บิ๊กแป๊ะขึงขังฟันตำรวจอุ้มชู‘บอส’


เพิ่มเพื่อน    

 "บิ๊กแป๊ะ" ขึงขังฟัน ตร.บกพร่องคดีบอส "คกก.สอบข้อเท็จจริงตำรวจสั่งไม่แย้งคำสั่งอัยการ" เตรียมสรุปผลสอบเสนอ ผบ.ตร. 11 ส.ค.นี้ กลับลำชงแจ้งข้อหา "วรยุทธ" เสพโคเคน "ตำรวจ พฐ." เปลี่ยนคำให้การความเร็วรถอีกรอบ จากเดิม 79.23 กม./ชม. เป็น 177 กม./ชม. "สตม." แก้ต่างไม่ได้เสนออินเตอร์โพลถอนหมายจับ "รสนา" ไล่บี้ขอเอกสาร กมธ.กฎหมายสมัย สนช.รับคดีทายาทกระทิงแดงร้องขอความเป็นธรรม

    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันที่ 7 ส.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีตำรวจสั่งไม่แย้งคำสั่งอัยการที่สั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง ว่าได้สั่ง พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว และคณะกรรมการตรวจสอบฯ ไปแล้วว่าทำความจริงให้สังคมรับรู้ ถ้าพบส่วนไหนที่บกพร่องก็ให้ดำเนินการ
    "ผู้ที่ถูกลงโทษไปแล้วเป็นอีกส่วน แต่ถ้าของใหม่ เจอช่วงไหนก็ดำเนินการตามมติของคณะกรรมการฯ ได้เลย ผมไม่เข้าไปแทรกแซงอยู่แล้ว" พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว
    ถามว่าอัยการจะมีการทำหนังสือถึงพนักงานสอบสวนให้เริ่มต้นกระบวนการนำหลักฐานใหม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า จะดำเนินการในส่วนของทางตำรวจให้เสร็จสิ้นเสียก่อน อย่าเพิ่งไปก้าวก่ายหน่วยงานอื่น
    "ผมยังไม่ได้คุยกับ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เรื่องที่ไม่เห็นแย้งอัยการ มีแต่คุยกันในเรื่องของการบรรจุนักกีฬา เชื่อว่าหลังจากนี้ทางคณะกรรมการฯ จะเรียก พล.ต.ท.เพิ่มพูนไปชี้แจงข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องที่ว่า พล.ต.ท.เพิ่มพูนจะต้องรับผิดชอบกรณีที่ทำให้เกิดภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจที่ไม่ดีหรือไม่ จะต้องพิจารณารายละเอียดอีกครั้งว่าสำนวนที่ทางอัยการส่งมาให้เป็นอย่างไร เพราะผมไม่สามารถตัดสินได้ทันที" ผบ.ตร.กล่าว
    ด้าน พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะรองประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีตำรวจสั่งไม่แย้งคำสั่งอัยการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ กล่าวว่า ในวันอังคารที่ 11 ส.ค.นี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ จะประมวลสรุปผลการตรวจสอบเสนอต่อ ผบ.ตร. เพื่อพิจารณาสั่งการ รวมทั้งกำหนดวันแถลงข่าวชี้แจงต่อประชาชนถึงข้อเคลือบแคลงสงสัยตามกรอบที่กรรมการได้วางแนวทางในการสอบสวนไว้ โดยเฉพาะประเด็นสาเหตุการสั่งไม่แย้งคำสั่งอัยการในคดีนี้
    มีรายงานว่า ในวันที่ 7 ส.ค. มีการประชุมคณะกรรมการชุดย่อยของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ เนื่องจากประธานและรองประธานติดภารกิจ โดยที่ประชุมได้เรียก พล.ต.ท.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ผบช.พฐ.ตร.) พล.ต.ท.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทีมงานกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าให้ข้อมูลในประเด็นเกี่ยวกับความเร็ว
    มีรายงานว่า ประเด็นที่คณะกรรมการสอบถามคือวิธีการตรวจวัดความเร็วของรถยนต์เพื่อนำข้อมูลมาวินิจฉัยว่าความน่าเชื่อถือของ 2 สำนัก ระหว่างนายสธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม หัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เพื่อพิจารณาความน่าเชื่อถือของข้อมูล หากหน้าเชื่อถือทั้ง 2 สถาบัน คณะกรรมการสอบสวนอาจทำความเห็นเสนอ ผบ.ตร.ให้หาหน่วยงานกลางมาตรวจพิสูจน์เพิ่ม ซึ่งประเด็นความเร็วรถของนายวรยุทธขณะนี้ยังไม่เป็นที่ยุติ
กลับลำแจ้งบอสเสพโคเคน
    "การเข้าพบพนักงานสอบสวนของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์ สบ.4 กลุ่มงานตรวจเคมีฟิสิกส์ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ถูกสอบสวนต่อเนื่อง 2 วัน ปรากฏว่า พ.ต.อ.ธนสิทธิได้กลับข้อมูลใหม่ระบุว่า ความเร็วรถนายวรยุทธขณะเกิดเหตุ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมือนกับในสำนวนครั้งแรก ส่วนที่มาให้การภายหลังเมื่อปี 2559 ระบุความเร็วลดลงเหลือ 79.23  กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งอ้างกับคณะกรรมการสอบสวนว่าสับสนในการคำนวณข้อมูล" แหล่งข่าวระบุ
    นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า จากการสอบปากคำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้รับการยืนยันตรงกันว่าสารโคเคนที่พบในเลือดของนายวรยุทธ เกิดจากการเสพโคเคนและแอลกอฮอล์ คณะกรรมการฯ จึงจะเสนอ ผบ.ตร. เพื่อพิจารณาตั้งข้อหาเสพโคเคนเพิ่มเป็นข้อหาใหม่
    ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พ.ต.อ.ภัคพงศ์? สายอุบล? รอง ผบก.ตม.1 ในฐานะรองโฆษก สตม. ออกหนังสือชี้แจงกรณี สตม.ถอนหมายจับ?นายวรยุทธมีความคลาดเคลื่อนในข้อเท็จจริง  เนื้อหาระบุว่า 1.กรณีการเสนอข่าวว่าได้มีการถอนหมายจับและหมายอินเตอร์โพล? หรือตำรวจสากล? ของนายวรยุทธ?โดย สตม.นั้น ขอเรียนว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด? เนื่องจาก สตม.ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการออกหรือถอนหมายจับนายวรยุทธ? และไม่ใช่หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ประสานกับอินเตอร์โพล?หรือตำรวจสากลแต่อย่างใด
    2.สน.ทองหล่อได้มีหนังสือแจ้งว่าอัยการได้สั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธทุกข้อกล่าวหา และไม่ต้องการตัวนายวรยุทธไปดำเนินคดี สตม.จึงได้นำชื่อออกจากบัญชีเฝ้าดู (Watch List) 3.เนื่องจากศาลยังไม่ได้ถอนหมายจับนายวรยุทธ ผบช.สตม.ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกนายเมื่อพบตัวนายวรยุทธให้จับกุมตัวและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเข้า State Quarantine 14 วัน และจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าตลอด 24 ชม. 4.สตม.จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาและเสมอภาค ไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือคนรวย และ 5.สตม.ยุคนี้ขอยืนยันว่าจะอยู่เคียงข้างประชาชน
    ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการคณะที่ 2 ในคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายคริส โปตระนันทน์ และนายธีรเศรษฐ  พัฒน์สราพงศ์ อนุกรรมาธิการฯ ร่วมกันแถลงผลการประชุมอนุกรรมาธิการฯ เกี่ยวกับกรณีคดีนายวรยุทธ
    นายธีรัจชัยกล่าวว่า อนุกรรมาธิการคณะ 2 เราจะตรวจสอบเพื่อหาผู้กระทำความผิดต้องรับผิดชอบ ว่าอยู่ที่ต้นน้ำ คือตำรวจ หรือกลางน้ำคืออัยการ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสงสัยมาก ทั้งความเร็วรถ การที่ตำรวจสั่งฟ้อง 3 ข้อหาจาก 5  ข้อหา อัยการสั่งฟ้อง 4 ข้อหา ยกเว้นคดีเมาสุรา โดยไม่มีการพูดถึงคดียาเสพติด รวมถึงคณะกรรมาธิการกฎหมายยุค สนช. มีส่วนผลักดันให้มีการช่วยเหลือหรือไม่ ยังไม่รวมถึงกรณีการเสียชีวิตของพยานใหม่ในคดี
     "อนุกรรมาธิการคณะ 2 ตั้งประเด็นสอบไว้ว่าการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธของนายเนตรนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และการทำคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีส่วนช่วยเหลือหรือแก้ไขอะไรหรือไม่ ซึ่งจะดำเนินการตรวจสอบให้ถึงที่สุด เพื่อหาผู้กระทำความผิดว่ามีผลประโยชน์หรือมีการทุจริตอื่นใด อย่างไรก็ตาม ทางอนุกรรมาธิการฯ จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับดคีดังกล่าวมาชี้แจงในการประชุมครั้งต่อไป" นายธีรัจชัยกล่าว      
จี้เอกสารกมธ.กม.สมัยสนช.
    ด้าน พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ส.ว. ในฐานะอดีตประธานกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ  สนช. ชี้แจงกรณีการทวงถามเอกสารบันทึกการประชุมกรรมาธิการฯ ซึ่งพิจารณาคำร้องขอจากทนายความของนายวรยุทธ กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดีขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อเสียชีวิตว่า ตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสาร สามารถร้องขอผ่านหน่วยงานของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้ โดยเบื้องต้นทราบว่ามีหลายหน่วยงานร้องขอ รวมถึงคณะทำงานของนายวิชา มหาคุณ ประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธด้วย ซึ่งเป็นสิทธิที่ประชาชนจะร้องขอได้
    ถามว่าการทำหน้าที่ของกรรมาธิการหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตอาจช่วยเหลือนายวรยุทธหรือไม่ พล.ร.อ.ศิษฐวัชกล่าวว่า ตอนรับเรื่องร้องทุกข์ กรรมาธิการทำหน้าที่ตามกรอบของกฎหมายที่ให้อำนาจหน้าที่ ยืนยันว่าไม่เคยทำงานเพื่อช่วยเหลือบุคคลให้รอดจากคดีความ และขณะนั้นแม้จะเป็น สนช. แต่ต้องทำงานภายใต้กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทำงานภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ และในฐานะของผู้แทนปวงชนชาวไทย ยืนยันว่ากรรมาธิการไม่เคยช่วยคดีบุคคลใด
    วันเดียวกัน น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว.กทม. พร้อมด้วย น.ส.บุญยืน ศิริธรรม อดีต ส.ว.สมุทรสงคราม เดินทางมาที่รัฐสภา เพื่อยื่นหนังสือติดตามเอกสารรายการบันทึกการประชุมผลการ ศึกษาและหนังสือนำส่งอัยการ ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจกรรมตำรวจ สมัย สนช.  กรณีการร้องขอความเป็นธรรมของนายวรยุทธ ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ผ่านว่าที่ ร.ต.อาพันธ์ สุขะนันท์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
    ว่าที่ ร.ต.อาพันธ์กล่าวว่า เอกสารดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เบื้องต้นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ทำหนังถึงเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อส่งเอกสารดังกล่าวให้ น.ส. รสนาแล้ว รวมทั้งได้ทำหนังสือแจ้ง น.ส.รสนาว่าเลขาธิการสภาฯ ไม่อยู่ในความครอบครองของเลขาธิการสภาฯ
    น.ส.รสนากล่าวว่า สาเหตุที่ต้องการได้เอกสาร เพราะหาหลักฐานที่ทำให้อัยการสามารถรับเรื่องขอความเป็นธรรมได้ ภายหลังวันที่ 9 ก.พ.2561 ที่อัยการสูงสุดได้พิจารณายุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรม เพราะคณะ กมธ.การกฎหมายฯ ของ สนช.เคยทำหนังสือขอให้สอบเพิ่มเติม เนื่องจากมีหลักฐานใหม่ โดยมี ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม เป็นพยานในเรื่องการคำนวณความเร็วรถ จึงเกิดข้อสงสัยว่าในเมื่ออัยการสั่งยุติเรื่องขอความเป็นธรรมไปแล้ว ในภายหลังวันที่ 9 ก.พ.2561 มีการรื้อฟื้นหรือส่งหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเพิ่มเติมหรือไม่
    "นอกจากเอกสารบันทึกการประชุมฉบับวันที่ 22 ธ.ค.2559 และวันที่ 9 ก.พ.2561 แล้ว ยังสงสัยว่ามีเอกสารอื่นๆ ที่ทำให้รองอัยการสูงสุดกลับมติสั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าวอีกหรือไม่ จึงเรียกร้องให้นายพรเพชร วิชัยชลชัย ประธานวุฒิสภา และ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร อดีตประธาน กมธ.การกฎหมาย เร่งเผยแพร่ข้อมูล และชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อลดความคลางแคลงใจของสาธารณชนในคดีนี้" น.ส.รสนากล่าว
    ขณะที่นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุเรื่องเปิดอีก 1 หลักฐานอัยการสูงสุดมีคำสั่งยุติเรื่องขอความเป็นธรรมแล้ว ดังนั้นจึงดำเนินตามระเบียบครบถ้วนแล้ว ไม่มีระเบียบใดให้อำนาจรองอัยการสูงสุด กลับความเห็นหรือกลับคำสั่งของอัยการสูงสุดได้
    ทั้งนี้ นายปานเทพยังโพสต์ภาพเอกสารหนังสือจากนายนิวิษฐ์ ประสิทธิ์วิเศษ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ถึงประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อแจ้งผลการพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับกรณีการร้องขอความเป็นธรรมของนายวรยุทร  ซึ่งนายนิวิษฐ์ ประสิทธิ์วิเศษ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ได้แจ้งให้ทราบว่า อัยการสูงสุดได้พิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าวแล้ว.
   


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน