'จตุพร' เตือนตรงๆคนที่เรียนจบแล้ว อย่าอาศัยเวทีนักศึกษา ปราศรัยนำภัยสู่ขบวนการนักศึกษา


เพิ่มเพื่อน    

6 ส.ค.63 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ PEACETALK ว่า ขณะนี้บ้านเมืองมีความเปราะบางอย่างยิ่ง แต่การแก้ไข รธน. มาตรา 256 จะเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย เพราะถ้ารัฐบาลมองการณ์ไกลแล้ว เมื่อมีแก้ไข รธน.จะไม่มีการยุบสภาเร็วขึ้น ตนจึงร้องขอนักการเมืองและทุกฝ่าย ควรร่วมกันเปิดประตู มาตรา 256 ก่อนอย่าเพิ่งเสนอรายละเอียดเพื่อแก้ไขในมาตราอื่นๆในช่วงนี้

สิ่งสำคัญการแก้ไขมาตรา 256 อยู่ที่การเสนอตั้ง สสร.มายกร่างแก้ไข รธน. ซึ่งในอดีตรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีได้ดำเนินการมาแล้วจนได้เลือกตั้ง สสร.ทางอ้อมเป็นตัวแทนของแต่ละจังหวัดมาร่าง รธน. 2540 จนสำเร็จ

"เมื่อได้ สสร.แล้ว จะเสนอให้ยกเลิก ส.ว. หรือยกเลิกมาตรา 272 ก็ต้องว่ากันต่อไป แต่ถ้าขณะนี้คุยมาตราอื่นก่อนแก้ ม.256 นั้น คงต้องรบกันก่อน จนไม่มีวันแก้ รธน.สำเร็จได้"

นายจตุพร ย้ำว่า การแก้ รธน.ถ้าต้องการความสำเร็จต้องไปทีละขั้น หากพรวดพราดแล้ว คงได้เรื่องกัน ไม่มีวันจะแก้ รธน.สำเร็จ เนื่องจาก รธน. 2560 ถูกออกแบบให้แก้ไขได้ยากที่สุดตั้งแต่ประเทศไทยมี รธน.มา

อีกอย่าง เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศพร้อมแก้ไข รธน.แล้ว คงต้องมีหน้าที่ไปคุยกับวุฒิสภา ส่วนสภาผู้แทนนั้น เสียงเป็นเอกฉันท์แล้ว มีความแตกต่างกันเพียงแก้มาตรา 256 ให้มี สสร.กับแก้ไขรายมาตราเท่านั้น ส่วนตนเห็นว่า ถ้าแก้รายมาตราจะทำให้นักการเมืองถูกครหาว่า แก้เพื่อตัวเอง แล้วนำไปสู่ความขัดแย้งมากมายตามมาอีก

“ผมว่า ควรแก้มาตรา 256 มาตราเดียวส่วนมาตราอื่นให้หุบปากไว้ก่อน ถ้าเสนอมาตราอื่นด้วยแปรความว่า ไม่ต้องการความสำเร็จ มันจะทะเลาะกันก่อน และถ้าอยากให้เกิด สสร.แล้ว เราจะไปคิดแทน สสร.ได้อย่างไร ดังนั้น ต้องเกิด สสร.ก่อนเราจึงเสนอความปรารถนาในฐานะประชาชน”

รวมทั้ง กล่าวว่า ตนยังยืนยันว่า รธน.ต้องได้รับการแก้ไข เมื่อหลายฝ่ายให้แก้ไขแล้ว ต้องกำหนดไทม์ไลน์ให้ชัดเจน จึงจะนำพาไปสู่ความสำเร็จได้ ส่วนการยื่นร่างแก้ไข รธน.มาประกบนั้น เป็นเพียงเทคนิคทางการเมือง แต่ต้องคุยกันให้แน่ชัดว่า จะแก้เฉพาะมาตรา 256 เท่านั้น

ส่วนการปลุกความชิงชังให้เกิดขึ้นในชาตินั้น นายจตุพร ยกตัวอย่างว่า ประเทศรวันดา เกิดความขัดแย้ง ปลุกความชิงชังของชนสองเผ่าจนฆ่ากันตายเป็นล้านมาแล้ว กรณีของไทย 6 ตุลา 2519 ก็เกิดจากการปลุกความชิงชัง บ้าคลั่ง ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้น

มาครั้งนี้ ตนมองเห็นปรากฎการณ์ และพยายามเรียกร้องให้ขบวนการนักศึกษาขีดเส้นใต้ 3 ข้อเรียกร้อง อีกทั้งคนเป็นรุ่นพี่เมื่อไปปราศรัย ไม่ควรนำเรื่องไปสู่ขบวนการนักศึกษา ซึ่งจะทำให้เกิดสถานการณ์ที่ยากลำบากขึ้น

"ในเวทีที่ขบวนการนักศึกษาจัด คนที่จบแล้ว ควรระมัดระวังการพูดการจา และต้องพยายามรักษาจุดยืน ชัยชนะให้กับนิสิต นักศึกษาไว้ โดยยึดข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ซึ่งได้รับการตอบสนองจากสังคมแล้ว สิ่งที่เป็นภัยควรหลีกเลี่ยงให้กับขบวนการนักศึกษา ถ้าตัวเองต้องการเสนอความคิดเห็นก็ควรเป็นเวทีของตัวเอง”

สำหรับ พล.อ.ภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.พูดถึงโรคชังชาติรักษาไม่หาย แต่เป็นโควิดรักษาหายนั้น ตนว่า ถ้าใช้วุฒิภาวะของ ผบ.ทบ.อธิบายถึงสถาบันหลักของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อย่างเป็นระบบเกิดความเข้าใจให้มีความสามัคคีรักษาไว้ในสิ่งดีงามแล้ว ตนเชื่อว่าสังคมจะรับฟัง

แต่ถ้านำเสนอแบบ TikTok จะเกิดปมปัญหาขึ้นมาใหม่โดยไม่จำเป็นอะไร ตนจึงแสดงจุดยืนให้แต่ละฝ่ายอย่าได้กล่าวหากันให้เกิดความชิงชัง ให้เกิดความแตกแยก เพราะความจริงข้อแสนอ 3 ข้อของขบวนการนักศึกษา ไม่มีความแตกแยก แต่ได้รับการตอบสนองจากสังคม

“ผมเชื่อว่า ถ้าไม่หลีกเลี่ยงกัน แล้วต่างฝ่ายต่างเดินกันลักษณะนี้ ผมว่ามีเรื่องกันล้านเปอร์เซ็นต์ วันนี้ต้องการเรื่องหรือแก้ รธน.เพื่อยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน เมื่อฟัดกันไปมาแบบนี้ เรื่องไม่ควรเป็นเรื่องก็จะเป็นรื่องกัน อาการน่าเป็นห่วงจริง”

นายจตุพร ย้ำว่า ฝ่ายนักศึกษาต้องยึดการขีดเส้นใต้ที่ 3 ข้อเรียกร้อง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่อีกฝ่ายหนึ่งควรหยุดวาทะกรรมช้งชาติ ซึ่งตนเชื่อว่า สถานการณ์ของประเทศจะเดินไปได้ ตนไม่ได้ปกป้องรัฐบาล เพียงแต่ต้องการ รธน.ที่เป็นประชาธิปไตยเท่านั้น

"ผมดูท่วงทำนองกันแล้ว มันมีเรื่องกันสถานเดียวเท่านั้น ถ้ายังเดินจุดยืนกันแบบนี้กันอยู่ เพราะแต่ละฝ่ายต่างตั้งท่าปลุกกันไปมากันแบบนี้ และสุดท้ายก็ฟัดกัน ซึ่งถ้าเริ่มกันแบบนี้ผมคิดว่า การแก้ไข รธน.ไม่มีวันสำเร็จ จึงหวังว่าเมื่อยังไม่มีความเสียหายมากมาย ก็คงได้ตั้งหลักตั้งสติกันพอสมควรว่า เราต้องการอะไร”

นายจตุพร กล่าวว่า วันนี้ตนสนับสนุนจุดยืน 3 ข้อแบบห่างๆ เพราะถูกต้อง สิ่งที่พูดเพื่อต้องการให้แต่ละฝ่ายมีสติตั้งหลักกัน โดยอีกฝ่ายก็ไม่ควรไปกล่าวหาว่าอีกฝ่ายชังชาติเช่นเดียวกัน
 


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน