ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?


เพิ่มเพื่อน    

    ต้องบอกว่า........

                "เวทีล้มเจ้า" ที่ "ธรรมศาสตร์" คืนวาน "จัดหนัก-จัดเต็ม" ฮือฮากันไม่จบจนถึงตอนนี้

            ถือว่า "จุดติด" แล้วใช่มั้ย?

            ก็ไม่รู้ซีนะ เห็นเพนกวิน "นายพริษฐ์ ชิวารักษ์" นศ.ธรรมศาสตร์ แกนนำเยาวชนปลดแอก ฮึกเหิมโพสต์ ว่า

            "เวทีนี้ นักเรียน นักศึกษาและประชาชน เปิดหน้าสู้แล้ว ถ้าต่อจากนี้ มีเหตุพิสดารทางการเมืองเกิดขึ้น ขอให้รู้ตรงกันว่าใครสั่งทำ

                เพราะคู่กรณีเรามีคนเดียว

                ขอขอบคุณทูตานุทูต (จนท.สถานทูตเยอรมนี-เปลว) ที่มาร่วมสังเกตการณ์งานชุมนุมครั้งประวัติศาสตร์ของเราวันนี้ เราทำลายเพดานที่สกัดกั้นการต่อสู้ทั้งปวง

                ขอให้คนที่คิดร้ายพึงรู้ว่า ไม่ว่าคุณจะทำอะไรกับเรา นานาชาติกำลังจับจ้องคุณ #ธรรมศาสตร์และการชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน"

                ครับ....

            ที่เพนกวินอหังการ ถึงขั้นพูดเต็มปาก-เต็มคำว่า "คู่กรณีเรามีคนเดียว"

            "คนเดียว" ที่ว่านั้น.........

            "เพนกวิน" หมายถึงใคร ถึงตอนนี้ ทุกคนเข้าใจแล้วนะ!

            แสดงให้เห็นว่า "แก๊งไอ้สัส" ประกอบด้วยพวกอาจารย์ พวกนอกชาติในคราบเอ็นจีโอ และพรรคการเมืองบางพรรค

            มองข้ามช็อต "ล้มรัฐบาล-ไล่ประยุทธ์-ฉีกรัฐธรรมนูญ"

            ไปถึงขั้น "ล้มสถาบัน" ตรงๆ แล้ว!

            เพราะการ "เปิดหน้าสู้" ตามที่ว่านั้น คือการประกาศตนเป็นปฏิปักษ์ต่อพระมหากษัตริย์และสถาบันพระมหากษัตริย์โจ่งแจ้ง

            ทุกคนคงประจักษ์ ผมคงไม่จาระไน-แจกแจงอีก เพราะนั่นจะเท่ากับผมทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในหมวดพระมหากษัตริย์ มาตรา ๖ โดยตรง

            ที่นำมาพูดคุยวันนี้ พูดในฐานะ เป็นหนึ่งใน "ปวงชนชาวไทย" ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๐ กำหนด

            บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้.......

            "พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฯลฯ"

                เท่าที่สดับตรับฟัง หลายคนเกรงว่า การเหิมหนักขึ้นของแก๊งไอ้สัส ประชาชนส่วนใหญ่จะหมั่นไส้ และเหลืออด-เหลือทน

            แล้วมันจะเหมือน ๖ ตุลา ๑๙!

            แต่ผมว่า...ไม่

            ๖ ตุลาที่มา-ที่ไป เชื่อมโยงจาก ๑๔ ตุลา ไม่ใช่ ฉันถูกเขาปั่นหัวมา เพราะฉันเขลา ฉันเยาว์วัย จึงเป็นแมลงเม่าหลงตอมไฟนีออนอย่างตอนนี้

            "รุ่นเก่า" ทุกคน ผ่านความเป็น "รุ่นใหม่" วัยแสวงหามาก่อนทั้งนั้น

            ฉะนั้น เข้าใจ นิสิต-นักศึกษา-นักเรียน ที่ยอมให้คนอย่างเพนกวิน อย่างไอ้ขี้ยากองขยะ อย่างทนายแอกต์อวดสาว จูงจมูกไปชุมนุม

            วัยนมแตกพาน ทุกคน "อยากเด่น-อยากดัง" ทำอะไรก็ได้ ที่ทำแล้ว เรียกความสนใจ ให้ใครๆ หันมาดู และยอมรับว่าโก้

            วัยนมแตกพาน ร้อยละ ๘๐-๙๐ ปฏิเสธพ่อแม่ ไม่เชื่อพ่อแม่ แต่เชื่อเพื่อน เชื่อสังคมหมู่ เชื่อครู-อาจารย์

            พ้นรั้วโรงเรียน รั้วมหา'ลัย ออกไปสู่ "โลกเป็นจริง" วันไหน นั่นแหละ จะค่อยๆ เข้าใจ มองย้อนหลัง จะเอามือปิดหน้า

            อะไรที่ทำไป ด้วยนึกว่าโก้ ถึงตอนนี้ อาย....

            นึกในใจ "กูทำไปได้อย่างไรวะ ตอนนั้น ทุเรศฉิบหะ"!

            สังคมไทยที่รอดและรุ่งเรืองในอุษาคเนย์มาได้ถึงทุกวันนี้ จุดแข็งจุดหนึ่งก็คือ "เจ็บแล้วจำ"

            อย่างตอนนี้ โควิด-๑๙ ล้างโลก เกือบทุกประเทศ เมื่อเศรษฐกิจพัง ระบบการเงิน ก็พังตามกันไป

            แต่ระบบการเงินไทย "แข็งแกร่ง" ปานภูผาหิมาลัย+เอเวอเรสต์!

            เพราะอะไร เพราะไทย "เจ็บแล้วจำ" จากเหตุการณ์ "ต้มยำกุ้ง" ปี ๒๕๔๐ ที่ล้มละลายถึงขั้นต้อง "จำนำประเทศ" นั่นไง

            เราจำฝังใจ นับจากนั้น แบงก์ชาติออกกฎ ทุกธนาคาร ต้อง "ตั้งสำรอง" ปล่อยกู้ ๑๐๐ บาท ต้องเก็บสำรองไว้ ๑๐๐ บาทด้วย

            ไทยเราจึง "แข็งปั๋ง" จนทั่วโลกซูฮก!

            นี่ก็เช่นกัน ๖ ตุลา เพราะมีคนพวกหนึ่ง อาศัยการชุมนุมนักศึกษา "สร้างฉากหมิ่นสถาบัน" ผสมเข้าไป

            เกิดเป็น "ขนมจีนผสมน้ำยา" ที่ถูกเหมากระจาด จึงเป็นนักศึกษาล้วนๆ เพราะฉันมา ฉันเขลา ฉันเยาว์วัย โดยแท้

            บทเรียน "ลูก-หลาน" ต้องตายใน "วัยแสวงหา" มันมีแล้ว ดังนั้น พวกผู้ใหญ่วันนี้ จะเปลี่ยนโบยตี เป็นเมตตา

            รอเวลา.....

            "ซื้อข้าวผัด-โอเลี้ยง" ไปเยี่ยมแทน!

            ที่อยากพูดถึงจริงๆ วันนี้ เป็น "ผู้ใหญ่" แก๊งไอ้สัสที่เปิดไวน์เป็นรางวัล หลังยุแยงเยาวชน "เปิดหน้ารบเจ้า" สำเร็จ

            โดยเฉพาะพวกปัญญาชนระดับบริหารและปกครองธรรมศาสตร์ อย่างน้อย ๒ คน

            ๑.อธิการบดีมหา'ลัยธรรมศาสตร์ "รศ.เกศินี วิฑูรชาติ"

            ผู้ออกแถลงการณ์ชี้แจง ว่า

            "จากกรณีที่เครือข่ายนักศึกษาและประชาชนจัดการชุมนุมทางการเมือง ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563

                โดยมีเนื้อหาบางส่วนที่พาดพิง สถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้กระทบต่อความรู้สึกของประชาชน

                มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอแสดงความเสียใจและขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...และ ฯลฯ...."

            ๒.รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต "นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล"

            ผู้ออกแถลงการณ์ชี้แจง ซึ่งตอนท้าย ความว่า

            "...........ผมขอเรียนว่า แม้ว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะให้เสรีภาพในการแสดงออก แต่การแสดงออก ควรต้องอยู่ในขอบเขตของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

                โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องพึงระวังในเรื่องละเอียดอ่อนและเรื่องที่อาจจะนำมาซึ่งความแตกแยกของผู้คนในสังคม และแม้ว่าเนื้อหาหลักของการชุมนุมจะเป็นไปตามขอบเขตดังกล่าว

                แต่เมื่อปรากฏเนื้อหาบางส่วนที่อาจจะเลยขอบเขตไป ผมในฐานะรองอธิการบดีผู้อนุญาต

                ผมก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ในเบื้องต้นผมขออภัย และขอน้อมรับผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น"

                ก็ด้วยนับถือ อยากเรียนท่านทั้ง ๒ ว่า การแสดงความเสียใจ ขอโทษ ขอรับผิด เยี่ยงวิญญูชน นั้น ก็สวยงามอยู่

            แต่จากคำแถลงการณ์ แสดงถึงท่านเข้าใจว่าที่แกนนำ "เปิดหน้าชน" สถาบันนั้น ผิดกฎหมายโต้งๆ

            ในฐานะ "เจ้าของสถานที่" ทั้งเป็นผู้อนุญาตให้ใช้สถานที่ เมื่อมีการทำผิดกฎหมายเกิดขึ้น เจ้าของสถานที่ควรปฏิบัติเช่นไร

            ระดับอธิการ-รองอธิการมหา'ลัยสอนกฎหมาย ท่านไม่รู้หรือ?

