เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส


เพิ่มเพื่อน    

            เอาละครับ.....

            นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป

            ถึงสิ้นปี

            และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

            "อะไรก็เกิดขึ้นได้" ว่าด้วยปลุกปั่น "สร้างสถานการณ์" สู่จลาจลเมือง ที่เรียก "การบ้าน"

            และการเขยื้อนแรงๆ ทางการบริหารและการปกครอง มีรัฐบาลและนายกฯ ประยุทธ์เป็นศูนย์กลาง  ที่เรียก "การเมือง"

            ข้อสมมุติฐานนี้ มาจากไหน?

            มาจาก "ม็อบมุ้งมิ้ง" ที่ "ขบวนการเปลี่ยนโครงสร้างสังคมประเทศ-ล้มสถาบัน" จัดตั้งเป็น "กองหลอน" ไปยั่วให้รัฐบาลจับกุมดำเนินคดี

            ขณะนี้ "เข้าแผน" เรียบร้อยแล้ว!

            คือ เมื่อวาน ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ จับ "นายอานนท์ นำภา" ทนายความ จากคอนโดฯ ย่านห้วยขวาง

            จับ "นายภาณุพงศ์ จาดนอก" หรือไมค์ จากย่านรามคำแหง ควบคุมตัวทั้งสองไปสอบสวนที่โรงพักบางเขน

            ตามหมายจับ ลงวันที่ ๖ ส.ค.๖๓ ระบุ ว่า

            กระทำความผิดฐาน....

            "ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต

                เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชนละเมิดกฎหมายแผ่นดิน

                ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้า หรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด

                ร่วมกันจัดกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมกันหรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย ชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัด

                หรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค

                กระทำการหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไป ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ

                ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของ หรือโดยกระทำด้วยประการอื่นใด

                ร่วมกัน วาง ตั้ง ยื่นหรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร,

                ร่วมกัน ตั้ง วาง หรือกองวัตถุใดๆ บนถนน

                ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่"

                เหล่านี้ เป็นความผิดทางอาญา มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน ๓ ปี

            สังเกตให้ดีนะครับ ตามข้อหาที่ตำรวจตั้ง เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ใช้ควบคุมโควิด และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค

            ไม่มีการตั้งข้อหาด้วยมาตรา ๑๑๒ อันว่าด้วยความผิดต่อพระมหากษัตริย์แต่อย่างใด

            ผมดูในหมายจับ นายอานนท์ เป็นผู้ต้องหา รายที่ ๗ ส่วนนายภาณุพงศ์ หรือไมค์ เป็นผู้ต้องหา รายที่ ๕

            นั่นแสดงว่า ผู้ถูกหมายจับในชุดนี้ มีอย่างน้อย ๗ คน แล้วอีก ๕ คนที่เหลือ มีใครบ้าง ตามดูตำรวจเขาละกัน

            ที่แน่ๆ อีก ๑ ราย คือ เพนกวิน "นายพริษฐ์ ชิวารักษ์" เพราะเจ้าตัวโพสต์ ว่า

            "ผมโดนหมายจับแล้ว ยังไม่ถูกจับกุม แต่จะไม่มีการมอบตัวใดๆ ทั้งสิ้น ผมจะขอยืนยันในแนวทางอารยะขัดขืน การจับครั้งนี้ ไม่มีความชอบธรรม ดังนั้นผมจะไม่ยอมรับกระบวนการใดๆ"

                และ.....

                "ตอนนี้ทนายอานนท์ถูกนำตัวไปที่ สน.บางเขน ขอให้พี่น้องไปรวมตัวที่หน้า สน.บางเขน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป-ไม่ถอยไม่ยอม"

                อีกคนไม่น่าพลาด ดูเหมือนตำรวจลำพูน ออกหมายเรียกตัว "นายธนวัฒน์ วงศ์ไชย" หรือ "บอล" ไปพบแล้ว

            ขอโทษนะ อย่าหาว่าสอนปัญญาชนคนรุ่นใหม่ "กลุ่มเยาวชนปลดแอก-กลุ่มประชาชนปลดแอก-กลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย" เลย

            แต่อยากบอกเป็นคู่มือสู่อนาคตใหม่ ว่า.......

