อธิบดีเดือด!แฉผู้ทรงเกียรติ ตบทรัพย์แลกงบประมาณ


เพิ่มเพื่อน    

  ตบทรัพย์กลางสภา! แฉผู้ทรงเกียรติอนุ กมธ.งบฯ รายจ่ายปี 64 นักการเมืองคนดัง ชื่อเล่น ม.ม้า ทำฉาวโฉ่ ตั้งแก๊งกรรโชกเงิน หัวหน้าส่วนราชการมาชี้แจง หากหน่วยงานไหนไม่ให้ขู่ตัดงบ "อธิบดีกรมน้ำบาดาล" สุดทน แฉกลางที่ประชุม โดนไถ 5ล้าน เปิดชื่อเต็มคณะ ใครเป็นใคร

        เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวจากรัฐสภาแจ้งถึงการทำงานของคณะอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ 2 ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่มี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน ซึ่งประชุมกันไปเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา มีวาระพิจารณางบประมาณแผนบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ประกอบด้วย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในส่วนของ 2 กรมคือ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล งบประมาณ 1,276,572,100 บาท และกรมทรัพยากรน้ำ งบประมาณ 3,772,802,200  บาท รวมถึงกระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมือง งบประมาณ 13,103,923,100 บาท
    รายงานข่าวเปิดเผยว่า ระหว่างการประชุมคณะอนุกรรมาธิการชุดดังกล่าว ได้เกิดปัญหาอนุกรรมาธิการฯ ไม่ยอมปล่อยผ่านเห็นชอบงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จนทำให้นายศักดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมน้ำบาดาล ถึงกับระเบิดกลางที่ประชุม ว่ามีอนุกรรมาธิการฯ บางคนโทรศัพท์เรียกเงิน 5 ล้านบาท แลกกับการผ่านงบประมาณให้ และขู่ว่าจะนำเรื่องนี้ไปแถลงต่อสื่อมวลชน จากนั้น นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย รองประธาน กมธ.งบฯ ชุดใหญ่ เป็นผู้ไปเคลียร์เพื่อยุติปัญหา
         รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ไม่ได้มีเพียงแค่กรมน้ำบาดาลหน่วยงานเดียวเท่านั้นที่ถูกอนุกรรมาธิการฯ ชุดนี้เรียกเงินใต้โต๊ะ โดยอธิบดีบางกรมถูกเรียกเงินถึง 10 ล้านบาท แต่ไม่มีใครกล้าพูดกลางที่ประชุมเหมือนที่นายศักดาทำ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากมีอนุกรรมาธิการฯ คนหนึ่งชื่อเล่นอักษรย่อ ม.ม้า รวมเสียงอนุกรรมาธิการฯ ไว้ คอยไล่บี้งบของหน่วยงานราชการ ไม่ยอมปล่อยให้ผ่านง่ายๆ แลกกับการจ่ายเงินใต้โต๊ะ โดยร่วมกันทำเป็นขบวนการ
         ผู้สื่อข่าวได้พยายามโทร.ติดต่อเพื่อสอบถามไปยังคณะอนุกรรมาธิการฯ หลายคน แต่ไม่มีใครรับสาย รวมทั้งอธิบดีกรมน้ำบาดาลด้วย
        ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ 2 ชุดดังกล่าว ประกอบด้วยรายชื่อดังนี้ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ประธานคณะอนุกรรมาธิการ, รองประธานประกอบด้วย นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์, นายจักรัตน์ พั้วช่วย, นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ, นายสมเจตน์  ลิมปะพันธุ์ ส่วนอนุ กมธ.คนอื่นๆ มีนายสุทิน คลังแสง เป็นประธานที่ปรึกษาอาวุโสคณะอนุกรรมาธิการ, นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ประธานที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ, นายสาธิต อุ๋ยตระกูล โฆษกคณะอนุกรรมาธิการ, สิตางศุ์ พิลัยหล้า โฆษกคณะอนุกรรมาธิการ, นางนันทนา สงฆ์ประชา เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการ ขณะที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ไม่ได้เป็นอนุ กมธ.ชุดดังกล่าว แต่เป็นรองประธาน กมธ.งบฯ ชุดใหญ่คนที่ 12 จากที่มี 21 คน นอกจากนี้ยังมีที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการอีกหลายคนคือ นายบุญแก้ว สมวงศ์, นายคมเดช  ไชยศิวามงคล, นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์, นายพีรเดช คำสมุทร, นายฐิตินันท์ แสงนาค, นายธารา  ปิตุเตชะ, นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ, นายศิริพงษ์ รัสมี, นายรณเทพ  อนุวัฒน์ และนางเจริญ เรี่ยวแรง
         สำหรับอนุกรรมาธิการฯ ชุดนี้เป็น 1 ใน 8 คณะที่อยู่ภายใต้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 เพื่อทำหน้าที่ปรับลดงบที่ไม่จำเป็น จนกลายเป็นช่องทางทำมาหากินของคนไม่สุจริต ไปเรียกรับเงินจากข้าราชการแลกกับการไม่ตัดงบประมาณ
    โดยอนุกรรมาธิการที่มีการตั้งขึ้นมีด้วยกัน 8 คณะ ประกอบด้วย 1.อนุกรรมาธิการการฝึกอบรม สัมมนาประชาสัมพันธ์ ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าที่ปรึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ งบดำเนินงาน งบเงินอุดหนุนและงบรายจ่ายอื่น มีนายเอกราช ช่างเหลา เป็นประธาน 2.อนุกรรมาธิการ ครุภัณฑ์ ICT รัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียน มีนายสุพล ฟองงาม เป็นประธาน 3.อนุกรรมาธิการการที่ดินและสิ่งก่อสร้าง มีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ป็นประธาน 4.คณะอนุกรรมาธิการจังหวัด กลุ่มจังหวัดและแผน บูรณาการพัฒนาพื้นที่ระดับภาค มีนายภิญโญ นิโรจน์ เป็นประธาน
         5.คณะอนุกรรมาธิการท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดเทศบาลนคร เทศบาลเมือง กรุงเทพฯ พัทยา และเงินอุดหนุนที่จัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ เป็นประธาน 6.อนุกรรมาธิการด้านการศึกษา มีนายสมศักดิ์ พันธ์เกษม เป็นประธาน 7.คณะอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ 1 มีนายมณเฑียร สงฆ์ประชา เป็นประธาน และ 8.คณะอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ 2 มี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย เป็นประธาน
        ขณะที่ผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติ วันเดียวกันนี้ ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในงานสัมมนาสาธารณะ หลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง
     นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “คุณธรรมโปร่งใส ยุค 4.0” ตอนหนึ่งว่า หลังจากกรณีวิกฤติต้มยำกุ้ง ด้วยวิกฤติเหล่านั้นเอง ทำให้ต้องมีการศึกษาเรื่องธรรมาภิบาลขึ้นในไทยอย่างจริงจัง เพื่อป้องวิกฤติต่างๆ ไม่ให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งเรื่อง หลักนิติธรรมสำคัญที่สุด นอกจากนั้นยังมีหลักกฎหมาย การมีส่วนร่วมประชาชน หลักความรับผิดชอบต่อสังคม แต่สำหรับสังคมไทย ต้องเพิ่มเรื่องความไม่เกรงใจต่อสิ่งที่ไม่ถูกต้องอีกข้อหนึ่ง เพราะมีข้าราชการดีๆ หรือนักการเมืองดีๆ หลายคนต้องติดคุก เพราะมาจากความเกรงใจ ไปแก้ระเบียบ กฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือนักการเมืองให้ได้ประโยชน์ แต่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย หรือทนายความบางคนเกรงใจภรรยาที่เป็น ส.ส.ในพรรคการเมืองหนึ่ง แล้วไปวิ่งเต้นคดียุบพรรคบางพรรคจนต้องติดคุก เป็นต้น
        "ความเกรงใจไม่ใช่สิ่งเลวร้าย แต่ต้องเกรงใจให้ถูกเรื่อง โดยหลักธรรมาภิบาลเชื่อว่าทุกคนจำได้หมด แต่ปัญหาคือในภาคปฏิบัติที่คนไม่ยอมทำตาม" นายชวนระบุ
         วันเดียวกันนี้ ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวเปิดงานเปิดงานสัมมนาสาธารณะ หลัก สูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.รุ่น 11) พร้อมบรรยายพิเศษเรื่อง “ITA ทางออกประเทศไทย สู่การยกระดับ CPI” ตอนหนึ่งว่า ในปี 2562 ป.ป.ช. ต้องทำหน้าที่ตรวจคำร้องทั้งหมดก่อนคัดแยก โดยมีเรื่องกล่าวหาในปี 2562 ทั้งหมด 10,382 เรื่อง ป.ป.ช.ดำเนินการเอง 3,285 เรื่อง ส่วนที่เหลือส่งต่อหน่วยงานอื่นดำเนินการ และยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล
        ประธาน ป.ป.ช.กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องที่ ป.ป.ช.รับดำเนินการในปี 2562 นั้น เป็นโครงการที่ถูกกล่าวหาว่าอาจจะมีการทุจริต ซึ่งครอบคลุมงบประมาณแผ่นดินมากถึง 236,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กดดัน ป.ป.ช.มากคือการที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ที่กำหนดให้ ป.ป.ช.ต้องทำคดีเรื่องที่ ป.ป.ช.รับไว้ไต่สวนให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี หรือในปี 2564 ซึ่งมีเรื่องที่รับไว้ ก่อนที่จะมีกฎหมายดังกล่าวและยังไม่สามารถชี้มูลความผิดได้กว่า 1,800 เรื่อง ดังนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงตั้งใจว่า หากเคลียร์คดีค้างภายในปี 2564 ตามที่บทเฉพาะกาลกำหนดแล้ว หลังจากนี้ ป.ป.ช.จะทำคดีภายในกรอบเวลา 2 ปี เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน