ศาลห้ามเคลื่อนไหวซ้ำเดิม


เพิ่มเพื่อน    

 

"อานนท์-ภาณุพงศ์" รอดคุก ศาลให้ประกันตัวตีราคา 1 แสนบาท มีเงื่อนไขห้ามกระทำการใดๆ ในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหา เจ้าตัวขอบคุณศาล ลั่นจากนี้จะไปร่วมชุมนุมเฉพาะกิจกรรมที่ชอบโดยรัฐธรรมนูญเท่านั้น ด้าน 2 ส.ส.ก้าวไกลใช้ตำแหน่ง ส.ส.ค้ำ ขณะที่ "เพนกวิน" พาม็อบกดดันหน้าศาลอย่างหนัก ไม่วายชูป้ายยกเลิก ม.112  
     เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 ส.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 10 อาคารศาลอาญา นายชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา พร้อมด้วยนายสุรจิตร เปลี่ยนขำ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ตามที่พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอหมายขังนายอานนท์ นำภา และนายภานุพงศ์ จาดนอก ผู้ต้องหา ระหว่างสอบสวนเพื่อทำการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างการไต่สวนและพิจารณาคำร้องขอหมายขังและคำคัดค้านของผู้ต้องหาทั้งสองนั้น ต่อมาได้มีการลงและแชร์ข่าวว่า หากศาลอนุญาตให้ฝากขังและออกหมายขัง จะนำผู้ต้องหาทั้งสองไปควบคุมตัวที่เรือนจำนครไชยศรี เขตทุ่งสองห้องนั้น เป็นข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง  
    นายชูชัยกล่าวว่า กรณีที่ศาลอนุญาตให้ฝากขัง ผู้ต้องหาทั้งสองมีสิทธิยื่นประกันตัวต่อศาลได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ และหากในวันนี้ผู้ต้องหาทั้งสองไม่ยื่นคำร้องขอประกันตัวหรือขอปล่อยตัวชั่วคราว จะถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป ซึ่งในระหว่างนี้ผู้ต้องหาทั้งสองสามารถยื่นคำร้องขอประกันตัวหรือขอปล่อยตัวชั่วคราวได้ตลอดทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
    “โดยขณะแถลงข่าวในขณะนี้ได้ทำการไต่สวนผู้ต้องหาทั้งสองเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่เพียงรอฟังคำสั่ง ถ้าวันนี้ศาลอนุญาตให้ฝากขัง ผู้ต้องหาทั้งสองสามารถยื่นประกันตัวต่อศาลได้เลย แต่หากผู้ต้องหาทั้งสองไม่ยอมยื่นประกันตัว ก็จำเป็นที่จะต้องนำไปควบคุมตัวเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เหมือนคดีอาญาทั่วไป จึงขอความกรุณาสื่อมวลชนช่วยเผยเเพร่ว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง“
    เมื่อถามว่า จะมีการดำเนินคดีกับผู้ที่ปล่อยเฟกนิวส์กับความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลต่อผู้ชุมนุมหรือไม่ นายชูชัยกล่าวว่า โดยส่วนตัวตนมองว่าบ้านเมืองขณะนี้ยุ่งกันอยู่เเล้ว บางเรื่องเราต้องใช้หลักรัฐศาสตร์ ไม่อยากไปพูดว่าคนไหนจะต้องผิด เราต้องทำอย่างไรให้อยู่กันได้
    "ผมไม่อยากตอบว่าผิดหรือไม่ เพราะถ้าผมตอบว่าผิด ในฐานะอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา คดีก็จะต้องเข้ามาที่ศาลอาญา เเละผมไปให้ความเห็นก่อนหน้าก็จะต้องถูกโจมตี บางเรื่องเราจึงไม่ควรพูดเรื่องผิดถูก แต่ใช้หลักรัฐศาสตร์บางทีก็ดีกว่าหลักนิติศาสตร์"
    นายชูชัยยกตัวอย่างว่า อย่างนี้เรื่องผู้ชุมนุมวันนี้ก็ยืนยันว่าเขาจะมองแบบหลักรัฐศาสตร์ จะดำเนินคดีหรือไม่ยังตอบไม่ได้ แต่ขอความร่วมมือทุกฝ่าย เพราะผู้ที่มาศาลก็จะต้องมีข้อกำหนด ถ้าไปฝ่าฝืนก็มีความผิดไม่อยากให้ทำ
    “ผมก็ให้อิสระโซนข้างล่างพอสมควร จะได้ปลดปล่อยกันบ้าง แต่พยายามอย่ามาถามผมว่าอันนี้ผิดหรือถูก” อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาระบุ
    ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ศาลอาญา ภายหลังจากที่พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ มาถึงศาลอาญาเพื่อขออำนาจศาลฝากขังในคดียุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และข้อหาอื่นๆ รวม 7 ข้อหา จากการร่วมชุมนุมกับเยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563 ได้มีประชาชนเดินทางตามมาให้กำลังใจทั้งสองคน โดยรวมตัวกันอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าประตู 8 ซึ่งมีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และ น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ แกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอก มาคอยให้กำลังใจและติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด
ก้าวไกลเป็นพี่เลี้ยง
    นอกจากนี้ ยังมีนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เดินทางเข้ามาที่ศาลด้วยเช่นกัน พร้อมเปิดเผยว่า ตนได้นำหลักทรัพย์จำนวนหนึ่ง สำหรับประกันตัว 2 ผู้ต้องหา ซึ่งต้องรอดูสถานการณ์ต่อไป เนื่องจากตอนนี้ยังคงอยู่ระหว่างการไต่สวน
    ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นที่ศาลอาญา ได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยศาล เจ้าพนักงานตำรวจศาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ในพื้นที่รอบศาลอาญา ประมาณ 50 นาย เพื่อรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยได้นำแผงเหล็กกั้นมาตั้งเป็นแนวหน้าทางเข้าอาคารศาลอาญา ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปข้างใน ยกเว้นเจ้าหน้าที่ศาลและประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเข้าไปภายในอาคารเท่านั้น
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางศาลอาญาได้นำป้ายข้อความ ข้อกำหนดของศาลอาญา หลังจากมีการชุมนุมบริเวณทางขึ้นศาลอาญา โดยมีข้อกำหนดห้ามมิให้ผู้ใดประพฤติตนในทางก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือก่อความรำคาญ หรือกระทำการในลักษณะส่งเสริม ยั่วยุ สนับสนุนใดๆ ในการกระทำดังกล่าวบริเวณศาล และห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องขยายเสียง ส่งเสียงดัง อันเป็นการรบกวนการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีในศาล ถ้าผู้ใดฝ่าฝืน ถือว่ากระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล มาติดไว้เพื่อให้ผู้ชุมนุมภายในรั้วบริเวณศาลได้ทราบ
    ทั้งนี้ นายพริษฐ์ปลุกมวลชนให้มายืนประชิดรั้วหน้าบันไดศาล  ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจวางแผงเหล็กกั้นไว้ ก่อนสื่อสารให้ทุกคนพยายามฝ่าแนวรั้วของเจ้าหน้าที่เข้าไปภายในอาคารศาลอาญา โดยเจ้าหน้าที่นำป้ายข้อกำหนดของศาลอาญาเรื่องการประพฤติตัวให้เรียบร้อยในบริเวณศาล หากกระทำการผิดข้อบังคับจะเข้าข่ายความผิดละเมิดอำนาจศาล แต่มวลชนไม่ฟังเสียง ก่อนเกิดการยื้อยุดฉุดกระชากแผงเหล็ก แต่ไม่มีความรุนแรงแต่อย่างใด กลุ่มมวลชนยังคงยืนรออยู่หน้าบันไดศาลอาญา
    ด้านนายอานนท์ได้ส่งจดหมายน้อยให้คนใกล้ชิด และต่อมามีการเผยแพร่ในโซเชียลฯ เพื่อสื่อสารไปยังแกนนำม็อบเยาวชนปลดแอก ที่จะนัดชุมนุมกันเย็นวัน โดยจดหมายมีเนื้อหาดังนี้
    "ถึงที่น้องนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนที่เคารพ ผมทราบว่าเย็นนี้ข้างนอกมีนัดชุมนุมที่สกายวอล์ก หอศิลป์ เวลา 16.00 น. ถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้ประเด็นการเรียกร้องมันไปกว่าการเรียกร้องให้ปล่อยตัวผมกับไมค์ เพราะนอกจากเราแล้วยังมีเพื่อนที่โดนหมายจับอีกหลายคน และถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้การเรียกร้องยึดโยงและสัมพันธ์ถึงข้อเรียกร้องของเรา 3 ข้อที่เราได้ยืนยันมาโดยตลอด อยากให้เขาใช้เงื่อนไขการควบคุมตัวผมกับไม่เป็นตัวเบี่ยงประเด็นการต่อสู้เด็ดขาด"
