ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทยชี้คนไทยตกงานครึ่งล้านชงตั้งกองทุนนักศึกษาจบใหม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจ


เพิ่มเพื่อน    


14 ส.ค.63 - นายวิษณุ ดันนอก ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ส่งผลกระทบให้ทั่วโลกมีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น รวมถึงประเทศไทย ซึ่งเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา กรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า มีการลงทะเบียนใช้สิทธิ์กรณีว่างงาน ของเดือนเมษายน 267,351 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 45.82% จากเดือนมีนาคมที่มีผู้มาลงทะเบียน 144,861 คน สอดคล้องกับสำนักงานประกันสังคม ที่ออกมาเปิดเผลข้อมูลว่าการว่างงานตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงเดือนกรกฎาคม อยู่ที่ประมาณ 6 แสนราย และมีการประเมินว่าการว่างงานจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้แล้วยังมีการคาดการณ์ว่า จะมีนักศึกษาจบใหม่อีกประมาณ 5 แสนคนทั่วประเทศที่จะยังไม่สามารถหางานทำได้

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ถึงแม้ว่า Covid-19 จะส่งผลกระทบกับหลาย ๆ ธุรกิจ แต่ก็ยังมีอีกหลาย ๆ ธุรกิจ ที่ได้รับประโยชน์จากการแพร่ระบาดของ Covid-19 เช่น Netflix ที่มีหุ้นเพิ่มขึ้น 0.8% เฟซบุ๊ก, อเมซอน และธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับออนไลน์ สำหรับประเทศไทย เว็บไซต์ US New ได้เผยแพร่ข้อมูลการจัดอันดับประเทศที่น่าลงทุน โดยประเทศไทยถูกจัดอยู่ที่ อันดับ 1 ของเอเชีย และอันดับที่ 26 ของโลก ซึ่งหมายความว่าไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุนระดับต้นๆ ของโลก

“ผมเองในฐานะที่ทำงานร่วมกับกลุ่มนักศึกษาอยู่เป็นประจำพบว่า อีกหนึ่งปัญหาหลังจากเรียนจบไปแล้ว คือการอยากเริ่มทำธุรกิจที่เป็นของตัวเอง แต่ประสบปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นธุรกิจ เพราะว่าสถาบันการเงินต่างๆ หากจะมีการกู้เงินอย่างน้อยต้องมีงานทำก่อน หรือมีหลักประกันที่สูง ผมจึงอยากเสนอให้รัฐบาลจัดตั้งกองทุนสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้ เพื่อส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ หรือนักศึกษาที่จบใหม่นั้น ได้เป็นเจ้าของธุรกิจ และได้ใช้ความรู้ความสามารถและไฟที่กำลังแรงอยู่สานฝันของตนเอง ส่วนการจักการและวิธีการจะเป็นแบบไหนนั้นต้องศึกษากันอีกที”  

นายวิษณุ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากสามารถผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นได้ ตนมองว่าหลังโควิดหรือในช่วงของการก้าวผ่านการระบาดของไวรัสนี้ อาจจะสร้างธุรกิจใหม่ ที่สามารถแก้ไขปัญหาสังคม และสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับประเทศไทยได้ และเชื่อว่าจะทำให้ช่วยลดปัญหาการว่างงานได้