ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'


เพิ่มเพื่อน    

      ๑๔ ตุลา ๑๖

                ๖ ตุลา ๑๙

                พฤษภาทมิฬ ๓๕

            ผมเห็นมาทุกม็อบ เข้าไปอยู่ในม็อบก็มี

            สำหรับ ๑๔ ตุลา และ ๖ ตุลานั้น สัมผัสได้ถึงความเป็น "ชนชั้นปัญญาชน" สมคำที่ตะโกน

            "กู....นิสิต-นักศึกษา"!

            เพราะอุดมคติ-หลักการ ที่นำสู่การเคลื่อนไหว สะท้อนปัญหาสังคมชาติขณะนั้นจริงๆ เช่น เรื่องคอร์รัปชันในจุฬาฯ เรื่องเผด็จการ เรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องสินค้าญี่ปุ่นที่ครอบงำเศรษฐกิจไทย

            ดูโปสเตอร์นิสิต-นักศึกษายุคนั้น เปรียบเทียบข้อความโปสเตอร์ของนิสิต-นักศึกษาวันนี้ ดูก็ได้

            จะเห็นชัดในความเป็น........

            "ปัญญาชนเพื่อชาติ" กับ "ทุรชนต่ำชั้นถ่วงชาติ"!

            เช่น ปี ๒๕๑๕ นิสิตจุฬาฯ ชูโปสเตอร์ ในการรณรงค์ต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น กระตุ้นให้คนไทยใช้ของไทย มีข้อความว่า

            "บ้านเมืองจะเรืองรุ่ง เพราะไทยมุ่งใช้ของไทย"

            โปสเตอร์ "สัปดาห์ไม่ซื้อสินค้าญี่ปุ่น" ที่แจกจ่าย เป็นรูปการ์ตูน ญี่ปุ่นขี่คอเด็กไทยหัวจุก เป็นต้น

            แล้วมาดูโปสเตอร์นิสิต-นักศึกษา พ.ศ.๒๕๖๓ ดูบ้าง ก็อย่างที่เห็น หยาบโลน-หยาบช้า ส่อทัศนคติผิดวิสัยคนวัยศึกษา จนไม่สามารถยกมาให้ดูได้!

            ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า......

            มหา'ลัยยุคนี้ สอนเด็กให้โตเป็นปัญญาชน หรือให้เป็นเสนียดชน สังคมทัศน์จึงวนเวียนอยู่ใต้เปลือกตม ประหนึ่งเครื่องมือพวกอาจารย์ "รับงาน-รับทุน" บ่อนไส้บ้านเมือง?

            ปี ๕๒-๕๓ "เสื้อแดง" ม็อบเผาบ้าน-เผาเมือง ใช้คำว่า "ไพร่-อำมาตย์" ปลุกระดม และกำหนดตัวเองเป็น "พวกไพร่"

            มาปี ๖๓ นี้ "แดงอมส้ม" ม็อบล้มสถาบัน ใช้คำว่า "ปลดแอก-ทาส" ปลุกระดม โดยพวกเขาเป็นวัว-ควายที่กำลังแบกแอก

            มันก็ถูกนะ......

            ที่ม็อบมุ้งมิ้ง เรียกตัวเองว่า "เยาวชนปลดแอก"

            หากแต่แอกที่ว่านั้น ไม่ใช่รัฐบาลหรือชนชั้นปกครองที่ไหนหรอก

            แอกคือพวก "ไอ้สัส" ในพรรค ในสภา ในมหา'ลัย ในสื่อ ในซ่อง กระทั่งในวัด นั่งชักใยอยู่บนบ่านิสิต-นักศึกษามุ้งมิ้ง

            นี่แหละ "แอก" ที่แบกกันอยู่ แต่เขาและขวดไวน์คงบัง จึงมองไม่เห็นกันเอง

            เอาแต่เบิ่ง เห็นรัฐบาลที่เลือกตั้งกันมาปีที่แล้วเป็นแอกซะงั้น เหตุเพราะฝ่ายเทียมแอกมันอดได้เป็นรัฐบาล อะไรที่ทำให้มันไม่สมหวัง มันเหมาเป็นเผด็จการหมด

            ก็เลยเกิดแคมเปญ "ม็อบไล่ขวิด"!

            ม็อบก็เลียนแบบพวกไพร่ แต่ไม่ทันไร...ยกระดับ จากเยาวชนปลดแอก เป็นประชาชนปลดแอก

            ประชาชนที่ไหนมีแอกเหมือนพวกมุ้งมิ้งล่ะ อ้างไปเรื่อยเปื่อย จะปลดแอกบ้างละ สู้เพื่อให้พ้นความเป็นทาสบ้างละ

            สลัดหัว-สลัดเขาตัวเอง ให้พ้นไอ้สัสทอน ไอ้สัสบูด และไอ้สัสซีไอเอ ในคราบเอ็นจีโอ

            แค่นั้น ก็ "พ้นทาส-พ้นแอก" ที่แบกกันอยู่แล้ว!

            โง่แล้วยังอิงคราบนิสิต-นักศึกษา โชว์ความต่ำทรามทางกระทำและคิด มันไม่ได้เป็นวีรอาจหาญอย่างรุ่นพี่ยุค ๑๔ ตุลา - ๖ ตุลาเขาเป็นหรอก!

            ก็ดูแต่ละโปสเตอร์ที่ชูประจานตัวเองซี โปสเตอร์เหมือนกัน แต่จิตวิญญาณที่หลั่งออกมา "๑๔  ตุลา" เขาจิตวิญญาณวีรชน

             แต่จิตวิญญาณมุ้งมิ้ง กึ่งจิตวิญญาณแพศยาชน ข้อความโปสเตอร์ ไม่ต่างข้อความที่สุภาพสตรีกลุ่มหนึ่ง ที่พัทยา ไปแย่งกันยืนชูต้อนรับทหารเรืออเมริกัน ที่มาขึ้นฝั่ง ยุคนั้น เช่น คำว่า

            "บังกาโล ปั่ม..ปั๊ม"!

            วานซืน (๘ ส.ค.) เห็นหัวโจกมุ้งมิ้งได้ประกันตัว ออกอาการกระดี่แถกดอน ดีใจไม่ต้องไปติวเข้มในเรือนจำ

            บอก ๑๖ สิงหาจะชุมนุมใหญ่ ชนิดไฟกะพริบ ก็อยากบอกซักนิดว่า

            คีย์เวิร์ดและเงื่อนไขที่พวกไอ้สัสออกแบบมาให้ตะโกนนั้น มันทั้งเชย ทั้งขัดแย้งความเป็นจริง

            ถ้าอยากจุดติด ชนิดไฟลุกพรึ่บ ไปให้พวกไอ้สัสสุมหัวออกแคมเปญมาใหม่ ไป๊!

            คำว่าปลดแอก คำว่าทาส แทนที่จะประจานรัฐบาล มันกลับประจานความจริงที่พวกม็อบมุ้งมิ้งนั่นแหละ แบกแอกไอ้สัสและพวกสำส่อนในสภาอยู่

            เห็นมั้ยล่ะ ถูกจับเข้าหน่อย พวกไหน-ใครล่ะ พล่าน..เผยความเป็นแนวร่วมที่ซุกหลัง และพล่านไปใช้ตำแหน่งประกันตัวกันให้ยุ่บ!

            ที่ว่า รัฐบาลคุกคามประชาชน ถ้าคุกคามจริงๆ พวกคุณไม่มีโอกาสได้ยกขากร่างอย่างที่ทำกันทุกวันนี้หรอก

            ที่ว่า รัฐบาลจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ถ้าเป็นอย่างที่ตวัดลิ้นถึงจมูก แล้วลูกหมา-ลูกแมวที่ไหนล่ะ จัดม็อบลงถนนได้ตามใจชอบทุกอาทิตย์

            ขนาดในศาล ยังตั้งวงชุมนุมปราศรัยท้าทาย ถ้าศาลท่านไม่ใช้รัฐศาสตร์ ได้เข้าคอกกันทั้งครอกนั่นแหละ

            ให้แก้รัฐธรรมนูญ.........

            รัฐบาล โดยนายกฯ ท่านก็บอกแล้ว ไม่ขัด ตามกระบวนการกำหนดให้ทำแบบไหน ก็แก้กันไปตามนั้นได้ตามใจชอบ โน พร็อบเบล็ม

            จะอย่างไร-แบบไหน รัฐบาลก็โอนอ่อน-ผ่อนตามพ่อเจ้าประคุณทูนหัวตลอด

            ก็ยังตีรวน ได้คืบจะเอาศอก ให้ยุบสภา..ให้รัฐบาลลาออก มันเลยประชาธิปไตยไปถึงขั้นประชาธิปตีน แต่นายกฯ ก็ยังยิ้มรับ

            บอก...ไม่เป็นไร

            เยาวชนคนมี จำปี-จำปา อยากมีส่วนร่วมออกแบบประเทศอย่างไหน จะเปิดเวทีให้ร่วมพูด-ร่วมแสดง ร่วมกัน "ออกแบบประเทศ"!

            ก็ไม่เอา......

            สรุปแล้ว เขาจ้างให้มาตีรวน-กวนตีน สร้างบรรยากาศขัดแย้ง สร้างเงื่อนไขนำไปสู่ความรุนแรง แล้วพวกไอ้สัสคอยจ้องเป็น "ดาบสอง" ขย้ำซ้ำ

            ล้มรัฐบาลประยุทธ์เท่านั้น คือ ประชาธิปไตย

            ผิดจากนี้ไป เป็นเผด็จการทั้งหมด!

            เอากะมันซี มันเป็นยุค คนชั่ว-คนผิด คนคิดคดต่อชาติบ้านเมือง จะฟุ้งเฟื่อง เป็นกระเบื้องลอยน้ำ อย่างที่เขาว่ากันอย่างนั้น ก็ให้มันรู้ไป

            จะได้ลี้ภัยไปอยู่อังกฤษใกล้ๆ ชิดๆ กับนายกหญิงกะเขาบ้าง!

