สอบใหม่ความเร็ว-โคเคน ตำรวจแย้มเจอคนทำผิด


เพิ่มเพื่อน    

 "วิษณุ" เล็งปรับปรุง กม.ร้องขอความเป็นธรรม หลัง "บวรศักดิ์" พบพิรุธเตะถ่วงคดี "บอส" อื้อ "อัยการ" ตั้งคณะทำงานใหม่ สั่ง พงส.ฟื้นสำนวนสอบพยานหลักฐานใหม่ปมความเร็วรถ-เสพโคเคน  ขีดเส้นส่งภายใน 20 ส.ค.นี้ "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." แย้มเจอคนผิดทำสำนวนแล้ว รอชง "บิ๊กแป๊ะ" ดำเนินการ 11 ส.ค.

    เมื่อวันที่ 10 ส.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ  ประธานคณะทำงานตรวจสอบอัยการ ในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน ระบุพบการขอความเป็นธรรมเพื่ออำนวยความยุติธรรมในคดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง กลายเป็นเครื่องมือถ่วงคดี เห็นควรมีการแก้ไขกฎหมายว่า นายบวรศักดิ์เป็นประธานอนุกรรมการของนายวิชา ก็ต้องเสนอมายังคณะกรรมการชุดใหญ่ซึ่งมีนายเข็มชัย ชุติวงศ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรมรวมอยู่ด้วย เพื่อส่งต่อมายังรัฐบาล
    นายวิษณุกล่าวว่า รัฐบาลจะได้พิจารณาอย่างจริงจังหากใครเสนอมา เราก็ส่งคณะกรรมการปฏิรูปด้านกฎหมายที่มีนายบวรศักดิ์เป็นประธานพิจารณา เมื่อนายบวรศักดิ์และนายเข็มชัยซึ่งอยู่ในคณะกรรมการชุดใหญ่ของนายวิชาเห็นชอบ และกรรมการชุดนายวิชาเห็นชอบ ก็เชื่อว่ารัฐบาลจะพิจารณาอย่างมีน้ำหนักมาก     "ผมไม่กล้าบอกว่าเอาตามนั้น เพราะการพิจารณากระบวนการยุติธรรมต้องฟังความเห็นหลายฝ่าย แต่ถือว่ามีน้ำหนักมาก ไม่ใช่เพราะเป็นการโหนกระแส แต่เป็นสิ่งที่คิดกันมานาน ถ้าไม่มีกรณีศึกษาเกิดขึ้นจะกลายเป็นการตีตนไปก่อนไข้ แต่เมื่อมีแล้วก็จะทำให้ขับเคลื่อนง่ายขึ้น" รองนายกฯ กล่าว
    ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายอิทธิพร แก้วทิพย์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา, นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา และนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการดำเนินคดีนายวรยุทธกรณีขับรถชนตำรวจ สน.ทองหล่อเสียชีวิต
    นายประยุทธกล่าวว่า คณะทำงานได้ตรวจพบว่าข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายที่มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องไปแล้วนั้น ได้ปรากฏพยานหลักฐานใหม่ซึ่งเป็นพยานสำคัญสามารถทำให้ศาลลงโทษนายวรยุทธได้ จึงเข้าหลักเกณฑ์ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 147  ที่สามารถแจ้งให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนต่อไป และคณะทำงานยังตรวจสำนวนพบว่ามีหลักฐานการตรวจพบยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (โคเคน) ในร่างกายนายวรยุทธ แต่พนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนผู้ต้องหาในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยคณะทำงานได้ทำบันทึกรายงานและเรียนอัยการสูงสุดให้ดำเนินคดีนายวรยุทธ  
    รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าวว่า ต่อมาอัยการสูงสุดได้พิจารณารายงานของคณะทำงานดังกล่าวแล้ว เห็นชอบด้วยกับข้อเสนอของคณะทำงานและอัยการสูงสุด จึงมีคำสั่งลงวันที่ 4 สิงหาคม 2563 แต่งตั้งพนักงานอัยการเป็นคณะทำงานพิจารณามีคำสั่งคดีอาญาสำนวน ส.1 เลขรับที่ 107/2556  ของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1
สั่ง พงส.สอบเพิ่มคดีบอส
