'นิกร'จี้ออกกม. ตัดแต้มผิดจร.


เพิ่มเพื่อน    


     “นิกร” อดีต รมช.คมนาคม แนะไม่ต้องริบใบขับขี่ตลอดชีพ แต่ควรเปิดทดสอบสมรรถนะร่างกาย-อบรมความรู้ใหม่จะดีกว่า อีกทั้งเร่งบังคับใช้กฎหมายตัดแต้ม 
    นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม และอดีตรัฐมนตรีช่วยคมนาคม กำกับดูแลกรมการขนส่งทางบก กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ในฐานะที่เป็นผู้ออกกฎหมายยกเลิกการออกใบขับขี่แบบตลอดชีพเมื่อปี 2546 และเปลี่ยนมาเป็นใบขับขี่ที่เหลืออายุเพียง 5 ปี โดยให้มีการสอบเพื่อตรวจสอบสมรรถนะใหม่เป็นระยะๆ ต่อเนื่องไป เพื่อความปลอดภัยและความเป็นสากลนั้น ตนเห็นว่า กรณีที่กรมการขนส่งทางบกออกมายืนยันว่าจะไม่มีการเรียกผู้ถือใบขับขี่ประเภทตลอดชีพดั้งเดิมมาทดสอบสมรรถนะใหม่หรือระงับการใช้ใดๆ นั้น ถือเป็นเรื่องที่ชอบแล้ว การออกมาหารือต่อมาตรการเพื่อความปลอดภัยของผู้ถือขับขี่ตลอดชีพถือเป็นความปรารถนาดีของกรม แต่โดยส่วนตัวเห็นว่าต้องให้ผู้ถือใบอนุญาตขับรถตลอดชีพทรงสิทธินั้นต่อไป การจะเปลี่ยนแปลงใดๆ ต้องแก้กฎหมายกันใหม่อีกครั้งถึงจะบังคับใช้ได้ ส่วนการกระทำที่เกิดผลย้อนหลังของกฎหมายนั้นไม่ควรจะกระทำ ดังนั้น ถ้าจะให้ดีควรมีมาตรการส่งเสริมความปลอดภัยแบบสมัครใจ โดยการให้บริการอบรมชี้แจงกฎหมายจราจรใหม่ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนการบริการทดสอบสมรรถนะทางร่างกายให้ในกรณีที่มีการร้องขอจากผู้ถือใบอนุญาตนั้น โดยไม่คิดค่าบริการใดๆ และไม่ให้มีผลต่อสิทธิใดๆ ในใบอนุญาตนั้น โดยอาจใช้เงินค่าใช้จ่ายจากกองทุนเลขสวยที่ตนได้ริเริ่มจัดตั้งขึ้นมาช่วงเดียวกันเมื่อปี 2546 ที่ถึงวันนี้ยังมีเงินหลืออยู่มากพอที่สามารถนำมาใช้อุดหนุนได้
    นายนิกรกล่าวว่า ในอดีตวันที่ยกเลิกการออกใบอนุญาตขับรถตลอดชีพ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2546 ครั้งนั้นมีสถิติใบอนุญาตตลอดชีพ จำนวนกว่า 12 ล้านฉบับ แยกเป็นใบขับขี่รถยนต์ตลอดชีพกว่า 6 ล้านฉบับ ใบขี่รถจักรยานยนต์ตลอดชีพเกือบ 6 ล้านฉบับ และรถจักรยานสามล้อส่วนบุคคลตลอดชีพเกือบถึง 5 พันฉบับ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่มากพอสมควร ดังนั้นปัจจุบันจึงสมควรตรวจสอบกับกรมปกครองเพื่อหาสถิติว่าชื่อผู้ถือใบอนุญาตเหล่านี้ยังมีอยู่เท่าใด เพื่อเป็นข้อมูลและมาตรการด้านความปลอดภัยในภาพรวม
    "ที่ควรเร่งรัดขณะนี้คือการบังคับใช้กฎหมายตัดแต้มให้เร็วขึ้น เพราะกฎหมายดังกล่าวจะมีการตัดแต้มในการขับขี่ที่มีปัญหาจากการกระทำผิดกฎจราจร หรือโดยขาดสมรรถนะใดๆ เป็นการทั่วไปในทุกประเภทของใบขับขี่ ถ้าถูกตัดถึงเกณฑ์ที่กำหนด ใบขับขี่ก็จะถูกพักใช้ หรืออาจถูกเพิกถอนไปเองตามสภาวะของผู้ขับขี่ที่เกิดขึ้นจริงแต่ละคน ดังนั้น นี่คือมาตรการที่ควรเร่งรัด เพราะมีผลดีหลายด้าน ซึ่งเป็นไปตามข้อสังเกตเสนอแนะในรายงานความปลอดภัยทางถนนของคณะกรรมาธิการการคมนาคม ที่สภาได้เห็นชอบและส่งไปยังรัฐบาลแล้ว" นายนิกรระบุ.


ย่ำเท้าอยู่กับเรื่อง "ล่มชาติ-ล่มสถาบัน" มันช่างไร้สาระ "ถ่วงความเจริญบ้านเมืองเสียจริงๆ"

'กราบเดียว' จันทร์ส่องหล้า
กระจกสภา 'ชุมพล จุลใส'
อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'