            เรื่องสำนึกเป็นเรื่องหนึ่ง เรื่องหน้าที่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือ เมื่อสำนึก "เสียใจ-ขออภัย" แล้ว

            ท่านต้องทำหน้าที่ "ไปแจ้งความตำรวจ" ให้ดำเนินคดีด้วย ไม่เช่นนั้น ท่านทั้ง ๒ อาจอยู่ในฐานะ ผู้ร่วมรู้เห็น ร่วมกระทำให้เกิด และปกปิดผู้กระทำผิด

            กรณีนี้ ความผิดประจักษ์ต่อสาธารณะ ผู้เป็นเจ้าหน้าที่ ต้องนำตัวผู้ทำผิดเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย

            ถ้าไม่ทำ จะมีความผิด ตามมาตรา ๑๕๗ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

            เข้าใจนะ อย่าหาว่าสอนระดับอธิการฯ-รองอธิการฯ เลย ธรรมศาสตร์ยุคนี้ เป็นแหล่งประศาสน์การ หรือแหล่งซ่องสุมโจร วิญญูชนตอบด้วยสำนึกวิญญูชนได้เองมิใช่หรือ?

            การอ้าง ไม่รู้-ไม่เห็น ไม่มีการเตรียมการ ไม่มีตัวการ ไม่มีนายทุน ชุมนุมซื่อบริสุทธิ์

            เป็นจริงอย่างนั้นหรือไม่ อ่านที่คุณ "เตชะ ทับทอง" ให้ข้อสังเกตและมุมมองไว้ก่อน แล้วค่อยตอบก็ได้นะ ปริญญา

            เตชะ ทับทอง

                "บ.เวที/อุปกรณ์ไฟ/ระบบแสง จากย่านรังสิต" คนวงการ Event พอจะรู้จักกันอยู่

                "บ.เครื่องเสียง จากย่านลูกน้ำเค็ม" ก็ชื่อเสียงรู้จักกันในวงการเช่นกัน

                หากอยากรู้ว่าบริษัทไหน ไปดูจากภาพข่าวจะเห็น Logo โชว์หราอยู่ครับ....

                สนนราคาคร่าวๆ จากประสบการณ์ผม เงินถึงมือ Sup ประมาณ 370,000-450,000 เป็นอย่างน้อย

                จอ Led Screen และระบบ 60,000-80,000 / ระบบเสียงและอุปกรณ์ทรัสต์ 100,000-120,000 / ระบบแสงและอุปกรณ์ทรัสต์ 100,000-120,000 / เวที 30,000-50,000 / เครื่องปั่นไฟ 30,000-50,000  (แล้วแต่เวลาเปิดใช้งาน และน้ำมัน)

                ไม่รวม Stage man และรักษาความปลอดภัย Staff ค่าอาหาร ค่าผลิตไฟล์ VDO และภาพนิ่ง รวมถึงกราฟิกต่างๆ อุปกรณ์ถ่ายทอดสัญญาณ Live รั้วเหล็ก นี่คือยังไม่รวมยอดกำไรของบริษัท Organizer/Event ......

                ยอดใหญ่จริงๆ เมื่อคืน น่าจะอยู่ 1,200,000 เป็นอย่างน้อยโดยประมาณครับ

                ครับ อย่าไปกลัวใครเลยครับ เรารับกันแมนๆ เวลาตำรวจเชิญไปสอบด้วย ว่ามีส่วนร่วมยังไง และเมื่อเห็นคนทำผิดหมิ่นสถาบันแล้วยังเฉย ไม่แจ้งความ...คือยังไงเนอะ

                ก่อนจะรับงาน ก็รู้เนื้อหา ท่าที อยู่แล้วนิ เห็นโพสต์กันแบบดีใจจะตายไป

                อย่าอ้างว่า 'เป็นกลาง' นะครับ เรื่องของ 'หมิ่นเจ้าล้มเจ้า' นี่คนไทยเค้าถือนะ มันก้าวข้ามเรื่อง 'การเมือง' มาละ คนละเรื่องคนละบริบทกัน

                คลิปทุกคลิปที่จะขึ้นแสดงบนจอ LED SCREEN ต้องเปิดและตรวจสอบกันก่อนเสมอครับ จะบอกว่าไม่รู้ ไม่เห็น นี่ไม่ได้ครับ ....

                จะมีการ Live talk สด ก็ต้องมีการพูดคุยประชุมกันก่อนเพื่อเตรียมงาน จะบอกไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้เช่นกัน

                เป็นบทเรียนของ 'คนทำงาน Event' นะครับ ถามบริษัทที่จ้างให้ดีถึงเนื้องาน เพราะหากบานปลาย ปัญหาก็จะมาตกที่ตัวคุณด้วยนั่นละ จะมาโอดครวญทีหลังว่า 'รู้เท่าไม่ถึงการณ์' มันเป็นไปไม่ได้

                ระวัง อย่าตกเป็นเครื่องมือในการ 'หมิ่นสถาบัน/ล้มสถาบัน/สร้างความแตกแยก' นะครับ...

                คนละเรื่องกับ 'ละครการเมือง' คิดกันให้เยอะ"

                ครับ....

            ก็อย่าให้สังคม "ไม่ทนกับธรรมศาสตร์" มากไปกว่านี้เลยนะ!