            ดูๆ แล้วก็สมเพชเวทนารุ่นใหม่ที่บอกว่าเป็นอนาคตชาติ แทนที่จะคิดในทาง "ต่อยอดประเทศ" ให้เติบโต ด้วยการรักษาฐานรากสังคมชาติให้มั่นคง สู่ความยั่งยืนที่ยาวนาน

            มันกลับคิด "ตัดราก-ถอนโคน" ด้วยเข้าใจว่า....

            "ใบ" ในความเป็นกิ่งก้านที่สะพรึ่บ-สะพรั่ง ก็งอกงาม-งอกเงยได้ ด้วยตัวมันเอง ไม่จำเป็นต้องพึ่งรากแก้ว-รากฝอย ที่ยึดต้นกับดินแต่อย่างใด?       

            "ราก-ต้น" ซะอีก แย่งน้ำ แย่งอากาศ แย่งอาหาร จากกิ่งก้านและใบ ซึ่งคนรุ่นใหม่คราบนิสิต-นักศึกษา ใต้คอนโทรลแก๊งไอ้สัส ไม่เข้าใจ

            แยกแยะไม่ออก ในความเป็นราก-เป็นต้น-เป็นกิ่งก้าน-เป็นใบ ในทางสัมพันธ์

            เช่นเดียวกับแยกแยะความเป็นสถาบัน กับความเป็นตัวบุคคล ออกจากกันในความ "ร่วมอยู่-ร่วมเป็น" ในทางเกื้อไม่ได้-ไม่เป็น ฉันนั้น

            ชูหัว-ชูคอ พวกกู...คนรุ่นใหม่

            แต่โน่น....

            ถอยหลังไป ๒๓๐ ปี หมกมุ่นปฏิวัติฝรั่งเศส ที่วันนี้ คนฝรั่งเศสกำลังคิดจะฟื้นฟูระบบกษัตริย์กลับมาใหม่ เพราะประชาธิปไตยโด่ๆ ล้มเหลว

            ถอยหลังไป ๘๘ ปี ให้แก๊งไอ้สัสลากจูงไปสานต่องานล้มสถาบันกษัตริย์ที่คณะราษฎรเคยก่อการเมื่อปี ๒๔๗๕

            ซึ่งอาจารย์ปรีดี เคยเปิดใจให้สัมภาษณ์ก่อนเสียชีวิตที่ฝรั่งเศสว่า

            ".....เมื่อข้าพเจ้ามีอำนาจ ก็ไม่มีประสบการณ์ แต่เมื่อข้าพเจ้ามีประสบการณ์ ก็ไม่มีอำนาจ..."

            สรุป บทจบ ๒๔๗๕ คือ....

            "รู้งี้ ไม่ทำหรอก"!

            และนิสิต-นักศึกษารุ่นใหม่ ก็และเล็มเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา-๖ ตุลา-พฤษภาทมิฬ แบบงูๆ ปลาๆ ประเภท ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด

            แล้วจะมาปลดแอกประชาชน ในขณะที่ นิสิต-นักศึกษากลุ่มนี้ แอกเต็มหัว-เต็มบ่า ประจานตัวเองอยู่โต้งๆ!

            สังคมประเทศวันนี้ พ.ศ.๒๕๖๓ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้บริหาร สู่ยุค "บิ๊ก ดาตา" แล้ว

            สังคมมนุษย์ รวมทั้งไทยเราเองขณะนี้ ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนแล้ว

            decentralized น่ะ "รุ่นใหม่มุ้งมิ้ง" เข้าใจมั้ย?

            ถ้าไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไปถามจานแต่ละมหา'ลัยดู สะแอ๋งมาร้องหาเสรีภาพ ภราดรภาพ บ้าๆ บอๆ ในขณะที่พวกคุณยังแบกแอกแก๊งไอ้สัส ทำตามแก๊งไอ้สัส ไวน์ขวดเดียวก็เอา

            แบบนี้ มันยุค centralize "รวมเชือกสนตะพาย" เป็นรุ่นใหม่เมื่อ ๒-๓ ร้อยปีก่อนโน้น

            ถ้ารุ่นใหม่จริง ต้องเข้าใจ โลกไปถึงยุค decentralized แล้ว ทุกเรื่องโปร่งใส ไม่ต้องพึ่งตัวกลาง รู้ได้-รู้จริง คิด, ค้น, หา ได้ด้วยตัวเอง พินิจ-วินิจฉัย บนข้อมูลได้ด้วยสติปัญญาตัวเอง

            ไม่ต้องเป็นทาสพวกบัณฑิตเฒ่า พวกแก๊งไอ้สัส พวกฝรั่งปล้นชาติ อย่างที่พวกมุ้งมิ้งโง่แล้วหยิ่ง อย่างที่เป็นกันตอนนี้หรอก

            จบนะ..วันนี้!