สถาบันทิศทางไทยชำแหละ 10 ข้อเรียกร้องม็อบมธ.มีพื้นฐานความคิดจาก 'เจียม-ทอน-บุตร'


เพิ่มเพื่อน    

12 ส.ค.63 - ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อเขียนของ ดร.เวทิน​ ชาติกุล ผอ.สถาบันทิศทางไทย  หัวข้อ 10​ ข้อเรียกร้อง​ กับ​ ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐนิยม​

โดยระบุรายละเอียดว่า ข้อเรียกร้อง​ 10​ ข้อ​จากม็อบ​ มธ.​ คือข้อเรียกร้อง​ที่มีพื้นฐานบนความคิดของปิยบุตร​ที่อภิปรายไว้ในปี​ 2555​ เรื่อง ​"การปรับตัวของสถาบันกษัตริย์" (ซึ่งมี​ สมศักดิ์​ เจียมฯ​ ร่วมอภิปรายอยู่ด้วย)

ในตอนนั้นปิยบุตรเสนอว่า​ การอยู่รอดของสถาบันกษัตริย์(ทั่วโลก)​ มีทางเดียว​ คือ​ ต้องปรับตัวให้เข้ากับประชาธิปไตย​ (ซึ่งรูปธรรมที่ออกมาก็คือ​ ข้อเสนอของสมศักดิ์​ เจียม​ฯ​ 7​ ข้อ​ (2562) และ​ ข้อเรียกร้อง​ของม็อบ​ มธ.​ 10​ ข้อ​ (2563) ซึ่งมีสาระใกล้เคียงกัน)

ปิยบุตรบอกว่า​ ถ้าสถาบันกษัตริย์จะดึงดันต่อสู้​ คัดง้างกับระบบประชาธิปไตย​ ก็จะพบกับ​ 2​ ความเป็นไปได้​ คือ​ "แพ้" และถูกบังคับให้อยู่ใต้รัฐธรรมนูญแบบเด็ดขาด​ หรือไม่ก็​ "ถูกล้มเลิก" ทำให้หายไป​ โดยการโหวตของประชาชน (พร้อมยกตัวอย่าง​กรณีศึกษาจากหลายที่ในยุโรป)

ปิยบุตรบอกว่า​ ไทย​ เป็น​ 1​ ใน​ 2​ ประเทศทั่วโลก​ที่สถาบันกษัตริย์ยังคงยืดเยื้อดึงดันต่อสู้กับระบอบประชาธิปไตย​ (นับจากหลัง​ 2475-ปัจจุบัน)

การทำให้แนวคิดทางวิชาการ(สุดโต่ง) ในวงสัมมนาวิชาการที่ไม่มีใครสนใจ​ กลายมาเป็นรูปธรรมบนเวทีม็อบ​ มธ.​ พร้อมแสง​ สี​ เสียง​ ตระการตา​ มีคนดูนับแสนผ่านโซเซียลมีเดีย​ และสร้างแรงกระเพื่อม​ ผล​กระทบ​ แรงกดดันจากสังคมสู่มหาลัยธรรมศาสตร์​อย่างหนัก​ ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่เป็น​ "ความสำเร็จ" ของ​ ธนาธร​ ปิยบุตร​ และ​ เครือข่ายอาจารย์​ นศ.​ นักเรียน​ ในการ​ address "ประเด็น" ที่ตัวเองหมกหมุ่น​ให้กลายเป็น​ issue ทางสังคม​ (ด้วยทุนรอน​อันมหาศาลที่ทุ่มลงไป)

แต่อีกด้านมันก็ชัดว่า​ ธงที่ปักชู​ ขับเคลื่อนในครั้งนี้​ ไม่ใช่เรื่องอื่นแล้ว​ นอกจาก สิ่งที่ธนาธรประกาศไว้ใน​ Portrait​ ธนาธร​ ว่า​ "...ต้องการมีอำนาจมากพอที่จะต่อรองกับสถาบันพระมหากษัตริย์..."

และคำขู่​ที่พูดไว้ที่​ ธรรมศาสตร์​ในปี​ 2562 ว่า​ "การแก้​ รธน.ไม่ใช่ทางเลือก​ แต่เป็นทางรอดทางเดียว​ ระหว่าง​ ยินยอมพร้อมใจทุกฝ่าย​ หรือ​ จะนองเลือด​ ก็สอดรับกับการยกระดับการแสดงออกในข้อเรียกร้องของเด็กๆ​ 10​ ข้อนั้น​ ที่กำลังสร้างเงื่อนไขนำพาสังคมไปสู่การนองเลือดและสงครามกลางเมืองตามสูตร​" 6​ ตุลา" อีกครั้ง​ (ถ้าไม่แก้​ รธน.หมวดพระมหากษัตริย์)​

ในวงวิชาการ​ปิยบุตรถามว่า​ เราจะเลือกอะไร​ ระหว่าง​ประชาธิปไตยปรับตัวให้เข้ากับสถาบันพระมหากษัตริย์​ หรือ​ สถาบันพระมหากษัตริย์ปรับตัวให้เข้ากับประชาธิปไตย

สิ่งที่ปิยบุตรไม่ได้บอกก็คือ​ ประชาธิปไตยที่ปิยบุตรกำลังหมายถึง​ คือ​ ประชาธิปไตยแบบไหน

ซึ่ง​ แน่นอนว่า​ มันคงไม่ใช่ที่​ พรรคก้าวไกล​ ออกมาสนับสนุนเด็กมธ.ว่า​ สิ่งที่พวกเขาทำ​ ทำเพื่อปกป้องระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข​(โดยที่​ในคำประกาศ​ 10​ ข้อ​​แสดงท่าที​เชิงอำนาจที่ไม่เหมาะควรต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจน)​

แต่ดูจะมีโมเมนตัม​ ไปสุดทาง ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ​ ที่ปิยบุตรฝันถึงเสียมากกว่า

ซึ่งมีก็เข้าใจได้ว่าทำไม​ พรรคฝ่ายค้าน​ พรรคประชาธิปัตย์​ ถึงกระโดดหนี​ม็อบ​ มธ.กันหมด​ และ​ พรรคก้าวไกล​ ก็จะเข้าโหมด​ "ยุบพรรค" เพราะมีพฤติกรรม​ ทำผิดรัฐธรรมนูญ​ ล้มล้างการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างชัดเจน.