    "มีนายอิทธิพร แก้วทิพย์ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน, นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ เป็นรองหัวหน้าคณะทำงาน, นายอุทัย สังขจร เป็นคณะทำงาน, นายประยุทธ เพชรคุณ เป็นคณะทำงานและเลขานุการ,  นายนรา เขมอุดลวิทย์ เป็นคณะทำงานและผู้ช่วยเลขานุการ โดยมีนายสมใจ โตศุกลวรรณ์ เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน
    คณะทำงานมีอำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยให้ดำเนินการเรียกสำนวนคดีดังกล่าวเพื่อพิจารณา สั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมหรือส่งพยานคนใดมาให้ซักถาม และหากปรากฏว่ามีพยานหลักฐานใหม่ ให้ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อพิจารณาสั่งคดีต่อไป" รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าว
    ด้านนายอิทธิพรกล่าวว่า ภายหลังจากพนักงานอัยการได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนายวรยุทธดังกล่าวแล้ว ได้ปรากฏข้อเท็จจริงทางสื่อมวลชนอย่างแพร่หลาย ว่ามีผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นเกี่ยวกับอัตราความเร็วในการขับรถของนายวรยุทธ แตกต่างจากอัตราความเร็วที่ใช้เป็นข้อเท็จจริงในการพิจารณาความเห็นสั่งไม่ฟ้อง    
    โดย 1.ปรากฏข้อเท็จจริงจากคำให้สัมภาษณ์ทางสื่อมวลชนของ ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ว่าเป็นผู้คำนวณความเร็วรถยนต์ที่นายวรยุทธขับได้ความเร็ว 177 กม./ชม. 2.ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้คำนวณความเร็วรถยนต์ของนายวรยุทธขับได้ความเร็ว 126 กม./ชม.  
    "คณะทำงานได้ร่วมกันพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ได้จากการให้สัมภาษณ์และการคำนวณของ ดร.สธนและ ดร.สามารถ เป็นพยานหลักฐานใหม่ตามความหมายของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 147 โดยเห็นว่าพยานหลักฐานใหม่ หมายถึงพยานหลักฐานที่ไม่เคยปรากฏอยู่ในสำนวนการสอบสวน และเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งอาจมีผลให้การพิจารณาความเห็นเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ดังนั้น ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเร็วของรถยนต์ที่นายวรยุทธขับในขณะเกิดเหตุ จึงเป็นพยานหลักฐานที่สำคัญและสามารถทำให้ศาลลงโทษผู้ต้องหาที่ 1 ได้ ถือเป็นพยานหลักฐานใหม่ที่ควรสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาสั่งคดีต่อไป ตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 147" นายอิทธิพรกล่าว  
    หัวหน้าคณะทำงานกล่าวว่า คณะทำงานมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการ 1.ให้สอบสวน ดร.สธน และ ดร.สามารถ เป็นพยานตามรูปคดี ที่คณะทำงานได้กำหนดเป็นประเด็นในหนังสือสั่งสอบสวนเพิ่มเติม 2.ให้สอบสวนนายกสภาวิศวกรหรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นพยานในประเด็นว่า ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรของ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ขาดต่อใบอนุญาตจริงหรือไม่ การขาดต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรจะมีผลต่อการทำเอกสารรับรองการคำนวณความเร็วของรถยนต์ที่นายวรยุทธขับมากน้อยเพียงใด การคำนวณความเร็วของรถยนต์มีความถูกต้องมากน้อยเพียงใด  
    นอกจากนี้ 3.ยังปรากฏว่าผลการตรวจร่างกายของนายวรยุทธพบสารโคเคน ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 คดีจึงมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ 1 ในความผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (โคเคน) เข้าสู่ร่างกาย โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 แต่พนักงานยังไม่ได้ดำเนินคดีข้อหานี้กับนายวรยุทธ
    "คณะทำงานจึงมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับนายวรยุทธ เป็นคดีใหม่ต่อไปตามกฎหมาย โดยคณะทำงานได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมดังกล่าวโดยด่วน  และให้จัดส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมภายในวันที่ 20 สิงหาคม 2563" หัวหน้าคณะทำงานกล่าว
    ส่วนนายชาญชัยกล่าวถึงความเห็นเกี่ยวกับความเร็วที่เพิ่มเติมขึ้นมาว่า การที่ความเห็นเรื่องความเร็วเปลี่ยนแปลง ไม่ได้แปลว่าความเห็นเดิมจะเป็นเท็จ สิ่งที่แสวงหาเวลานี้คือการสอบสวนต่อไป เราดำเนินการต่อไปในลักษณะการให้สอบสวนเพิ่มเติมจากผู้ให้ความเห็นทั้งสอง ใช้หลักการคำนวณอย่างไร สามารถให้ความเห็นโดยอิสระบนหลักการคำนวณที่น่าเชื่อถือที่สุด สามารถรับฟังยุติได้ รวมถึงประเด็นใบอนุญาตประกอบอาชีพวิศวกรขาดต่อของ ดร.สายประสิทธิ์ มีผลหรือไม่ ในคดีอาญาข้อเท็จจริงต้องเป็นที่ยุติจนสิ้นกระแสความ และอาจมีประเด็นมากกว่าที่ได้สั่ง ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงอะไร
เจอคนผิดทำสำนวนแล้ว
    "ส่วนประเด็นยาเสพติด พนักงานสอบสวนต้องไปสอบให้ได้ความจริงว่าผู้ต้องหาที่ 1 กระทำผิดหรือไม่ การพบสารโคเคนเกิดจากความตั้งใจเสพหรือเหตุอื่น ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขับรถประมาท คณะทำงานรอพนักงานสอบสวนดำเนินการ และมีหน้าที่พิจารณาสั่งคดีเรื่องนี้ แสวงหาข้อเท็จจริงให้ยุติ" รองหัวหน้าคณะทำงานกล่าว
    ถามว่า การที่พนักงานสอบสวนไม่แจ้งข้อกล่าวหาเสพยาเสพติดแก่นายวรยุทธถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ นายชาญชัยกล่าวว่า พนักงานสอบสวนมีดุลพินิจของท่าน ในสำนวนเดิมมีความเห็นของหมอผู้เชี่ยวชาญ การพบสาร 2 ตัวยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าคนคนนั้นเสพโคเคนมาหรือไม่ เพียงแต่ยืนยันว่าได้รับสารโคเคน ซึ่งสารนี้อาจจะเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย เช่นการได้รับยาบางตัว  ในสำนวนเดิมบอกได้รับการจ่ายยา ทำให้พนักงานสอบสวนเข้าใจว่าความผิดยังไม่ชัดเจน อาจจะผิดหรือไม่ผิดแล้วแต่พยานที่จะสอบกัน ไม่ผูกมัดต้องสอบพยานผู้เชี่ยวชาญที่เคยให้การไว้แล้ว
    นายประยุทธกล่าวเสริมว่า การตรวจร่างกายผู้ต้องหาพบสารโคเคนตั้งแต่วันแรก แต่นักวิชาการสอบไว้หลายคราว่าอาจจะมีผลข้างเคียง เมื่อมีข่าวปรากฏนักวิชาการหลายท่านบอกว่า สิ่งที่พนักงานสอบสวนสอบไว้ในสำนวนไม่เป็นบทสรุปทางวิชาการ เช่น การใช้อะม็อกซีรักษาฟันแล้วทำให้ค่ารวมเหมือนโคเคน ก็มีทันตแพทย์บอกว่าความเชื่อเช่นนั้นเป็นเรื่องร้อยปีมาแล้ว เราก็ใช้ดุลพินิจ ต้องไปสู้กันในศาล คณะทำงานเห็นพ้องต้องกันว่าเพียงพอที่จะดำเนินคดีจึงมีคำสั่งออกไป
    ซักว่า ในหลักวิชาการต้องวัดความเร็วใหม่หรือไม่ นายอิทธิพรตอบว่า ดูจากหลักฐานเดิมตามคลิปวิดีโอที่ปรากฏในสื่อ นำไปคำนวณความเร็วตามหลักวิชาการเพื่อข้อเท็จจริงที่ฟังโดยยุติ
    นายชาญชัยเสริมว่า ถ้ามีคนพบคลิปใหม่ที่แสดงจุดชนได้ยิ่งดีใหญ่ เรากำลังหาความเร็วที่เป็นที่ยุติว่าความเร็วที่เฉี่ยวชนกันขณะเกิดเหตุความเร็วเท่าไหร่ มีผลต่อการพิจารณาสั่งคดีว่าผู้ขับรถปราศจากความระมัดระวังหรือไม่ ต้องหาความเห็นที่น่าเชื่อถือที่สุด โดย ดร.สามารถให้ 126 กม./ชม. กับ ดร.สธน 177 กม./ชม. ยังไม่ชัดเจนพอสมควร หากมีผู้เชี่ยวชาญปรากฏตัวขึ้นอีก ถือเป็นข้อเท็จจริงใหม่ทั้งสิ้น เรากำลังแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อพิสูจน์ความจริงให้ได้
    เมื่อถามว่าพนักงานสอบสวนจะดำเนินการเสร็จทันใน 10 วันหรือไม่ นายประยุทธกล่าวว่า คณะทำงานสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป รายละเอียดอยู่ที่พนักงานสอบสวนมีหน้าที่ไปรวบรวมพยานหลักฐาน วิธีการอย่างไรไม่ก้าวล่วง ดร.สธนเป็นพยานที่ปรึกษาของกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ที่ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุและทำความเห็นทางวิชาการว่ารถแล่น 177 กม./ชม. สิ่งเหล่านี้หายไปจากสำนวน จึงย่อมเป็นพยานหลักฐานใหม่ จะแสวงหามากกว่านี้ก็ได้
    "ท่านแสวงหาได้ตามอำนาจหน้าที่ ส่วนจะเสร็จทันหรือไม่นั้นอย่าเพิ่งคาดการณ์ อาจจะเสร็จพรุ่งนี้ก็ได้ ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดจะเดินหน้าคดีบอสต่อไปอย่างเต็มที่" นายประยุทธกล่าว
    ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทำสำนวนของนายวรยุทธ ประชุมคณะทำงานเพื่อสรุปผลการตรวจสอบก่อนเสนอให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ในวันที่ 11 ส.ค.เพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป
    พล.ต.อ.ศตวรรษกล่าวว่าในที่ประชุมมีหลายประเด็นในรายละเอียด จากการตรวจสอบพบผู้มีความผิดในเรื่องนี้ แต่จะถึงขนาดไหนต้องว่ากันอีกที
    "ในส่วนการชี้แจงจาก พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ผู้เซ็นคำสั่งไม่แย้งอัยการ เบื้องต้นทราบว่าจะทำเป็นเอกสารมา แต่ก็ยังไม่ได้รับ ยังพอมีเวลา ซึ่งขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน" พล.ต.อ.ศตวรรษกล่าว  
    วันเดียวกัน นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) กล่าวถึงกรณีไม่ได้เดินทางไปชี้แจงต่อที่ประชุมคณะทำงานตรวจสอบคดีนายวรยุทธที่สำนักงานกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยมีกรรมการชุดไหนเชิญไปให้ถ้อยคำหรือชี้แจงเรื่องดังกล่าวในช่องทางการสื่อสารทางใด ไม่ว่าจะเป็นจดหมายหรือโทรศัพท์และสื่อต่างๆ ทั้งสิ้น
    "ที่มีข่าวออกมาว่ามีการเชิญแล้วผมไม่ไปชี้แจง ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง หลังจากนี้หากคณะกรรมการหรือ กมธ.ตรวจสอบชุดคดีนายวรยุทธชุดใดที่ตั้ง และมีคำสั่งชอบด้วยกฎหมาย ก็ยินดีที่จะเข้าไปให้ถ้อยคำ" นายอรรถพลระบุ
    ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กตอนหนึ่งระบุว่าจะไปร้องเรียนต่อ ก.อ.ที่จะมีการประชุมกันในสัปดาห์หน้า เพื่อให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ 2553 ม.30(8) เพื่อดําเนินการทางวินัยนายเนตร นาคสุข และการสั่งให้ข้าราชการฝ่ายอัยการคนดังกล่าวออกจากราชการตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายข้างต้นจนถึงที่สุด หากกรณีดังกล่าวเป็นไปตามที่ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ได้ทำหนังสือท้วงติงถึงอัยการสูงสุด เพราะอาจขัดระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติมนั่นเอง โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันอังคารที่  11 ส.ค.63 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการฯ อาคาร A ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่  กทม.

 


วิบากกรรม...."หมอเหวง" เพิ่งฝ่าสายฝนออกจากคุก ได้ ๒ วัน วานนี้กระเตง "ป้าธิดา" ไปเป็นเพื่อน ขึ้นศาลสืบพยานคดีชุมนุมปี ๒๕๕๒ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ๑๑ ปีแล้วซินะ ยังวนเวียนอยู่กับคุก 

ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'
'วาทะนายกฯ ที่ต้องบันทึก'
'มึงเขียน-กูล้ม' ไม่เชื่อลอง!
'ธนาธร-ปิยบุตร' ออกศึก