‘ฝ่ายค้าน’ชงแก้รธน. เปิดช่อง‘มุ้งมิ้ง’ร่วม!


เพิ่มเพื่อน    

 

ฝ่ายค้านเล่นบทพระเอก เตรียมยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ 17 ส.ค.นี้ หวังยุติความขัดแย้ง "สมพงษ์" เผยสวยหรูจะดึงประชาชนเข้าร่วม สร้างพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัยเพื่อช่วยกันแสวงหาคำตอบว่าสิ่งใดคือหนทางออกที่ดีที่สุด ด้าน "ทวี" เปิดช่องให้คนอายุ 18 ปีขึ้นไปร่วมเขียนรัฐธรรมนูญ

    เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ออกแถลงการณ์ระบุว่า สถานการณ์ของสังคมไทยขณะนี้กำลังต้องการสติปัญญาและเหตุผลในการพิจารณาปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับประเทศ สิ่งที่สำคัญคือสังคมควรเปิดใจรับฟังมุมมองความคิดเห็นทัศนะที่แตกต่างร่วมกัน ยืนยันว่าการประณามและการข่มขู่คุกคามความเห็นที่แตกต่างนั้น ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์ ท่าทีของนักเรียนนักศึกษาเยาวชนที่เกิดขึ้น คือการสะท้อนความคิดเห็นความหวังที่อยากจะเห็นอนาคตประเทศ แม้ว่าบางประเด็นที่นำเสนออาจก่อให้เกิดความไม่สบายใจในบางส่วนของสังคม การแลกเปลี่ยนกับความเห็นที่แตกต่างอย่างสันติ และการเปิดใจรับฟังอย่างจริงใจเท่านั้น จึงจะนำไปสู่การสร้างทางออกของปัญหา และนำไปสู่การยุติข้อขัดแย้งได้ในที่สุด
         ผู้นำฝ่ายค้านฯ ระบุว่า อยากให้ทุกฝ่ายยึดมั่นตามหลักเหตุผลร่วมกัน สร้างพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัยเพื่อช่วยกันแสวงหาคำตอบว่าสิ่งใดคือหนทางออกที่ดีที่สุด ต้องหลีกเลี่ยงอย่างเต็มที่กับความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาด้วยความรุนแรงทุกรูปแบบ โดยเฉพาะต่อเยาวชน หากปล่อยให้เกิดการใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะในรูปแบบใด รังแต่จะสร้างความแตกแยกและนำไปสู่การสูญเสียที่มากมายเกินคาดคิด ซึ่งจะทำให้ประเทศเผชิญกับวิกฤติหนักมากขึ้น
    ทั้งนี้ รัฐบาลและกลไกของรัฐต้องยุติการมองความเห็นต่างเป็นศัตรู ถือเป็นภัยคุกคามที่จะต้องถูกกำจัดและจัดการ เพราะการกระทำเช่นนั้นรังแต่จะสร้างปัญหาและความกดดันทางสังคมที่ไม่รู้จบ นายกรัฐมนตรีควรทำให้ได้จริงตามที่ได้ประกาศไว้ที่ว่าจะรับฟังความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ โดยเมื่อท่านพูดคนจะฟัง เมื่อท่านทำคนจะเชื่อ
        นายสมพงษ์ระบุด้วยว่า ในวันที่ 17 ส.ค.นี้ พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านจะร่วมกันกับเพื่อนสมาชิกในรัฐสภาเพื่อยื่นญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกันสร้างกฎกติกาใหม่เพื่อให้เกิดสมดุลของความต้องการของทุกภาคส่วนของสังคม อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันสร้างทางเลือกและทางออกให้สังคมไทยร่วมกัน
    ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานฝ่ายค้านเพื่อประชาชน กล่าวถึงแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะยื่นญัตติด่วนต่อสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 17 ส.ค.นี้ว่า พรรคฝ่ายค้านได้ประชุมและเห็นว่ากติกาการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยาก ดังนั้นจะเริ่มจากการแก้ในหมวดการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ก่อน เพื่อเป็นหลักประกันให้ประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญเพื่้อให้แก้ง่าย และควรมีสักหมวดหนึ่งสำหรับการจัดทำ ที่จะต้องให้เจ้าของอธิปไตยคือประชาชนทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม คล้ายๆ กับสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร.ปี 2540
    "จากที่คุยกันเห็นว่าควรจะให้มีคนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเข้ามามีส่วนในการจัดทำรัฐธรรมนูญด้วย เพราะเป็นเรื่องของคนทุกคน เป็นกติการ่วมกัน"