    ขณะที่จดหมายอีกฉบับของนายอานนท์อ้างว่า "ตอนนี้มีความกังวลของทีมทนายว่าศาลอาจส่งตัวไปควบคุมที่เรือนจำนครไชยศรี (ทุ่งสองห้อง) ความกังวลต่อมาคือก่อนหน้านี้มีการเสียชีวิตของหมอหยอง กำลังปรึกษากันว่าจะเอายังไงต่อ ฝากลุงป้าน้าอา ดูแลลูกหลาน นักเรียน นักศึกษาด้วย อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ให้มันจบที่รุ่นเรา"
คดียุยงปลุกปั่น
    ต่อมาเวลา 15.20 น. ศาลอ่านคำสั่งกรณีคำร้องฝากขังและคำคัดค้านการฝากขังนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ ผู้ต้องหาคดียุยงปลุกปั่นจากการร่วมชุมนุมปราศรัยกับกลุ่มเยาวชนปลดแอก โดยพิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนคำร้องและข้อคัดค้านแล้ว เห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีความอาญา มาตรา 78 ได้วางหลักเกณฑ์การควบคุมตัวไว้เป็นขั้นเป็นตอนเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เมื่อคดีนี้พนักงานสอบสวนรับตัวผู้ต้องหาวันที่ 7 ส.ค.2563 เวลา 16.00 น. ต่อมานำตัวผู้ต้องหาและคำร้องมายื่นต่อศาลอาญาในวันเดียวกันเมื่อเวลา 16.45 น. ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอฝากขังพ้นกำหนดเวลาราชการ จึงมีคำสั่งคืนคำร้องและให้รับตัวผู้ต้องหาคืนและให้ยื่นคำร้องภายใน 48 ชั่วโมง ตามกฎหมาย
    วันนี้ พนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องมายื่นคำร้องขอฝากขังเวลา 08.52 น. ยังอยู่ในระยะเวลาที่พนักงานสอบสวนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 87 วรรคสาม จึงมิใช่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ
    ส่วนที่จำเลยคัดค้านว่าผู้ต้องหามีถิ่นที่อยู่และประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง คดีนี้เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับซึ่งมีข้อหาอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี ซึ่งตามกฎหมายเมื่อเป็นกรณีที่ผู้ถูกจับไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว และมีเหตุจำเป็นเพื่อการสอบสวน พนักงานสอบสวนชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ออกหมายขังได้ โดยที่พนักงานสอบสวนอ้างเหตุขออนุญาตฝากขังว่าการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีกจำนวน 6 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือ และผลการตรวจประวัติการต้องโทษ ดังนั้นพนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจขอสอบสวนพยานดังกล่าวได้ เมื่อเป็นการร้องฝากขังครั้งที่ 1 ซึ่งพนักงานสอบสวนมีเวลาสอบสวนเพียง 48 ชั่วโมง กรณีจึงมีเหตุจำเป็นเพื่อทำการสอบสวนต่อไป ส่วนข้อคัดค้านอื่นไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาตามขอ
    ขณะที่ในส่วนคำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2563 เวลาประมาณ 16.00 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ กับพวกได้จัดกิจกรรม "ใครไม่ทนให้ไปกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย" โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ทยอยรวมตัวกันบนทางเท้าหน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และในเวลา 16.20 น. ได้มีรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บธ-1792 สมุทรปราการ มาจอดเพื่อขนส่งอุปกรณ์จัดตั้งเวที จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาชี้แจงว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถจอดรถยนต์ได้
    ขณะเดียวกันนั้น นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ซึ่งยืนอยู่บนถนนได้ดึงแผงเหล็กที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกันแนวไว้ล้มลงบนพื้นถนน จากนั้นกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมประมาณ 40-50 คน ได้กรูลงบนพื้นผิวถนน พร้อมช่วยกันขนเวทีชั่วคราวจากรถยนต์กระบะคันดังกล่าวมาตั้งเวทีบนถนนห่างจากทางเท้าประมาณ 10 เมตร ระหว่างนั้น พ.ต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผกก.สน.สำราญราษฎร์ จึงได้เข้าไปชี้แจงว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ฐานกีดขวางทางสาธารณะ กีดขวางการจราจร และขอให้กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมถอยกลับขึ้นไปบนทางเท้า แต่กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมไม่ปฏิบัติตาม กระทั่งเวลาประมาณ 16.24 น. กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมจำนวน 3 คน คือ น.ส.ปนัสยาสิทธิ จริวัฒนกุล แกนนำ สนท., นายณัฐชนน ไพโรจน์ สมาชิก สนท. และ น.ส.นิราภร อ่อนขาว ได้ร่วมกันชูป้ายข้อความ "ยกเลิก 112"
ศาลให้ประกันตัว
    ต่อมาในเวลาประมาณ 16.28 น. นายเอกชัย หงส์กังวาน ได้มาปรากฏตัวที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งในขณะนั้นกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมได้ตั้งเวทีเหล็กขนาด 1 คูณ 2 เมตรบนพื้นถนน ซึ่งจุดนี้เป็นการตั้งเวทีจุดแรกของการทำกิจกรรม และนายพริษฐ์ได้ขึ้นปราศรัยเป็นคนแรก โดยได้ชักชวนกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมลงมาบนถนนเพื่อทำกิจกรรมโดยไม่ต้องเกรงกลัว พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
    จากนั้น พต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผกก.สน.สำราญราษฎร์ ได้ใช้รถเครื่องขยายเสียง (LRAD) ประกาศชี้แจงแก่ผู้ร่วมกิจกรรมเป็นครั้งที่ 2 ว่าอาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายควบคุมโรคติดต่อ และนายเอกชัย หงส์กังวาน ยังได้พูดสวนกลับมาว่าโควิดไม่มีแล้ว กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมยังคงฝ่าฝืนจัดกิจกรรมต่อไป โดยมีแกนนำและแนวร่วมชายหญิงสลับกันขึ้นพูดบนเวที เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแผงเหล็กไปกั้นด้านหลังเวทีเพื่อความปลอดภัยของผู้ร่วมกิจกรรม และให้รถสามารถสัญจรได้ โดยมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนหญิงและชายยืนสลับกันกระจายตลอดแนวแผงเหล็กด้านหลังอีกชั้นหนึ่ง
    เวลาประมาณ 17.00 น. นายพริษฐ์ได้สั่งการให้กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมใช้กำลังฝ่าแนวแผงเหล็กที่มีตำรวจจัดเป็นแนวป้องกัน เพื่อนำมวลชนให้ลงไปสู่พื้นผิวการจราจร จากนั้นกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมจึงใช้กำลังดันแผงเหล็กกั้นอยู่ เป็นเหตุให้เกิดการยื้อกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ทำกิจกรรม จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนหญิงที่ยืนรักษาความปลอดภัยแนวแผงเหล็กได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 นาย ในที่สุดผู้ร่วมกิจกรรมสามารถฝ่าแนวแผงเหล็ก แล้วไปตั้งเวทีจนชิดขอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเต็มพื้นผิวจราจร จนรถไม่สามารถสัญจรผ่านได้
    จากนั้นได้มีแกนนำผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยบนเวทีเรื่อง ยุบสภา หยุดคุกคามประชาชน เร่งรัฐธรรมนูญใหม่ และโจมตีรัฐบาล แกนนำประกอบด้วย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์, น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์, นายภาณุพงศ์ จาดนอก, นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี, นายอานนท์ นำภา, นายณัฐวุฒิ สมบูรณ์ทรัพย์, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, นายกรกช แสงเย็นพันธ์, น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก, น.ส.เนตรนภา อำนาจส่งเสริม, นายธนายุทธ ณ อยุธยา, นายบารมี ชัยรัตน์, นายทศพร สินสมบุญ, นายเดชาธร บำรุงเมือง, นายธานี สะสม และนายภาณุมาศ สิงห์พรม และมีบุคคลที่ร่วมกระทำความผิดทั้งหมด 31 ราย เหตุเกิดที่แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม.
    และเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.06 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.4 บก.สส.บช.น. ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายอานนท์ นำภา ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา จ.1176/2563 ลงวันที่ 6 ส.ค.2563 ซึ่งเวลาไล่เลี่ยกัน เวลา 14.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายภาณุพงศ์ จาดนอก ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา จ.1174/2563 ลงวันที่ 6 ส.ค.2563 ดำเนินคดีตามกฎหมาย
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมา นายคารม พลพรกลาง และนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล 2 ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้ใช้ตำแหน่ง ส.ส.ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ ผู้ต้องหา ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
    ต่อมาเวลา 16.45 น. ศาลพิเคราะห์แล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้นายอานนท์และนายภาณุพงศ์ ผู้ต้องหาทั้งสองมีประกันตัวไป โดยตีราคาประกันคนละ 1 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามผู้ต้องหากระทำการใดๆ ในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้
    นายอานนท์ให้สัมภาษณ์ขอขอบคุณศาลอาญาที่พิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว โดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ ส่วนเงื่อนไขมีข้อเดียวคือ อย่าไปทำอย่างที่เขากล่าวหา ตนกล่าวมาตลอดว่า ชุมนุมด้วยความสงบมาตลอด ไม่มีการยุยงปลุกปั่น จุดยืนคือไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ ไม่เอารัฐประหาร ขอขอบคุณพี่น้องทุกคนที่มานอนรอที่หน้า สน.ห้วยขวาง ส.ส.จากพรรคก้าวไกล หรือพรรคอนาคตใหม่เดิม และพรรคเพื่อไทย และ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ที่แสดงความจำนงมาว่าจะยื่นขอประกันตัวผู้ต้องหาอื่นอีก พร้อมต่อสู้ทั้งในสภาและนอกสภา
    "จากนี้จะไปร่วมชุมนุมเฉพาะกิจกรรมที่ชอบโดยรัฐธรรมนูญเท่านั้น เวทีที่พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การยุบสภาก็ดี พวกตนยินดีไปทุกเวทีทั่วประเทศ สิ่งที่เรียกร้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ทางรัฐบาลควรรับฟังและยุติการคุกคามพวกเราทุกรูปแบบ น้องๆ เยาวชนที่ออกมาต่อสู้เป็นหน้าที่ของพวกเรา น้า ป้า ที่มาเป็นแนวร่วมในการต่อสู้ ต่อไปนี้ทุกคนจะเป็นกองหน้าร่วมกัน ถ้าจะรับฟังเสียงพวกเรา อย่าตั้งข้อหาพวกเรา เคารพในความเห็นต่าง" นายอานนท์กล่าว.

 

 

 


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน