‘เมย์ มาริษา’เกาะขอบเตียงโรงพยาบาลเฝ้าลูกชาย


เพิ่มเพื่อน    

 

          แต่งงานมีครอบครัวที่สมบูรณ์จนใครๆ ต่างอิจฉา สำหรับอดีตนักแสดง เมย์-มาริษา ฮอร์น โหลทอง สาวผู้ได้ครอบครองหัวใจของ ป๊อก-วิลักษณ์ โหลทอง ประธาน บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด  หลังทั้งคู่คบหาดูใจแบบมาราธอนมายาวนานกว่า 14 ปี พร้อมมีทายาท 2 คน เป็นลูกชายชื่อน้องมาวิน และลูกสาวชื่อน้องมารีลิน

            ซึ่งก่อนหน้านี้น้องมาวิน ซึ่งมีอาการหายใจแรงตั้งแต่เด็กๆ มีการนอนกรนเสียงดัง คุณแม่เมย์จึงพาไปพบแพทย์ และพบว่าลูกชาย ป่วยเป็นต่อมอะดีนอยด์โต และเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้สมองขาดออกซิเจน ซึ่งก็ได้มีการรักษามาอย่างเนื่องจนอาการดีขึ้น แต่ล่าสุดคุณแม่เมย์ได้ตัดสินใจพาน้องมาวินเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดต่อมอะดินอยด์โต  เพราะเริ่มกลับมามีอาการอีกรอบ

          โดยทางเจ้าตัวได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความผ่านอินสาแกรมว่า “อัพเดทอาการต่อมอะดินอยด์โต ของพี่มาวินนะคะ  นานแล้วเนอะที่ไม่ได้เขียนถึงเรื่องนี้ ก็เพราะหลังจากที่ทำ Sleep test เมื่อปีที่แล้ว นัดพบคุณหมอ อ่านผลเป็น positive มีความเห็นให้ผ่าตัดค่ะ เพราะมาวินมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้สมองขาดออกซิเจนไปเลี้ยง ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและคุณภาพชีวิต ระหว่างวันก็อ้าปากหายใจตลอดเวลาจนติดเป็นนิสัย หลายคนทักว่าน้องเป็นหวัดเหรอทำไมหายใจแรง ทั้งที่จริงๆ ไม่ได้เป็น แต่เพราะต่อมอะดินอยด์ที่โตจนปิดกลั้นทางเดินหายใจ ทำให้เขาหายใจลำบากกว่าเด็กทั่วไปค่ะ มาวินใช้ปากหายใจเป็นปกติของเขาไปแล้ว  จากการศึกษาเราจะไม่ผ่าก็ได้ แต่ต้องอดทนรอให้เขาโตขึ้นจนต่อมนี้ลดบทบาทลงไปเอง

 

          ในตอนนั้น เราตั้งใจแน่วแน่ว่าลูกต้องดีขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด เราพยายามรักษาลูกทุกทางค่ะ พบคุณหมอภูมิแพ้ ทานยาฆ่าเชื้อ งดนมวัว ซึ่งก็ดีขึ้นเห็นได้ชัด จนเมื่อ ช่วงหลังมานี้ มาวินป่วยบ่อยขึ้น ทั้งที่ตั้งแต่เล็กมา เจ็บป่วยนับครั้งได้ แต่ตอนนี้ทุกครั้งที่ป่วย ลูกจะหายใจลำบากมาก นอนกรนดัง คือเป็นหนักกว่าปกติค่ะ หายใจแบบหน้าอกยุบ ที่แย่คือ หยุดหายใจบ่อยครั้งขณะหลับ สังเกตได้จากเสียงที่เงียบไปตอนนอนกรนและเฮือกขึ้นมาเหมือนคนดำน้ำแล้วโผล่ขึ้นมาหายใจค่ะ ทำให้สมองขาดออกซิเจนเป็นระยะ สะดุ้งตื่นบ้าง หลับต่อบ้าง growth hormone ที่ควรจะได้ทำงานเต็มที่ก็ไม่ดีพอ

          ที่ผ่านมาเรารักษาแบบเยียวยาค่ะ เรารู้ว่าการรักษาแบบนี้จะไม่หายขาดในทันที แต่ตอนนั้นขอแค่ให้ดีขึ้น คือเราประวิงเวลาให้เขาผ่านพ้นช่วงวัยที่ต่อมนี้ทำงานอย่างจริงจังไปก็เท่านั้นเอง  จนมาวันนี้ ด้วยอาการของลูกที่เขาทรมานกาย ยิ่งทรมานหัวใจแม่ เราตัดสินใจแล้วว่า เราไม่อยากเห็นลูกใช้ชีวิตลำบากจากการหายใจที่ผิดปกติแบบนี้ เราเลือกทางรักษาโดยการผ่าตัดค่ะ

          สงสารลูกนะ แต่เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเขา เราต้องทำ และหวังว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่อลูก

          พรุ่งนี้เช้ามาวินจะได้รับการผ่าตัดต่อมอะดินอยด์แล้วค่ะ หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่น และลูกจะได้กลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนเด็กทั่วไปซะที ขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้น้องและครอบครัวของเรามาโดยตลอดนะคะ พรุ่งนี้จะมาอัพเดทให้ฟังหลังน้องผ่าตัดค่ะ”

          และในวันที่เมย์ มาริษา และน้องมาวิน ลูกชาย ได้เดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการผ่าตัดคุณแม่เมย์ก็ได้โพสต์อินสาแกรมอีกครั้ง โดยมีข้อความว่า “ พาพี่ #batman มาผ่าตัดค่ะ  เลือกชุดเอง พร้อบก็จัดเอง #เอาที่ลูกสะดวก

 

          ก่อนออกบ้านร่ำลาน้องสาวและคุณยาย พี่เขาบอกน้องว่า พี่จะไปผ่าตัดอะดินอยด์แล้วนะ เจอกันพรุ่งนี้นะคะคนสวย  3 วันที่ผ่านมาเราอธิบาย พร้อมภาพและวีดีโอประกอบเรื่องการผ่าตัดต่อมอะดินอยด์ จนมั่นใจว่า มาวินเข้าใจ (พอประมาณตามวัย) ว่าตัวเขากำลังจะเจออะไร ไปโรงพยาบาลครั้งนี้เพราะอะไร ขั้นตอนผ่าตัดจะเป็นยังไง ตื่นมาแล้วจะมีอาการยังไง และเราจะปฏิบัติตัวแบบไหน.. คือใส่ข้อมูลไว้หมดแล้วค่ะ เพื่อวันนี้ ลูกผ่าตัดเสร็จแล้วฟื้นมา รู้สึกเจ็บ ลูกจะได้เข้าใจว่าเป็นเพราะอะไร

          สุดท้ายเด็กชอบและรอคอยสุดก็ขั้นตอน ปฏิบัติตัวหลังผ่า คือ คุณหมอให้ทานไอศกรีมเยอะๆ นั่นล่ะค่ะ ขึ้นรถจนถึงโรงพยาบาล ทุกอย่างไปได้ดี จนเมื่อกดลิฟท์ขึ้นมาถึงชั้นห้องพัก .. พี่ก็จับมือแม่หยุดเดินแล้วกล่าวหม่ามี๊ มาวินไม่อยากผ่าตัดแล้วอ่ะ!”  พี่ครับพี่ อย่าทำแม่นอยด์ แม่ขอ #แม่มั่นมาก

          เราเดินหน้าแล้วอย่าหันหลังกลับซิลูก พอเจอพี่พยาบาลสาว พาเดินมาส่งที่ห้อง และตรวจวัดค่าต่างๆ ตามประเพณี คำพูดสะกดใจแม่เมื่อสักครู่ก็หายสนิทสิคะ กลับมาพร้อมเหมือนเดิม แจกันเช้านี้ค่ะ  ขอบคุณทุกคอมเมนท์และกำลังใจที่ส่งให้นะคะ”

          และล่าสุดน้องมาวินได้รับการผ่าตัดเสร็จสิ้นแล้ว คุณแม่เมย์ก็ได้มาอัพเดทถึงอาการของน้องอีกครั้ง “อัพเดทอาการเด็กผ่าตัดต่อมอะดินอยด์วันนี้ ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีค่ะ #ผ่าอะดินอยด์ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด คิวผ่า 8 โมงเช้า คุณแม่เข้าไปพร้อมลูก อยู่ข้างๆ จนลูกวางยาสลบหลับไปค่ะ

 

          ลูกกังวลนิดหน่อย แต่ไม่กลัว ไม่ร้องไห้ ไม่โวยวาย เพราะใส่ข้อมูลเรื่องนี้ไว้เยอะ  พี่ขอถือ #batman เข้าห้องผ่าตัดด้วยค่ะ #กำลังใจเล็กๆของเด็ก  #มาวินเก่งมาก  ให้ความร่วมมือดีทุกอย่าง #คงเพราะแม่คอยบิ้วด้วย #แม่ต้องมั่น #แม้จะกลัวก็ตาม

          คุณหมอและพี่พยาบาลกล่าว เก่งจังเลยครับ #เด็กอะไรผ่าตัดไม่ร้องไห้ ใช้เวลาในการผ่า ประมาณ 20 นาทีค่ะ หลังผ่าตัด เด็กสะลึมสะลือฟื้นตื่นมาบอกพยาบาล จะหาหม่ามี๊คนเดียวเท่านั้น ทางเราจึงได้กลับลงไปเฝ้าคุณเขาจนครบ 2 ชั่วโมงหลังผ่า เมื่อไม่มีอาการอะไรน่าเป็นห่วงก็กลับขึ้นห้องพักได้ค่ะ

 

          ตลอดทั้งวันมีอาการ #ติดแม่มากกว่าปกติค่ะ  และบ่นเจ็บคอ #ก็จะง้องแง๊งกับแม่แต่เพียงผู้เดียว จนถึงช่วงเย็น พี่เขากลับมาคึก รับแขก เล่นของเล่นได้เฉย #อ้าวพี่ฮะ #เมื่อตอนเช้าไม่ใช่แบบนี้นี่ สรุปคือ หลังการผ่าตัดจนถึงตอนนี้ พี่มาวินฟื้นตัวได้เร็ว กลับมาสดใสเริงร่าได้แล้วค่ะ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้นะคะ ขอขอบคุณจากใจจริงๆ ค่ะ

 

ขอบคุณภาพจากอินสาแกรม @mari_horn

 


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'