นปช.เตือนม็อบอย่าก้าวร้าว


เพิ่มเพื่อน    

 

"หมอวรงค์" เตือนม็อบเยาวชนในฐานะรุ่นพี่นักศึกษา ชีวิตจริงหนังคนละม้วน ยอมรับเปลี่ยนความคิดเรื่องสถาบันฯ แนะตั้งใจเรียนดีกว่า อย่าสนองตัณหาความมักใหญ่ใฝ่สูงของคนไม่กี่คน ขณะที่แกนนำ นปช.ออกปากฝากไปยังเด็กๆ  ความคิดก้าวหน้าได้ แต่อย่าก้าวร้าว มันจะล้มเหลวด้วยอารมณ์ และความคึกคะนอง ด้านคู่หูดูโอ "ธนาธร-ปิยบุตร" ยัน 10 ข้อเสนอม็อบ มธ. ไม่มีตรงไหนล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์
    เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ในฐานะอดีตนายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้ก่อตั้งพรรค 12 ประสาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ออกจดหมายเปิดผนึกถึงน้องนักศึกษาที่ร่วมชุมนุม โดยระบุรายละเอียดว่า สมัยผมเป็นนักศึกษา ผมเคยเป็นนายกสโมสรนักศึกษา ถือว่าผมเป็นนักกิจกรรมตัวยงคนหนึ่ง เพียงแต่ว่าผู้อยู่เบื้องหลังผมคือการจัดตั้งจากรุ่นพี่ และเชื่อมโยงไปพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ส่วนน้องๆ นั้น ใช้เครือข่าย social ปล่อย fake news ปลุกม็อบโดยมีคนให้บทแกนนำไปพูด และเชื่อมโยงตะวันตก
    น้องรู้ไหมว่า ชีวิตจริงที่ต้องทำงาน ต้องรับผิดชอบกับชีวิตนักศึกษา มันเทียบกันไม่ได้ มันหนังคนละม้วน ข้อมูลที่ได้รับจากรุ่นพี่ กับการเรียนรู้จากชีวิตจริง ศึกษาค้นคว้าเอง หาประสบการณ์เอง มันคนละอย่าง
    เมื่อผมเป็นผู้ใหญ่ มีประสบการณ์ และเป็นนักการเมือง ผมเปลี่ยนความคิดเรื่องสถาบัน ผมกลับมีความเชื่อว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ ผสมผสานกับวัฒนธรรม ประเพณี วิถีพุทธ วิถีไทย สังคมเครือญาติ การเรียกพี่น้องลุงป้าน้าอา มีส่วนทำให้สังคมไทยมีความรักและเอื้ออาทรต่อกัน เป็นสังคมที่สมดุล สงบสุขที่สุด ที่สำคัญคือสังคมไทยเราจะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้
         ซึ่งความสงบสุขของสังคมไทย เราวัดได้จากไม่เคยมีคนไทยอพยพลงเรือสำเภาหนีร้อนไปพึ่งเย็นที่ประเทศอื่น มีแต่ประเทศรอบบ้านเรา ทั้งจีน เวียดนาม เขมร ลาว พม่า อินเดีย มาอาศัยพึ่งพาประเทศไทยของเรา
    ผมได้มีโอกาสเห็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ใช้อำนาจไม่ชอบ ทุจริตคอร์รัปชัน แบ่งแยกประชาชน แก้กฎหมายให้ประโยชน์ตนเอง เปลี่ยนจากผิดเป็นถูก โกงทุกอย่างเท่าที่จะโกงได้ แต่อ้างว่าตนเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย
    จึงทำให้ผมมั่นใจว่า ทุกอย่างอยู่ที่นักการเมือง ถ้าได้นักการเมืองที่ดี มาคุมอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน ประชาชนก็อยู่ดีกินดี ประเทศก็พัฒนา ถ้าได้นักการเมืองที่ไม่ดี มักใหญ่ใฝ่สูง สมคบต่างชาติเพื่อล้มล้างประเทศ ประเทศก็จะวุ่นวาย สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน
    สิ่งที่ผมเขียนมาซะเยิ่นยาว ต้องการบอกน้องนักศึกษาว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ร่วมกับวัฒนธรรม ประเพณี วิถีพุทธ วิถีไทย สังคมเครือญาติแบบไทยๆ เป็นความลงตัวที่สมดุลที่สุดแล้ว สงบสุขที่สุดแล้ว และสถาบันท่านก็ไม่ได้มีอำนาจบริหารราชการใดๆ เพราะทุกอย่างอยู่ที่นักการเมือง
    ดังนั้นสิ่งที่น้องๆ กำลังเรียกร้องนั้น จึงไม่ตอบโจทย์ประเทศ แต่ตอบสนองตัณหา ความมักใหญ่ใฝ่สูงของคนไม่กี่คน โดยที่น้องตามไม่ทัน ไม่สอดรับกับความสมดุลของสังคมไทย ที่ลงตัวมาหลายร้อยปี และจะง่ายต่อการครอบงำของตะวันตก
    ข้อเสนอที่ดีที่สุดของผมคือ ให้น้องๆ ตั้งใจเรียนให้มีความรู้ สนับสนุนการทำกิจกรรมทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม เพื่อรู้เท่าทันนักการเมืองและรุ่นพี่ๆ
ตอก"เจ๊หน่อย"โลเล
    นพ.วรงค์ระบุว่า เมื่อเรียนจบให้หางานที่มั่นคงทำ เลี้ยงตัวเองให้ได้ เมื่อทุกอย่างลงตัว น้องมาเป็นนักการเมืองครับ มารับไม้ต่อที่จะดูแลประเทศนี้ ที่สำคัญคือต้องเป็นนักการเมืองที่ดี ห้ามลืมอุดมการณ์ เพราะโจทย์ปัญหาใหญ่ของประเทศ อยู่ที่นักการเมืองเท่านั้น อำนาจทุกอย่างอยู่ที่นักการเมือง….อย่าหลงประเด็น
    ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงรัฐบาลว่า ต้องไม่ใช้ความรุนแรงกับนักศึกษา และหยุดคุกคามทุกรูปแบบ พร้อมทั้งแสดงความเสียใจต่อการแสดงความเห็นก่อนหน้านี้ว่า นับวันคุณหญิงสุดารัตน์ยิ่งทำให้ประชาชนสิ้นศรัทธา ทำได้ทุกอย่างเพื่อหวังผลทางการเมือง
    วันก่อนออกมาเตือนนักศึกษาว่าอย่าก้าวล่วงสถาบันฯ แต่พอถูกนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำนักศึกษาถอนหงอก ก็กลับลำมาปั้นหน้าเศร้าขอโทษนักศึกษา ทั้งๆ ที่การเตือนว่าอย่าก้าวล่วงสถาบันฯ นั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ที่ผ่านมาเอาแต่โจมตีรัฐบาลว่าโลเล แต่ครั้งนี้คงพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าคุณหญิงสุดารัตน์ต่างหากที่โลเล เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แล้วแบบนี้จะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างไร
         "ข้อเรียกร้อง 10 ข้อเป็นการกระทำที่จาบจ้วงละเมิดสถาบันฯ ผิดกฎหมายชัดเจน จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วที่คุณหญิงสุดารัตน์จะไม่เห็นดีเห็นงามด้วย อย่างไรก็ตาม อยากบอกคุณหญิงสุดารัตน์อีกสักครั้งว่า รัฐบาลนี้ไม่เคยคุกคามหรือใช้ความรุนแรงกับนักศึกษา ขอให้ทุกฝ่ายเลิกใส่ร้ายรัฐบาล หรือจ้องผสมโรงกับม็อบได้แล้ว"
         นายธนกรกล่าวอีกว่า กรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า แสดงความมั่นใจว่า 10 ข้อเรียกร้องของนักศึกษาไม่ทำให้เสียแนวร่วม เพราะมีนักวิชาการและดาราเห็นด้วยจำนวนมากนั้น คนไทยทั่วประเทศไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน เพราะสถาบันเป็นที่รักและศรัทธาของคนไทย ตนเคยบอกแล้วว่า 3 ข้อเรียกร้องของนักศึกษาเมื่อเริ่มแรกนั้นพอเข้าใจได้ แต่ 10 ข้อเรียกร้องนั้นก้าวล่วงสถาบันและผิดกฎหมาย
    "ผมได้ยินมาว่า แม้แต่ ส.ส.ก้าวไกลเอง หลายคนก็ไม่เห็นด้วย คุณธนาธรเองก็พึ่งพระบรมโพธิสมภารจนถึงวันนี้ ดังนั้น เกิดเป็นคนไทยต้องรู้คุณแผ่นดิน ผมเห็นด้วยที่ทุกฝ่ายจะเปิดเวทีทำความเข้าใจกับนักศึกษา และเชื่อว่านักศึกษาส่วนใหญ่จะเข้าใจ ขอให้คุณธนาธรคิดใหม่ แล้วช่วยไปทำความเข้าใจกับน้องๆ นักศึกษา ประเทศชาติจะได้เดินหน้าไปได้ และไม่มีความขัดแย้งอีก" นายธนกรกล่าว
    ด้านนายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ สมาชิกกลุ่ม กทม. พรรคเพื่อไทย  แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตอบโต้นายธนกรว่า การพูดของนายธนกร น่าจะเป็นการพูดเพื่อสร้างเครดิต หวังผลทางการเมืองเพื่อจะได้กลับมามีตำแหน่งในรัฐบาลเช่นกัน ทุกคนทราบดีว่าตอนนี้นายธนกรไม่มีตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาล จึงพยายามพูดสร้างผลงาน เพื่อเดินไปสู่ตำแหน่งโฆกรัฐบาล ตนเข้าใจถึงบริบท แต่อยากบอกนายธนกรว่า การที่คุณหญิงสุดารัตน์ออกมาเตือนน้องๆ นักศึกษา เพราะเห็นว่ามันล่อแหลม อาจจะเกิดอันตรายได้ เหมือนเราเห็นเด็กแว้นขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยความคึกคะนอง
นปช.เตือนมุ้งมิ้ง
       "เราเป็นห่วงว่าอาจเกิดอันตรายเราก็ออกมาเตือน เมื่อเด็กบอกว่าไม่ต้องมายุ่ง เราก็จะทำอย่างไร ก็คงตอบได้เพียงว่าขอโทษ มันไม่ใช่การโลเล แต่เป็นพฤติการณ์ที่คนเป็นผู้ใหญ่พึงทำ คนที่มีพฤติกรรมที่ยิ่งกว่าคุณหญิงสุดารัตน์ น่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีมากกว่า เพราะเมื่อวานบอกจะไม่คุกคามนักศึกษา จะเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นคนรุ่นใหม่ มาวันนี้เจ้าหน้าที่บุกจับแกนนำนักศึกษา อีกทั้งเตรียมบุกค้นห้องพัก หมายความว่าอย่างไร เคยบอกว่าจะไม่ปฏิวัติ แต่ก็ปฏิวัติ เคยบอกว่าจะไม่คุกคามเด็ก ก็คุกคาม บุกจับ อยากถามว่าพฤติกรรมนี้เขาเรียกว่าอะไร"
     นายพิพัฒน์ชัยกล่าวถึงกรณี ส.ส.เพื่อไทย จำนวน 32 คน เตรียมยื่นประกันตัวนักศึกษา หากถูกจับว่าเป็นการสร้างกระแส เอาใจม็อบหรือไม่ว่า พรรคเพื่อไทยไม่เคยปั่นม็อบน้องๆ ไม่เคยสร้างกระแส และไม่เคยคิดโหนกระแสกับเรื่องนี้ เพราะพรรคเพื่อไทยอยู่บนเวทีการต่อสู้เรียกร้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เรียกร้องความยุติธรรม ความเสมอภาค คู่ขนานกับคนเสื้อแดงมาตลอด เราจึงคิดว่าการต่อสู้ของพรรคเป็นรูปธรรม จึงไม่มีความจำเป็นใดที่ต้องทำเช่นนั้น และในฐานะที่เคยอยู่ในเวทีนั้นมาก่อน อะไรควรไม่ควรเราก็เตือนน้องๆเขาด้วยความรัก ด้วยความหวังดี และด้วยความเป็นห่วง หากเขาไม่เชื่อไม่ฟังเราก็ต้องปล่อย เพราะเขามีความคิดของเขา ถูกผิดต้องก็ต้องไปว่ากันตามกระบวนการกฎหมาย
        เขาเชื่อว่าเกมนี้รัฐบาลต้องดำเนินการจับกุมนักศึกษา เพราะต้องการสร้างความหวาดกลัวให้เกิดกับกระบวนการการชุมนุม  พรรคเพื่อไทยเขาจึงประกาศช่วยเหลือในการประกันตัว โดยเขาก็คงอ่านว่าการจับกุมแกนนำและผู้ร่วมชุมนุมน่าจะมีจำนวนมากกว่า 5-10 คน พรรคเพื่อไทยเขาจึงให้ ส.ส.จำนวน 32 คนเตรียมเอกสารการประกันตัวสำรองไว้
    "สุดท้ายอยากฝากว่า ทุกครั้งที่ผมให้สัมภาษณ์ บอกเสมอว่า ผู้ใหญ่จงมองเด็กอย่างมีเมตตา ส่วนเด็กก็แสดงความคิดก้าวหน้าได้ แต่อย่าก้าวร้าว การต่อสู้ใดก็ตามต้องเข้าใจสังคมที่เราอยู่ด้วย ความต้องการ การเปลี่ยนแปลงย่อมเกิดขึ้นได้ตามเวลา และเหตุผล แต่มันจะล้มเหลวด้วยอารมณ์และความคึกคะนอง" นายพิพัฒน์ชัยกล่าว
    ขณะที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีมีการจับกุมนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หนึ่งในแกนนำนักศึกษาว่า เรื่องนี้ต้องไปดูที่ข้อกฎหมายก่อน แต่กังวลว่าอาจจะเป็นการตอบโต้กันหรือไม่ เพราะนายพริษฐ์ก็เป็นผู้ที่เคลื่อนไหวอย่างหนักช่วงที่มีการจับกุมแกนนำนักศึกษาก่อนหน้านี้ หากมีการจับกุมผู้ที่มีลักษณะเช่นนี้ก็มีหลายคน ทำไมจึงเจาะจงจับกุมนายพริษฐ์ จึงต้องดูว่าการจับกุมตามข้อหาความผิดอาญามาตรา 116 อยู่ในขอบข่ายหรือไม่ แต่เมื่อมีหมายจับเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องดำเนินการ ซึ่งภาครัฐต้องพิจารณาเรื่องข้อกฎหมายให้ถ่องแท้ แต่ความรู้สึกประชาชนมีความสำคัญเขาอาจจะมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่ ตนเป็นห่วงตรงนี้
    ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า สถานการณ์จะบานปลายหรือไม่นั้น ไม่สามารถบอกได้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตก็เป็นลักษณะคล้ายๆ เช่นนี้ ซึ่งไม่อยากให้เกิดขึ้น และตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เคยรับปากไว้ว่าจะรับฟังกลุ่มนักศึกษาบ้าง แต่การกระทำยังไม่เกิด ตำรวจเขาก็ดำเนินการไป ตนไม่ทราบว่าเบื้องลึกเป็นอย่างไร อาจจะมีการกระซิบสั่งกันหรือไม่ เราไม่รู้ หากพูดไปก็ไม่มีข้อมูลที่แท้จริง จึงอยากให้ระมัดระวัง แต่ขออย่าได้มองผู้เห็นต่างป็นศัตรู เพราะจะทำให้เกิดปัญหาบานปลายในอนาคต แล้วจะยุ่งเหยิงกันไปหมด ดังนั้น เมื่อมีการชุมนุม รัฐบาลอย่าไปคิดว่าผู้เห็นต่างว่าเป็นศัตรู ทำอย่างไรก็แล้วแต่ ให้สถานการณ์เรียบร้อยเบาบาง และรับฟัง ถ้านายกฯ เปิดรับฟังทุกคนก็เชื่อท่าน ถ้าอยากรู้กลุ่มนักศึกษาคิดอย่างไรก็ควรเปิดรับฟัง ไม่ใช่อยู่เฉยๆ แล้วปล่อยให้เหตุการณ์บานปลาย
"สมพงษ์"แบ่งรับแบ่งสู้
    นายสมพงษ์กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณี ส.ส.พรรคเพื่อไทยเดินทางไปสังเกตการณ์การจับกุมนายพริษฐ์นั้น ไปในฐานะคณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน ในคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ที่มีการตั้งขึ้นมา
    เมื่อถามว่าที่ ส.ส.เพื่อไทยไปเพื่อสังเกตการณ์หรือสนับสนุน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยแบ่งรับแบ่งสู้ว่า การสนับสนุนคงไม่ใช่ แต่เราเห็นว่ามันไม่ถูกต้อง ก็อาจจะไปช่วยประกันตัวให้เขาออกมาแก้ต่าง และการแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้คงต้องส่งสัญญาณกันในสภาให้ประชาชนได้รับทราบ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 14 ส.ค. ที่เพจคณะก้าวหน้า - Progressive Movement นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ร่วมกันจัดรายการ "ก้าวหน้า Talk" โดยเป็นการพูดคุยถึงประเด็นร้อนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือกรณีการชุมนุมของประชาชน นิสิต นักศึกษา ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ และกำลังจะมีการชุมนุมใหญ่ ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมนี้ ขณะเดียวกันก็มีการคุกคาม ติดตาม และจับกุมตัวแกนนำนักศึกษา โดยล่าสุด นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ "เพนกวิน" นักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวแล้วนั้น
    นายปิยบุตรกล่าวว่า แปลกใจว่าศุกร์ที่แล้วเพนกวินปราศรัยหน้า สน.บางเขน ทำไมไม่จับ เลือกจับวันนี้ อย่างนี้อดคิดไม่ได้ว่าเจ้าหน้าที่คิดอะไรอยู่ การปฏิบัติหน้าที่อ้างทุกครั้งว่าทำตามกฎหมาย ทำตามหน้าที่ ไม่ทำมีความผิด มีผู้บังคับบัญชาสั่งมา แต่อยากบอกว่า ท่านกินภาษีประชาชน ผู้บังคับบัญชาท่านและระบอบที่สังกัดตอนนี้ไม่ยั่งยืนเสมอไป จะมีวันล่มสลายอย่างแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว
    "วันนั้นท่านอาจจะนึกเสียใจ นิสิต นักศึกษาเหล่านี้ไม่ใช่อาชญากรโดยสันดาน เขาเพียงแค่อยากมาเรียกร้อง ทนเห็นสภาพบ้านเมืองแบบนี้ไม่ไหว แต่ทำราวกับอาชญากรอย่างนี้ คนก็อดเปรียบเทียบคดีคุณบอส อยู่วิทยา ไม่ได้ ถ้าเจ้าหน้าที่ขยันกวดขันกันมากกว่านี้ก็คงหนีไม่ทัน แต่กับนักศึกษาตามทุกฝีก้าว สังคมกำลังตั้งคำถามถึงมาตรฐานกระบวนการยุติธรรม" นายปิยบุตร กล่าว
    นายปิยบุตรกล่าวด้วยว่า เมื่อดูรายละเอียดทั้ง 10 ข้อเสนอเพิ่มเติมนั้น ไม่มีตรงไหนที่บอกว่าเป็นเรื่องล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเพียงการแก้กฎหมายที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้น ไม่ได้พูดเรื่องว่าประเทศไทยจะกลายเป็นสาธารณรัฐ แต่ยืนยันว่าประเทศไทยจะยังเป็นราชอาณาจักรอยู่ต่อไป ยังมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสืบทอดทางสายโลหิตอยู่ต่อไป และเท่าที่ฟังข้อเสนอเหล่านี้ เขาก็พูดชัดว่าต้องการทำเพื่อธำรงสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มั่นคงอยู่คู่กับประชาธิปไตย นี่คือแก่น ส่วนการที่ไม่สบายใจในรูปแบบท่าทีบนเวที ก็ต้องใช้วิธีอื่นตักเตือนหรือเชิญมาพูดคุย ไม่ใช่กวาดล้างปราบปราม
    ขณะที่นายธนาธรกล่าวว่า จินตนาการระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของผู้คนนั้นไม่ตรงกัน ถึงใช้คำเดียวกัน แต่ความหมายไม่ตรงกัน ดังนั้น จะทำให้ตรงกันได้ต้องคุยกัน และยืนยันว่าการพูดคุยกันเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่อาชญากรรม เพราะไม่อย่างนั้นเริ่มคุยกันไม่ได้
       "การทำให้การพูดเรื่องนี้ปลอดภัย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม การพูดเรื่องที่เป็นปัญหาที่กระอักกระอ่วนใจต้องทำได้อย่างเป็นสาธารณะ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายกระหายเลือดนำมาใช้โจมตีตลอดเวลา ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องพยายามทำให้การพูดเรื่องนี้ปลอดภัย ด้วยการพูดเยอะๆ อย่างมีเหตุผล โดยไม่ใช้ท่าทีที่ทำให้ฝ่ายอนุรักษนิยมไม่สบายใจ สังคมไทยก็จะสามารถเผชิญความจริง สังคมไทยจะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีวุฒิภาวะมากขึ้น ต้องเผชิญหน้าความจริงอันกระอักกระอ่วนอย่างตรงไปตรงมา มีแต่วิธีนี้เท่านั้นที่จะพาสังคมไปสู่ทางออกที่เป็นรูปธรรมได้" นายธนาธรกล่าว.
    

 


ก็พลอยปีติยินดีไปด้วย......กับพี่น้องชาวใต้ "นราธิวาส-ปัตตานี-ยะลา-สงขลา" ที่มีโอกาสได้รับเสด็จ"สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" พระผู้ซึ่งเป็นแก้วตา-ดวงใจของมวลพสกนิกรไทยทั้งมวล

ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน
ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'