    เลขาธิการพรรคประชาชาติกล่าวว่า ในวันที่ 17 ส.ค. ที่จะยื่น เราได้คุยกันแล้ว และจะส่งร่างนี้ขึ้นไป ส่วนแนวความคิดที่เราเห็นตรงกันคือรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย เช่นในมาตราสุดท้าย ที่รับรองประกาศและคำสั่ง คสช.ทั้งหมดไว้ ซึ่งเราต้องยอมรับว่าทั้งหมดนี้จะทำให้เกิดการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้งที่กฎหมายได้รับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปลงโทษย้อนหลังกับกลุ่มคนดังกล่าว
    พ.ต.อ.ทวียังเผยว่า การแก้ไขเกี่ยวกับ ส.ว.นั้น ยังไม่ได้ข้อยุติ เพราะความเห็นยังไม่ตรงกัน บางคนเห็นว่า ส.ว.ไม่ควรมีสิทธิเลือกนายกฯ อีก ขณะที่บางคนเสนอให้ยกเลิก ส.ว.
    เมื่อถามว่า สถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ ที่มีการชุมนุมของนักศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเป็นทางออกหรือไม่
    เลขาธิการพรรคประชาชาติตอบว่า รัฐธรรมนูญเป็นปัญหาหนึ่ง ส่วนใหญ่คงอำนาจของคณะปฏิวัติไว้ แม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเขียนรับรองสิทธิเสรีภาพการชุมนุมของประชาชนไว้ จะต้องเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย หรือไม่เป็นอันตรายต่อรัฐ ซึ่งคำว่ารัฐ ก็ไม่ได้นิยามว่าคือใคร
    ถามย้ำจุดยืนของ 6 พรรคฝ่ายค้านในการแก้รัฐธรรมนูญ ที่จะไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 จะเหมือนเดิมหรือไม่ หลังมีการถกเถียงในประเด็น 10 ข้อเรียกร้องของนักศึกษา พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ในรัฐธรรมนูญกำหนดแล้วว่าเราจะต้องยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประเทศไทยต้องเป็นรัฐเดียว ซึ่งในจุดนี้เราไม่ได้มาคุยกัน ซึ่งเรามีร่างเดิมไว้อยู่แล้ว แต่เราก็ต้องยืนยันในประเด็นนี้อยู่
    ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า สัปดาห์นี้ในฐานะคนว่างงานแต่ห่วงใยบ้านเมือง มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกับอดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 2 ครั้ง ครั้งแรกใช้เวลาคุยกันนานเกือบ 3 ชั่วโมง แต่หลังจากนั้นยังมีข้อสงสัยอีกจึงขออนุญาตพบและกินกาแฟคุยกับท่านอีกครั้ง ครั้งนี้ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ซึ่งท่านก็ใจดีให้โอกาสได้ซักถามเต็มที่ บางเรื่องอาจเป็นเกร็ดประวัติศาสตร์ทางการเมืองไปแล้ว
    เขาเผยว่า ได้ถาม 2 ข้อใหญ่ๆ 1.เหตุผลการประกาศไม่สนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตอนที่ทำประชามติ 2.เหตุผลการประกาศไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ (จันทร์โอชา) เป็นนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งท่านต้องตัดสินใจลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
       "คำถามของผม 2 ข้อนี้ ท่านอธิบายยาว แต่สุดท้ายสรุปลงว่าทั้ง 2 ข้อนั่นแหละที่ท่านคิดว่าจะทำให้ประเทศเดินมาถึงจุดนี้ และวันนี้ก็เดินมาถึงจุดนี้จริงๆ"
        นายนิพิฏฐ์ระบุว่า ที่ไม่ได้ถาม แต่นายอภิสิทธิ์แถมให้ คือตอนที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี มีการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ท่านอยู่ที่ราบ 11 กับพลเอกอนุพงษ์ (เผ่าจินดา) และพลเอกประยุทธ์ ท่านบอกทั้ง 2 ท่านว่าอนาคตข้างหน้าหากมีความขัดแย้งทางการเมือง ทหารอย่ายึดอำนาจเด็ดขาด เพราะจะทำให้ระบบพังทั้งระบบ ตอนท่านเป็นนายกรัฐมนตรีท่านจึงประคับประคอง และไม่สร้างเงื่อนไขให้มีการยึดอำนาจ
         "ท่านถามผมว่ามีความเห็นอย่างไร ความคิดท่านผิดหรือถูก ก็แย้งมาได้ ผมตอบสั้นๆ ว่าความคิดท่านล้ำหน้าเกินไป ท่านเดินล้ำหน้ามวลชน มวลชนตามไม่ทัน ผมถอนหายใจ ยกกาแฟขึ้นดื่มยกมือไหว้ แล้วลาท่านกลับ" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุ.


ก็พลอยปีติยินดีไปด้วย......กับพี่น้องชาวใต้ "นราธิวาส-ปัตตานี-ยะลา-สงขลา" ที่มีโอกาสได้รับเสด็จ"สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" พระผู้ซึ่งเป็นแก้วตา-ดวงใจของมวลพสกนิกรไทยทั้งมวล

ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน
ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'