‘บอย บ้านครัว’คอตก! ส่งเรือนจำสังเวยบ่อน


เพิ่มเพื่อน    

 

เรียบร้อย "บอย บ้านครัว" คอตกเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ สารภาพแค่เข้าไปทำมาหากินในบ่อน และยิงป้องกันตัว
     ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เดินทางมาติดตามการสอบปากคำนายพิพิธ ศรีสุวรรณ์ อายุ 61 ปี หรือ “บอย บ้านครัว” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา หลังนายพิพิธเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้วถูกสอบปากคำตั้งแต่คืนวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา
    พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า ภายหลังนายพิพิธได้มอบตัวกับตำรวจพร้อมรับสารภาพว่าได้ยิงปืนใส่นายถาวรจริง โดยนายพิพิธ อ้างว่าตนเข้าไปเล่นการพนันในบ่อนดังกล่าว แล้วพบเหตุการณ์ที่นายถาวรยิงปืนใส่ พ.ต.ต.วัทธเศรษฐ์ หรือสารวัตรแม็ก จึงใช้อาวุธปืนของตัวเองยิงตอบโต้จนนายถาวรเสียชีวิต
    ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบว่านายพิพิธเข้าไปเล่นพนันด้วยจริง ก็จะแจ้งข้อหาร่วมกันเล่นการพนันเพิ่มเติม ส่วนข้อสงสัยที่ว่าใครสามารถนำอาวุธปืนเข้าไปได้อย่างไร และปืนของกลางที่นำมามอบถูกใช้ในการก่อเหตุหรือไม่ รวมถึงระยะการยิง และใครเป็นผู้ยิงปืนคนแรก ยังอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่ และเป็นรายละเอียดในสำนวน ในเช้านี้ตนจึงมาสอบปากคำเพิ่มเติม
    ด้านนายพิพิธยืนยันว่าตนเพียงเข้าไปทำมาหากินในบ่อน ไม่ได้มีหน้าที่อะไร และไม่ได้เป็นเจ้าของบ่อน เพราะไม่มีฐานะ โดยวันเกิดเหตุตนเข้าไปเล่นพนันแล้วเห็นเหตุการณ์ที่นายถาวรยิงปืนอย่างเสียสติ แล้วทำท่าจะยิงตัวเอง ตนเลยบอกให้วางปืนลง แต่เจ้าตัวไม่ยอมทำตาม ก่อนจะหันหน้ามองตนแล้วหนีไปยังห้องน้ำ
    เมื่อถามว่า ไม่ใช่ศาล แต่ตัดสินใจยิงนายถาวรทำไม นายพิพิธ ตอบว่า ตนเกรงว่าผู้อื่นจะได้รับอันตราย จึงใช้ปืนของน้องชายที่พกติดตัวมายิงใส่นายถาวร ทั้งนี้ ฝากขอโทษครอบครัวผู้ตายสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
    จากนั้นเวลา 09.00 น. พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล รองผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (รอง ผบก.อคฝ.) รักษาราชการแทน ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ พร้อม พ.ต.ท.ประจำ หนุนนาค รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ทุ่งมหาเมฆ คุมตัวนายพิพิธไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังบ่อนพนันที่เกิดเหตุ
    โดยจุดแรก นายพิพิธอ้างว่าหลังเข้าไปในบ่อนแล้วได้ยินเสียงปืน จึงวิ่งออกมาหยิบปืนใต้เบาะรถจักรยานยนต์ที่จอดในลานจอดรถเจซี 3665 เซาน่า ก่อนเดินทะลุซอยทางเชื่อมด้านหลังบ่อน แล้วกลับเข้าบ่อนตรงประตูข้างตึก, จุดที่สอง ภายในอาคารชั้น 1 พบนายถาวรกำลังยิงปืนสะเปะสะปะ จึงยิงปืนตอบโต้กัน ซึ่งตำรวจห้ามไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปสังเกตการณ์, จุดที่สาม นายพิพิธเดินออกมาจากทางเดิมที่เข้าแล้วเหน็บปืนใส่กางเกงก่อนจะหลบหนีไป
    ภายหลังการทำแผนเสร็จสิ้น ตำรวจคุมตัวนายบอยกลับไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ก่อนนำตัวส่งศาลอาญากรุงเทพใต้ดำเนินการฝากขังต่อไป
    มีรายงานว่าจากการตรวจสอบพบว่าเป็นอาวุธปืนชนิดเดียวกันกับที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นอาวุธปืนกระบอกเดียวกันหรือไม่ รวมถึงต้องตรวจสอบว่าอาวุธปืนมีเลขทะเบียนถูกต้องหรือไม่ นอกจากนี้จะต้องการสืบสวนเพิ่มเติม เพราะพบว่ามีกระสุนมากกว่า 1 ชิ้นตกอยู่ในจุดเกิดเหตุ ก็คาดว่าจะมีผู้ร่วมก่อเหตุรายอื่นเพื่มเติม ซึ่งในคดีการยิงคาดว่าจะมีผู้อื่นร่วมก่อเหตุ แต่ต้องสืบสวนหาหลักฐานเพิ่มเติมอีกครั้ง
    ขณะที่ในส่วนของรายละเอียดการก่อเหตุของนายพิพิธ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุเพียงว่า จากการสอบสวน นายพิพิธอ้างว่าก่อเหตุเพียงคนเดียว แต่ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลว่าทำหน้าที่อะไรในบ่อน เพราะยังอยู่ระหว่างการสอบสวน หลังจากนี้จะมีการแถลงรายละเอียดต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง เมื่อเสร็จสิ้นการคุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
    อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าในที่เกิดเหตุได้มีการยิงเกิดขึ้น 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นการยิงกันระหว่างนายถาวรกับ พ.ต.ต.ทธเศรษฐ์ สำเนียงประเสริฐ สารวัตร สอบสวน สน.แสมดำ ระหว่างนั้นนายบอยได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุพอดี และได้ใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิง เพื่อหยุดเหตุการณ์ โดยในวันที่ 8 สิงหาคม จะมีการควบคุมตัวไปทำแผนที่บ่อนถนนพระราม 3 ซอย 66 ในเวลา 08.30 น.
    ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง ซ.63 พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆคุมตัวนายพิพิธขอฝากขัง โดยคำร้องฝากขังระบุว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2563 ได้มีการลักลอบเล่นการพนันกันที่เกิดเหตุ ต่อมาเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 3 ส.ค.2563 มีเหตุนายถาวร สีสด ใช้อาวุธปืนพกสั้นที่ติดตัวมายิง พ.ต.ท.วัทธเศษฐ์ สำเนียงประเสริฐ, น.ส.พีรญา นุ่มละมูล และนางเมา สะไรเปา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จากนั้นนายถาวรได้หลบเข้าไปในบริเวณห้องน้ำ กระทั่งเวลา 22.40 น. นายถาวรถูกผู้ต้องหาใช้ปืนพกสั้นที่ติดตัวมายิงถึงแก่ความตายก่อนหลบหนีไป
    กระทั่งพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับที่ จ.442/2563 ลงวันที่ 6 ส.ค.2563 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นฯ ต่อมาผู้ต้องหาเข้ามอบตัวตามหมายจับดังกล่าวต่อเจ้าหน้าที่    
    ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เหตุเกิดที่แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 371 พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิวรรค 1, 72 วรรค 1, 72 ทวิ วรรคสอง
         ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนต้องสอบพยานอีก 7 ปาก รอผลตรวจอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลาง ตรวจสอบใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ตรวจสอบใบอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนติดตัว ผลตรวจพิมพ์มือผู้ต้องหา จึงขอฝากขังผู้ต้องหาต่อศาลครั้งที่ 1 กำหนด 12 วันนับตั้งแต่วันที่ 8 -19 ส.ค.นี้
         ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ และเกรงว่าหากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปค้นหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและก่อเหตุอันตรายประการอื่น อีกทั้งคดีนี้มีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ศาลสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ไม่มีญาติมายื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวบอย บ้านครัว แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงคุมตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
         ช่วงสายวันเดียวกันนี้ พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆได้ยื่นคำร้องฝากขังนายธนบูลย์ หรือต้น สารลึก อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/7 ซอยเทียนทะเล 7 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาความผิดฐานร่วมกันเพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษหรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งเป็นพยานหลักฐานในการกระทำความผิด
         ศาลสอบผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ต่อมาญาติของนายธนบูลย์ยื่นหลักทรัพย์ 200,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาคำร้องพร้อมหลักทรัพย์แล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยตีหลักทรัพย์ 200,000 บาท.

 


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน