชื่อลอง!
'ธนาธร-ปิยบุตร' ออกศึก