ศาลห้ามเคลื่อนไหวซ้ำเดิม


เพิ่มเพื่อน    

 

"อานนท์-ภาณุพงศ์" รอดคุก ศาลให้ประกันตัวตีราคา 1 แสนบาท มีเงื่อนไขห้ามกระทำการใดๆ ในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหา เจ้าตัวขอบคุณศาล ลั่นจากนี้จะไปร่วมชุมนุมเฉพาะกิจกรรมที่ชอบโดยรัฐธรรมนูญเท่านั้น ด้าน 2 ส.ส.ก้าวไกลใช้ตำแหน่ง ส.ส.ค้ำ ขณะที่ "เพนกวิน" พาม็อบกดดันหน้าศาลอย่างหนัก ไม่วายชูป้ายยกเลิก ม.112  
     เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 ส.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 10 อาคารศาลอาญา นายชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา พร้อมด้วยนายสุรจิตร เปลี่ยนขำ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ตามที่พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอหมายขังนายอานนท์ นำภา และนายภานุพงศ์ จาดนอก ผู้ต้องหา ระหว่างสอบสวนเพื่อทำการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างการไต่สวนและพิจารณาคำร้องขอหมายขังและคำคัดค้านของผู้ต้องหาทั้งสองนั้น ต่อมาได้มีการลงและแชร์ข่าวว่า หากศาลอนุญาตให้ฝากขังและออกหมายขัง จะนำผู้ต้องหาทั้งสองไปควบคุมตัวที่เรือนจำนครไชยศรี เขตทุ่งสองห้องนั้น เป็นข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง  
    นายชูชัยกล่าวว่า กรณีที่ศาลอนุญาตให้ฝากขัง ผู้ต้องหาทั้งสองมีสิทธิยื่นประกันตัวต่อศาลได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ และหากในวันนี้ผู้ต้องหาทั้งสองไม่ยื่นคำร้องขอประกันตัวหรือขอปล่อยตัวชั่วคราว จะถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป ซึ่งในระหว่างนี้ผู้ต้องหาทั้งสองสามารถยื่นคำร้องขอประกันตัวหรือขอปล่อยตัวชั่วคราวได้ตลอดทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
    “โดยขณะแถลงข่าวในขณะนี้ได้ทำการไต่สวนผู้ต้องหาทั้งสองเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่เพียงรอฟังคำสั่ง ถ้าวันนี้ศาลอนุญาตให้ฝากขัง ผู้ต้องหาทั้งสองสามารถยื่นประกันตัวต่อศาลได้เลย แต่หากผู้ต้องหาทั้งสองไม่ยอมยื่นประกันตัว ก็จำเป็นที่จะต้องนำไปควบคุมตัวเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เหมือนคดีอาญาทั่วไป จึงขอความกรุณาสื่อมวลชนช่วยเผยเเพร่ว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง“
    เมื่อถามว่า จะมีการดำเนินคดีกับผู้ที่ปล่อยเฟกนิวส์กับความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลต่อผู้ชุมนุมหรือไม่ นายชูชัยกล่าวว่า โดยส่วนตัวตนมองว่าบ้านเมืองขณะนี้ยุ่งกันอยู่เเล้ว บางเรื่องเราต้องใช้หลักรัฐศาสตร์ ไม่อยากไปพูดว่าคนไหนจะต้องผิด เราต้องทำอย่างไรให้อยู่กันได้
    "ผมไม่อยากตอบว่าผิดหรือไม่ เพราะถ้าผมตอบว่าผิด ในฐานะอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา คดีก็จะต้องเข้ามาที่ศาลอาญา เเละผมไปให้ความเห็นก่อนหน้าก็จะต้องถูกโจมตี บางเรื่องเราจึงไม่ควรพูดเรื่องผิดถูก แต่ใช้หลักรัฐศาสตร์บางทีก็ดีกว่าหลักนิติศาสตร์"
    นายชูชัยยกตัวอย่างว่า อย่างนี้เรื่องผู้ชุมนุมวันนี้ก็ยืนยันว่าเขาจะมองแบบหลักรัฐศาสตร์ จะดำเนินคดีหรือไม่ยังตอบไม่ได้ แต่ขอความร่วมมือทุกฝ่าย เพราะผู้ที่มาศาลก็จะต้องมีข้อกำหนด ถ้าไปฝ่าฝืนก็มีความผิดไม่อยากให้ทำ
    “ผมก็ให้อิสระโซนข้างล่างพอสมควร จะได้ปลดปล่อยกันบ้าง แต่พยายามอย่ามาถามผมว่าอันนี้ผิดหรือถูก” อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาระบุ
    ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ศาลอาญา ภายหลังจากที่พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ มาถึงศาลอาญาเพื่อขออำนาจศาลฝากขังในคดียุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และข้อหาอื่นๆ รวม 7 ข้อหา จากการร่วมชุมนุมกับเยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563 ได้มีประชาชนเดินทางตามมาให้กำลังใจทั้งสองคน โดยรวมตัวกันอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าประตู 8 ซึ่งมีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และ น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ แกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอก มาคอยให้กำลังใจและติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด
ก้าวไกลเป็นพี่เลี้ยง
    นอกจากนี้ ยังมีนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เดินทางเข้ามาที่ศาลด้วยเช่นกัน พร้อมเปิดเผยว่า ตนได้นำหลักทรัพย์จำนวนหนึ่ง สำหรับประกันตัว 2 ผู้ต้องหา ซึ่งต้องรอดูสถานการณ์ต่อไป เนื่องจากตอนนี้ยังคงอยู่ระหว่างการไต่สวน
    ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นที่ศาลอาญา ได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยศาล เจ้าพนักงานตำรวจศาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ในพื้นที่รอบศาลอาญา ประมาณ 50 นาย เพื่อรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยได้นำแผงเหล็กกั้นมาตั้งเป็นแนวหน้าทางเข้าอาคารศาลอาญา ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปข้างใน ยกเว้นเจ้าหน้าที่ศาลและประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเข้าไปภายในอาคารเท่านั้น
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางศาลอาญาได้นำป้ายข้อความ ข้อกำหนดของศาลอาญา หลังจากมีการชุมนุมบริเวณทางขึ้นศาลอาญา โดยมีข้อกำหนดห้ามมิให้ผู้ใดประพฤติตนในทางก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือก่อความรำคาญ หรือกระทำการในลักษณะส่งเสริม ยั่วยุ สนับสนุนใดๆ ในการกระทำดังกล่าวบริเวณศาล และห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องขยายเสียง ส่งเสียงดัง อันเป็นการรบกวนการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีในศาล ถ้าผู้ใดฝ่าฝืน ถือว่ากระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล มาติดไว้เพื่อให้ผู้ชุมนุมภายในรั้วบริเวณศาลได้ทราบ
    ทั้งนี้ นายพริษฐ์ปลุกมวลชนให้มายืนประชิดรั้วหน้าบันไดศาล  ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจวางแผงเหล็กกั้นไว้ ก่อนสื่อสารให้ทุกคนพยายามฝ่าแนวรั้วของเจ้าหน้าที่เข้าไปภายในอาคารศาลอาญา โดยเจ้าหน้าที่นำป้ายข้อกำหนดของศาลอาญาเรื่องการประพฤติตัวให้เรียบร้อยในบริเวณศาล หากกระทำการผิดข้อบังคับจะเข้าข่ายความผิดละเมิดอำนาจศาล แต่มวลชนไม่ฟังเสียง ก่อนเกิดการยื้อยุดฉุดกระชากแผงเหล็ก แต่ไม่มีความรุนแรงแต่อย่างใด กลุ่มมวลชนยังคงยืนรออยู่หน้าบันไดศาลอาญา
    ด้านนายอานนท์ได้ส่งจดหมายน้อยให้คนใกล้ชิด และต่อมามีการเผยแพร่ในโซเชียลฯ เพื่อสื่อสารไปยังแกนนำม็อบเยาวชนปลดแอก ที่จะนัดชุมนุมกันเย็นวัน โดยจดหมายมีเนื้อหาดังนี้
    "ถึงที่น้องนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนที่เคารพ ผมทราบว่าเย็นนี้ข้างนอกมีนัดชุมนุมที่สกายวอล์ก หอศิลป์ เวลา 16.00 น. ถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้ประเด็นการเรียกร้องมันไปกว่าการเรียกร้องให้ปล่อยตัวผมกับไมค์ เพราะนอกจากเราแล้วยังมีเพื่อนที่โดนหมายจับอีกหลายคน และถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้การเรียกร้องยึดโยงและสัมพันธ์ถึงข้อเรียกร้องของเรา 3 ข้อที่เราได้ยืนยันมาโดยตลอด อยากให้เขาใช้เงื่อนไขการควบคุมตัวผมกับไม่เป็นตัวเบี่ยงประเด็นการต่อสู้เด็ดขาด"
    ขณะที่จดหมายอีกฉบับของนายอานนท์อ้างว่า "ตอนนี้มีความกังวลของทีมทนายว่าศาลอาจส่งตัวไปควบคุมที่เรือนจำนครไชยศรี (ทุ่งสองห้อง) ความกังวลต่อมาคือก่อนหน้านี้มีการเสียชีวิตของหมอหยอง กำลังปรึกษากันว่าจะเอายังไงต่อ ฝากลุงป้าน้าอา ดูแลลูกหลาน นักเรียน นักศึกษาด้วย อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ให้มันจบที่รุ่นเรา"
คดียุยงปลุกปั่น
    ต่อมาเวลา 15.20 น. ศาลอ่านคำสั่งกรณีคำร้องฝากขังและคำคัดค้านการฝากขังนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ ผู้ต้องหาคดียุยงปลุกปั่นจากการร่วมชุมนุมปราศรัยกับกลุ่มเยาวชนปลดแอก โดยพิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนคำร้องและข้อคัดค้านแล้ว เห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีความอาญา มาตรา 78 ได้วางหลักเกณฑ์การควบคุมตัวไว้เป็นขั้นเป็นตอนเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เมื่อคดีนี้พนักงานสอบสวนรับตัวผู้ต้องหาวันที่ 7 ส.ค.2563 เวลา 16.00 น. ต่อมานำตัวผู้ต้องหาและคำร้องมายื่นต่อศาลอาญาในวันเดียวกันเมื่อเวลา 16.45 น. ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอฝากขังพ้นกำหนดเวลาราชการ จึงมีคำสั่งคืนคำร้องและให้รับตัวผู้ต้องหาคืนและให้ยื่นคำร้องภายใน 48 ชั่วโมง ตามกฎหมาย
    วันนี้ พนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องมายื่นคำร้องขอฝากขังเวลา 08.52 น. ยังอยู่ในระยะเวลาที่พนักงานสอบสวนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 87 วรรคสาม จึงมิใช่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ
    ส่วนที่จำเลยคัดค้านว่าผู้ต้องหามีถิ่นที่อยู่และประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง คดีนี้เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับซึ่งมีข้อหาอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี ซึ่งตามกฎหมายเมื่อเป็นกรณีที่ผู้ถูกจับไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว และมีเหตุจำเป็นเพื่อการสอบสวน พนักงานสอบสวนชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ออกหมายขังได้ โดยที่พนักงานสอบสวนอ้างเหตุขออนุญาตฝากขังว่าการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีกจำนวน 6 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือ และผลการตรวจประวัติการต้องโทษ ดังนั้นพนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจขอสอบสวนพยานดังกล่าวได้ เมื่อเป็นการร้องฝากขังครั้งที่ 1 ซึ่งพนักงานสอบสวนมีเวลาสอบสวนเพียง 48 ชั่วโมง กรณีจึงมีเหตุจำเป็นเพื่อทำการสอบสวนต่อไป ส่วนข้อคัดค้านอื่นไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาตามขอ
    ขณะที่ในส่วนคำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2563 เวลาประมาณ 16.00 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ กับพวกได้จัดกิจกรรม "ใครไม่ทนให้ไปกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย" โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ทยอยรวมตัวกันบนทางเท้าหน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และในเวลา 16.20 น. ได้มีรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บธ-1792 สมุทรปราการ มาจอดเพื่อขนส่งอุปกรณ์จัดตั้งเวที จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาชี้แจงว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถจอดรถยนต์ได้
    ขณะเดียวกันนั้น นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ซึ่งยืนอยู่บนถนนได้ดึงแผงเหล็กที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกันแนวไว้ล้มลงบนพื้นถนน จากนั้นกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมประมาณ 40-50 คน ได้กรูลงบนพื้นผิวถนน พร้อมช่วยกันขนเวทีชั่วคราวจากรถยนต์กระบะคันดังกล่าวมาตั้งเวทีบนถนนห่างจากทางเท้าประมาณ 10 เมตร ระหว่างนั้น พ.ต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผกก.สน.สำราญราษฎร์ จึงได้เข้าไปชี้แจงว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ฐานกีดขวางทางสาธารณะ กีดขวางการจราจร และขอให้กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมถอยกลับขึ้นไปบนทางเท้า แต่กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมไม่ปฏิบัติตาม กระทั่งเวลาประมาณ 16.24 น. กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมจำนวน 3 คน คือ น.ส.ปนัสยาสิทธิ จริวัฒนกุล แกนนำ สนท., นายณัฐชนน ไพโรจน์ สมาชิก สนท. และ น.ส.นิราภร อ่อนขาว ได้ร่วมกันชูป้ายข้อความ "ยกเลิก 112"
ศาลให้ประกันตัว
    ต่อมาในเวลาประมาณ 16.28 น. นายเอกชัย หงส์กังวาน ได้มาปรากฏตัวที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งในขณะนั้นกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมได้ตั้งเวทีเหล็กขนาด 1 คูณ 2 เมตรบนพื้นถนน ซึ่งจุดนี้เป็นการตั้งเวทีจุดแรกของการทำกิจกรรม และนายพริษฐ์ได้ขึ้นปราศรัยเป็นคนแรก โดยได้ชักชวนกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมลงมาบนถนนเพื่อทำกิจกรรมโดยไม่ต้องเกรงกลัว พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
    จากนั้น พต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผกก.สน.สำราญราษฎร์ ได้ใช้รถเครื่องขยายเสียง (LRAD) ประกาศชี้แจงแก่ผู้ร่วมกิจกรรมเป็นครั้งที่ 2 ว่าอาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายควบคุมโรคติดต่อ และนายเอกชัย หงส์กังวาน ยังได้พูดสวนกลับมาว่าโควิดไม่มีแล้ว กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมยังคงฝ่าฝืนจัดกิจกรรมต่อไป โดยมีแกนนำและแนวร่วมชายหญิงสลับกันขึ้นพูดบนเวที เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแผงเหล็กไปกั้นด้านหลังเวทีเพื่อความปลอดภัยของผู้ร่วมกิจกรรม และให้รถสามารถสัญจรได้ โดยมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนหญิงและชายยืนสลับกันกระจายตลอดแนวแผงเหล็กด้านหลังอีกชั้นหนึ่ง
    เวลาประมาณ 17.00 น. นายพริษฐ์ได้สั่งการให้กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมใช้กำลังฝ่าแนวแผงเหล็กที่มีตำรวจจัดเป็นแนวป้องกัน เพื่อนำมวลชนให้ลงไปสู่พื้นผิวการจราจร จากนั้นกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมจึงใช้กำลังดันแผงเหล็กกั้นอยู่ เป็นเหตุให้เกิดการยื้อกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ทำกิจกรรม จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนหญิงที่ยืนรักษาความปลอดภัยแนวแผงเหล็กได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 นาย ในที่สุดผู้ร่วมกิจกรรมสามารถฝ่าแนวแผงเหล็ก แล้วไปตั้งเวทีจนชิดขอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเต็มพื้นผิวจราจร จนรถไม่สามารถสัญจรผ่านได้
    จากนั้นได้มีแกนนำผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยบนเวทีเรื่อง ยุบสภา หยุดคุกคามประชาชน เร่งรัฐธรรมนูญใหม่ และโจมตีรัฐบาล แกนนำประกอบด้วย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์, น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์, นายภาณุพงศ์ จาดนอก, นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี, นายอานนท์ นำภา, นายณัฐวุฒิ สมบูรณ์ทรัพย์, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, นายกรกช แสงเย็นพันธ์, น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก, น.ส.เนตรนภา อำนาจส่งเสริม, นายธนายุทธ ณ อยุธยา, นายบารมี ชัยรัตน์, นายทศพร สินสมบุญ, นายเดชาธร บำรุงเมือง, นายธานี สะสม และนายภาณุมาศ สิงห์พรม และมีบุคคลที่ร่วมกระทำความผิดทั้งหมด 31 ราย เหตุเกิดที่แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม.
    และเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.06 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.4 บก.สส.บช.น. ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายอานนท์ นำภา ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา จ.1176/2563 ลงวันที่ 6 ส.ค.2563 ซึ่งเวลาไล่เลี่ยกัน เวลา 14.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายภาณุพงศ์ จาดนอก ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา จ.1174/2563 ลงวันที่ 6 ส.ค.2563 ดำเนินคดีตามกฎหมาย
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมา นายคารม พลพรกลาง และนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล 2 ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้ใช้ตำแหน่ง ส.ส.ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ ผู้ต้องหา ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
    ต่อมาเวลา 16.45 น. ศาลพิเคราะห์แล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้นายอานนท์และนายภาณุพงศ์ ผู้ต้องหาทั้งสองมีประกันตัวไป โดยตีราคาประกันคนละ 1 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามผู้ต้องหากระทำการใดๆ ในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้
    นายอานนท์ให้สัมภาษณ์ขอขอบคุณศาลอาญาที่พิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว โดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ ส่วนเงื่อนไขมีข้อเดียวคือ อย่าไปทำอย่างที่เขากล่าวหา ตนกล่าวมาตลอดว่า ชุมนุมด้วยความสงบมาตลอด ไม่มีการยุยงปลุกปั่น จุดยืนคือไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ ไม่เอารัฐประหาร ขอขอบคุณพี่น้องทุกคนที่มานอนรอที่หน้า สน.ห้วยขวาง ส.ส.จากพรรคก้าวไกล หรือพรรคอนาคตใหม่เดิม และพรรคเพื่อไทย และ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ที่แสดงความจำนงมาว่าจะยื่นขอประกันตัวผู้ต้องหาอื่นอีก พร้อมต่อสู้ทั้งในสภาและนอกสภา
    "จากนี้จะไปร่วมชุมนุมเฉพาะกิจกรรมที่ชอบโดยรัฐธรรมนูญเท่านั้น เวทีที่พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การยุบสภาก็ดี พวกตนยินดีไปทุกเวทีทั่วประเทศ สิ่งที่เรียกร้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ทางรัฐบาลควรรับฟังและยุติการคุกคามพวกเราทุกรูปแบบ น้องๆ เยาวชนที่ออกมาต่อสู้เป็นหน้าที่ของพวกเรา น้า ป้า ที่มาเป็นแนวร่วมในการต่อสู้ ต่อไปนี้ทุกคนจะเป็นกองหน้าร่วมกัน ถ้าจะรับฟังเสียงพวกเรา อย่าตั้งข้อหาพวกเรา เคารพในความเห็นต่าง" นายอานนท์กล่าว.

 

 

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.