ฉาวซ้ำ!ผู้ทรงเกียรติเบ่ง สั่งห้ามตัดงบซื้อเรือยาง


เพิ่มเพื่อน    

 จากอนุ กมธ.งบฯ ตบทรัพย์ ถึงคิวงบกรมเจ้าท่า ส.ส.เพื่อไทยขวาง ไม่ให้ตัดงบซื้อเรือยาง โทร.ล็อบบี้แกนนำพรรครัฐบาลช่วยเปิดทางให้ ข่าวฉาวไถเงิน-ของบอธิบดี 5 ล้านบาท จับตาที่ประชุมชุดใหญ่ ปธ.อนุฯ ชงตั้งกรรมการสอบ หาไอ้โม่งทำเสื่อมเสีย

     หลังจากที่มีข่าวมีบุคคลซึ่งอยู่ในคณะอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ 2 ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่มี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน มีการเรียกรับผลประโยชน์ ในการพิจารณาผ่านงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จนทำให้นายศักดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมน้ำบาดาล ถึงกับระเบิดกลางที่ประชุมว่ามีอนุกรรมาธิการฯ บางคนโทรศัพท์เรียกเงิน 5 ล้านบาท แลกกับการผ่านงบประมาณให้
    ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม มีรายงานข่าวจากรัฐสภาแจ้งว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ขณะที่มีการประชุมพิจารณางบประมาณ 2564 ของอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ICT รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน มีนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานอนุกรรมาธิการฯ
    ในที่ประชุมได้มีคณะของกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ที่นำโดยนายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า เข้าชี้แจง และได้เสนอของบในภาพรวมกว่า 300 ล้านบาท ในวงเงินส่วนนี้มีการของบเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือยางติดเครื่องยนต์ ที่นำไปปฏิบัติงาน 7 ล้านบาทต่อลำ งบสำหรับการซ่อมบำรุงประมาณ 36 ล้านบาท ทำให้อนุกรรมาธิการฯ หลายคนเกิดความสงสัย ตั้งประเด็นคำถามทั้งเรื่องคุณภาพ ราคา เพราะเมื่อไปดูราคาเรือยางตามท้องตลาด มีราคาประมาณ 1 ล้านบาทเท่านั้น และได้มีการซักถามอย่างกว้างขวาง
    แหล่งข่าวให้ข้อมูลว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความไม่พอใจให้กับ ส.ส.พรรคเพื่อไทยคนหนึ่ง ที่ไม่ได้เป็นอนุกรรมาธิการฯ แต่กลับมาเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย และกล่าวอย่างดุเดือดตั้งประเด็นกล่าวหาอนุกรรมาธิการฯ ถึงความไม่โปร่งใส ไม่อยากให้มีการตัดงบประมาณในส่วนนี้ออกไป ขณะเดียวกันยังได้ต่อสายไปถึงแกนนำพรรคพลังประชารัฐบางคนมาช่วยพูดคุยเพื่อขอให้ปล่อยผ่าน พร้อมกับกล่าวอ้างถึงรัฐมนตรีบางคนที่มีสายสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ที่เข้ามากำกับดูแลในเรื่องดังกล่าว  
    รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากนั้นนายสุพลต้องชี้แจงกลับมาตอนหนึ่งว่า ห้องนี้ไม่มีส่วนได้เสีย การพิจารณาอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของบ้านเมือง เราพูดด้วยเหตุผล ไม่มีกรรมาธิการท่านใดสนับสนุนทำให้บ้านเมืองเสียหาย เรามารักษาประโยชน์บ้านเมือง เรียนตรงๆ ว่าไม่เข้าใจท่าน  
    มีรายงานอีกว่า การขอเสนองบประมาณของกรมเจ้าท่า ที่มีการจัดซื้ออุปกรณ์เรือ งบซ่อมบำรุงในวงเงินที่สูง สร้างความประหลาดใจให้กับคณะอนุกรรมาธิการฯ อย่างมาก ไม่ใช่เพียงแค่ เรือยางที่เสนอราคาสูงถึง 7 ล้านบาท ยังมีการเสนอซื้อเจ็ตสกีที่มีการตั้งวงเงินไว้ค่อนข้างสูง และในช่วงที่มีการโต้เถียงอย่างดุเดือดนั้น ทำให้เจ้าหน้าที่และข้าราชการของหน่วยงานต่างๆ ภายในห้องประชุมถึงกับตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติตัดงบประมาณในภาพรวมออกไปประมาณ 6 ล้านบาท
    ขณะที่ความคืบหน้าเรื่องอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลถูกอนุกรรมาธิการงบประมาณฯ เรียกรับเงินเพื่อแลกกับการที่อนุกรรมาธิการฯ จะให้ผ่านงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำ
    นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะรัฐมนตรีต้นสังกัด ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า ยังไม่สามารถติดต่อกับอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ กรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ในสถานที่ ได้ยินข่าวและข้อมูลที่ไม่ตรงกันอยู่บ้าง จึงไม่อยากให้ความเห็นในช่วงที่ข้อมูลยังไม่ตรงกัน อย่างไรก็ตาม การเข้าไปชี้แจงงบประมาณหรือพูดคุยซักถาม บางครั้งต้องมีการปรับลดงบประมาณนั้น อาจจะต้องมีการกระทบกระทั่งระหว่างกรรมาธิการกับข้าราชการ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ละปีจะมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าในวันที่ 10 ส.ค. คงจะมีการพูดคุยกันในประเด็นดังกล่าวกับอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เชื่อว่าท้ายที่สุดจะสามารถพูดคุยกันและลุล่วงไปด้วยดี
    “เป้าหมายของกรรมาธิการคงดูความคุ้มค่าของงบประมาณ สิ่งไหนที่ทางกรรมาธิการดูแลและไม่เป็นไปตามที่คิด ก็อาจจะขอปรับลดบ้าง ทางฝ่ายราชการก็อาจจะมีความเห็นต่างกันไป พูดกันไปพูดกันมา หนึ่งบวกหนึ่งอาจจะไม่ใช่สองเสมอไป แต่เชื่อว่าทุกคนมีความตั้งใจดี เพื่อที่จะให้งบประมาณออกมาเป็นผลงาน และเพื่อประชาชน” นายวราวุธกล่าว
    นายวราวุธกล่าวว่า ท้ายที่สุดต้องมาดูว่างบประมาณแต่ละกรมแต่ละกระทรวงที่ได้นั้นได้มาประมาณเท่าใด หรือผลักดันออกมาเป็นผลงานได้เท่าใด ตนคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด เงินงบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน แต่ละบาทแต่ละสตางค์สามารถผลักดันให้ออกมาเป็นผลงานให้ประชาชนกับมากน้อยแค่ไหน บางครั้งถ้าโดนตัดอาจจะไม่ถูกตัดตามที่เป็นข่าว เพราะว่ามีเหตุบางเหตุที่ต้องขอความร่วมมือจากทุกๆ หน่วยงาน เพื่อตัดแบ่งงบประมาณออกไปบ้าง 3%, 5%, 10% ยกตัวอย่างช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่มีการตัดลดงบประมาณในทุกหน่วยงาน ซึ่งมันจะมีเหตุการณ์ลักษณะนี้ทุกปี อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องฟังข้อมูลให้ละเอียดก่อน ฟังฝ่ายเดียวคงไม่ได้
    นายวราวุธกล่าวถึงเรื่องการขุดบ่อบาดาลว่า นาทีนี้เรื่องน้ำเป็นเรื่องที่สำคัญ ไม่ยอมให้ใครมาบีบ เพราะเกษตรกรได้ประโยชน์ ใครจะทำอย่างไรเรื่องของคุณ แต่ตนต้องการบ่อบาดาลที่อยู่ตรงนี้ และต้องการให้งานออกมาดี ประชาชนได้ประโยชน์ แต่ถ้าออกมาแล้วมาฟันกัน 20% 30% แล้วงานราชการออกมาเสียหาย อันนี้รับไม่ได้ ในขณะที่ยังเป็นรัฐมนตรีจะไม่ยอมให้ใครมาทำให้เงินงบประมาณของกระทรวงทรัพย์ฯ ไปใช้ในทางที่ไม่เกิดประโยชน์ จะไม่ยอม เรื่องที่เกิดขึ้นต้องมีการพูดคุยกับทางอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและทางกรรมาธิการฯ ต้องรอฟังความให้ครบทุกฝ่ายก่อนจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด    
    ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ในฐานะที่เป็นประธานคณะอนุ กมธ.ดังกล่าว ไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะได้เสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ชุดใหญ่ ให้ตั้งกรรมการสอบ เพื่อให้เรื่องนี้เกิดความกระจ่างและโปร่งใสต่อไป เพราะรัฐธรรมนูญมีการกำหนดไว้อย่างชัดเจนในเรื่องการห้ามมิให้ ส.ส.กระทำการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ห้ามมิให้กระทำการไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม มีส่วนร่วมในการใช้งบประมาณหรือจัดทำโครงการ ฝ่าฝืนมีความผิดตามรัฐธรรมนูญ
     ส่วนนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ย้ำว่ากรณีดังกล่าวหากเป็นเรื่องจริง ถือว่าเป็นมะเร็งร้ายในระบอบประชาธิปไตยของชาติ จึงจะไปแจ้งต่อ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบ โดยเรียกอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลมาให้ข้อมูล และไต่สวนอนุกรรมาธิการฯ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง โดยจะไปยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. จันทร์ที่ 10 ส.ค.นี้
    ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า วันที่ 10 ส.ค. จะไปยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการ 2 เรื่องคือ 1.ขอให้เปิดเผยรายชื่อ ส.ส. 113 คนที่ค้างหนี้ บมจ.นกแอร์ 2.ขอให้ตรวจสอบเรื่องที่อธิบดีออกมาโวยว่าถูกอนุ กมธ.ตบทรัพย์ 5 ล้าน แลกการปล่อยผ่านงบประมาณ โดย เรื่องนี้ไม่เห็นด้วยที่จะให้กรรมาธิการสอบกันเอง เพราะอาจผลัดกันเกาหลัง โดยตนเองก็ถูกร้องขอไม่ให้เข้าไปยุ่ง ทั้งที่เป็นคนหนึ่งที่บังเอิญไปพบเหตุการณ์นี้ด้วย โดยทราบว่าเรื่องนี้มีการเคลียร์กันแล้ว ดังนั้นการจะสอบกันเองจึงไม่น่าจะได้ความจริง.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.