            ในหมายจับ ที่นายอานนท์ นายไมค์ ถูกจับไปแล้วนั้น ตามข้อหา มีอายุความ ๑๐ ปี

            นับจากวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ไปสิ้นสุด ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๗๓!

            นั่นหมายความว่า จะอารยะขัดขืน หรือจะหลบหนีหมายจับ แล้วแต่พ่อกระดอหอม

            แต่ชื่อจะไปอยู่ในทะเบียนประวัติอาชญากร ในฐานะ "ผู้หลบหนีการจับกุม"

            ระหว่าง ๑๐ ปีนี้ ไม่ว่าจะไปสมัครงาน ไปทำพาสปอร์ต หรือไปศึกษาต่อ หรือไปทำอะไรก็ตาม

            ตรวจสอบประวัติปุ๊บ ชื่อในฐานะอาชญากร "หนีหมายจับ" จะโชว์ปั๊บ

            ก็คิดเอาแล้วกัน เมื่อเป็นอย่างนี้ พวกที่คึกตามผู้ใหญ่ "ตระกูลไอ้สัส" ที่หลอกใช้เป็นเครื่องมือวันนี้

            แล้ววันหน้า อนาคตพวกคุณ จะเป็นแบบไหน?

            และคิดหรือว่า ถึงตอนนั้น ไอ้สัสทอน ไอ้สัสปิยบุตร และอีกหลายๆ ไอ้สัส จะมาช่วยพวกคุณ?

            ทำไมหมายจับจึงเริ่มแต่ ๑๘ ก.ค.๖๓?

            ก็เพราะ เมื่อ ๑๘ ก.ค.กลุ่มเยาวชนปลดแอก-Free YOUTH และกลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย อันมี "นายอานนท์ นำภา" เป็นพระเอก

            คว้าไมค์ร่ายยาวที่ย่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตามคลิป ที่พวกไอ้สัส ทั้งในและนอกประเทศที่ซุกหัวอยู่ฝรั่งเศส ซูฮก ยกตูดเชียร์ ว่าสะใจ ให้เอาต่อ นั่นแหละ

            รัฐบาลก็ ขันตี..ขันตี อดทน-อดกลั้นไว้ อยู่ในขั้นจดบันทึก "เก็บสะสมแต้ม" ไว้รอสะสางในกาลอันควร

            และอีกอย่าง ก็รู้เจตนา ว่า "ตัวการใหญ่" เอาเด็กเป็นเป้าล่อให้รัฐบาลถลำ

            คือ รัฐบาลออกมาจัดการเด็กเมื่อไหร่ ก็จะโหมฟืน-โหมไฟ ทั้งองค์กรในและนอก จะรุมฉะตูดรัฐบาลว่า คุกคาม-ปิดกั้น-จำกัดและกำจัด สิทธิเสรีภาพประชาชน

            รัฐบาลรังแกเด็ก......

            แล้วพวกผู้ใหญ่ "ตัวการ" ที่ซ่อนหน้าอยู่ในขอบกางเกงในเด็ก ทั้งในและนอกสภา ก็จะฮือออกมา อ้างความชอบธรรม

            "ล้มรัฐบาล-ไล่ประยุทธ์-เขียนรัฐธรรมนูญใหม่" เป็นฉากหน้า

            สู่เป้าหมาย "ฉากสุดท้าย" ที่ค้างมาแต่ปี ๒๔๗๕

            "ล้มสถาบัน"........

            สถาปนา "ประชาธิปไตยแบบฝรั่งเศส" (แต่ใต้ใบสั่งสหรัฐฯ)!

            รัฐบาลจึงไม่ถลำไปเข้าแผนโจร แต่ทีนี้ ประชาชนฟังแล้ว "ทนไม่ได้" กับสิ่งที่นายอานนท์พูดวันนั้น

            เมื่อ ๕ ส.ค. "นายอภิวัฒน์ ขันทอง" ทนายสำนักกฎหมาย อ.อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง และเพื่อน

            แจ้งความกับ พ.ต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผู้กำกับการ สน.สำราญราษฎร์ ให้ดำเนินคดีนายอานนท์

            โดยกล่าวหาว่า "จัดชุมนุมปราศรัยละเมิดกล่าวหาสถาบัน" โดยมีคลิปเสียง คลิปวิดีโอ มอบเป็นหลักฐาน

            เมื่อมีคนแจ้ง หลักฐานเข้าองค์ประกอบ ตำรวจจึงไปขอหมายจับจากศาล และศาลก็อนุมัติ สู่การจับกุมเมื่อวาน

            แต่ให้สังเกตตามที่ผมบอก......

            ตำรวจออกหมายจับ ด้วยความผิด มาตรา ๑๑๖

            ไม่มีความผิดตามมาตรา ๑๑๒ แต่อย่างใด

            การเดินหมากตานี้ของตำรวจ ได้ผลแฮะ เพราะปรากฏว่า พวกผู้ใหญ่ที่หลอกใช้เด็กไปติดคุก ไม่ทันดูตาม้า-ตาเรือ กระหยิ่มยิ้มย่อง ดีใจ

            "รัฐบาลตกหลุมพรางกูแล้ว...."

            โผล่หัว-โผล่หน้า ถลำออกมาโพสต์ข้อความปลุกระดมทันที

            Piyabutr Saengkanokkul @Piyabutr_FWP

            “การแสดงความคิดเห็นของ อานนท์ นำภา ไม่เป็นความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 116 และ มาตรา  112 ตรงกันข้าม ความเห็นของเขา คือ การรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ดำรงอยู่ตามระบอบประชาธิปไตย #freeอานนท์ #เยาวชนปลดแอก”

            "ช่อ พรรณิการ์" ทวีตข้อความทันที

            “การพูดข้อเสนอในการปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ต่อสาธารณะ ด้วยความปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมือง ไม่ใช่การยุยงปลุกปั่น ไม่ใช่การล้มล้างสถาบัน แต่เป็นการใช้สิทธิของประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศ อย่ายอมให้เขาใช้ความกลัวปิดปากเรา #saveทนายอานนท์”

                ตามด้วยโลนเกาะขนเด็กอีก ๒-๓ ตัว เช่น........

            นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ โพสต์เฟซ "หมายเรียกไม่ต้อง หมายจับเลย #saveอานนท์"

            "การจับทนายอานนท์ และเพื่อนนักกิจกรรม คือการทำลาย 'หลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ' และ  'ระบอบประชาธิปไตย' ที่ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน"

            "ศ.ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์" อาจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทวีตข้อความ @kovitw1ว่า

            "พวกเราไม่ยอมหรอก!"

            ครับ.........

            เห็นชัดว่า เจตนาทุกลมหายใจเข้าออกพวกไอ้สัส หวังใช้ มาตรา ๑๑๒ ปลุกระดม แต่ปรากฏว่า...ชกวืด!

            นี่ก็ลำดับความเป็นการ "ปูพื้น" เป็นปฐม เพราะจากจุดนี้ ขบวนการไอ้สัส จะฉวยโอกาสปลุกระดมเครือข่ายออกมาจลาจลเมือง

            เพื่อล้มรัฐบาล-ไล่ประยุทธ์

            ขบวนการไอ้สัสนอกสภาจะโจมตีภายนอก แล้วขบวนการไอ้สัสในคราบนักการเมืองในสภา จะตีกระหนาบภายใน

            เอารัฐบาลประยุทธ์ "ต้องลง" ให้จงได้ จากนี้ จนถึงปลายปี เขามั่นใจ ต้องสำเร็จ

            ล้มประยุทธ์ได้

            เท่ากับ "ล้มสถาบัน" ได้!

            ล้มผ่านการตั้ง ส.ส.ร. "เขียนรัฐธรรมนูญใหม่" หมวดพระมหากษัตริย์ ที่บอกว่าไม่แตะ นั่นแหละ "เป้าหมายหลัก"

            และ อ้อ....

            จำเลยหนี "คดีไม่หมดอายุความ" กลับมาเมื่อไหร่ ต้องเข้าคุกเมื่อนั้น และคอร์รัปชัน จับได้โทษประหาร นี่ก็เช่นกัน คือเป้าหมาย สู่การแก้ทิ้งไป

            ไม่งั้น "พ่อมัน" ต้องตายอยู่นอกประเทศแหงแก๋!