3 ดีไซเนอร์ไทยดึงเสน่ห์ผ้าไหมบ้านตุ้มทองบุรีรัมย์


เพิ่มเพื่อน    

   

 

      ผ้าไหมไทยนับว่ามีความงดงามและมีคุณค่าทั้งในแง่ของภูมิปัญญาที่ส่งทอดมายังรุ่นต่อรุ่น ลวดลายที่มีความหมายและสวยงาม ฝีมือในการทักทอ ไปตลอดจนกระบวนการเลี้ยงไหม สาวไหม ย้อมเส้นไหม ที่ทุกขั้นตอนมีความพิถีพิถัน โดยเฉพาะที่ภาคอีสาน ที่ถือว่าเป็นแหล่งผ้าไหมที่สำคัญ อีกทั้งในแต่ละจังหวัดยังมีความเอกลักษณ์โดดเด่นที่แตกต่างกัน ทำให้ผ้าไทยมีเสน่ห์ ซึ่งในปัจจุบันในวงการแฟชั่นดีไซเนอร์จากแบรนด์ดังหรือดีไซเนอร์รุ่นใหม่ก็หันมาสนใจดีไซน์ผ้าไหมให้ใส่ง่ายในทุกเพศทุกวัย และได้ทุกโอกาสมากยิ่งขึ้น 

     ล่าสุด ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT)  จัดนิทรรศการและจำหน่ายผ้าไทย “ICONCRAFT Thai Textile Heroes”  โดยภายในงานมีไฮไลท์จาก  3 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชื่อดัง อาทิ  ASAVA, Hook’s by Prapakas และ WISHARAWISH ที่ได้ร่วมทำงานกับกลุ่มทอผ้าพื้นบ้านไทยบ้านตุ้มทอง จ.บุรีรัมย์ ออกแบบนำเสนอชุดที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ผสมผสานระหว่างลายผ้าประจำบ้านตุ้มทอง และสไตล์ของแต่ละแบรนด์รวมทั้งหมด 8 ชุด และอีก 2 ชุดไทยโดยศิลปินครูศิลป์ของแผ่นดินโดย มีชัย แต้สุจริยา แห่งบ้านคำปุน จ.อุบลราชธานี  และ วีรธรรม ตระกูลเงินไทย แห่งบ้านจันทร์โสมา จ.สุรินทร์ และคอลเลคชั่นกระเป๋าผ้าไหมไทยสุดพิเศษจาก แบรนด์ Sirivannavari Bangkok ที่มีเพียง 35 ใบเท่านั้น  ที่ออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ (Creative Director)   Sirivannavari Bangkok Craftsmanship Showcase ซึ่งพระองค์ทรงพระราชทานผ้าไหมไทยส่วนพระองค์ ที่เป็นผ้าไหมพื้นเมืองจากกลุ่มผู้ทอผ้าต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนและสร้างรายได้ให้กลุ่มผู้ทอผ้าด้วย 

 

กระเป๋าผ้าไหมไทยสุดพิเศษจาก แบรนด์ Sirivannavari Bangkok

 

          นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการผ้าของชุมชนบ้านสวาย จังหวัดสุรินทร์ ที่วัฒนธรรมการทอผ้ามายาวนานหลายร้อยปี ที่มีจุดเด่นอยู่ที่กรรมวิธีการทอที่สลับซับซ้อนมีความยาก ต้องใช้ความสามารถ และอาศัยทักษะความชำนาญในการทอ โดยเฉพาะการทอผ้าไหมมัดหมี่ยกดอก หรือกลุ่มทอผ้าตุ้มทอง บ้านนาโพธิ์ จ. บุรีรัมย์ ที่ก่อตั้งโดย คุณแสงเดือน จันทร์นวล เน้นสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจให้กับชุมชน ด้วยการผลิตผ้าไหมจากภูมิปัญญาของชาวบ้านในชุมชน ผลิตสินค้าเกี่ยวกับไหมทุกชนิด ส่งไปยังตลาดธุรกิจผ้าไหที่กำลังซื้อสูง ของแบรนด์ชั้นนำ จำหน่ายทั่วไปทั้งในและต่างประเทศทั่วโลก โดยงานจะจัดเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้ - 30 สิงหาคม 2563 ณ โซนไอคอนคราฟต์ ชั้น 4-5 ไอคอนสยาม 

      สุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ในการจัดนิทรรศการครั้งนี้นอกจากจะเป็นการนำเสนอภูมิปัญญาและความสวยงามของผ้าไหมไทยแล้ว อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมและสนับสนุนงานผ้าไหมเสมอมา จนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทั้งนี้ทางภาครัฐก็ได้มีแนวทางในการกระตุ้นการส่วมใส่ผ้าไทย เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านที่ทอผ้า ซึ่งกลไกสำคัญคือการรังสรรค์ออกแบบผ้าไทย โดยดีไซเนอร์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ให้มีตอบโจทย์ตามยุคสมัย แต่ยังคงความเป็นภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ดั้งเดิม เพื่อให้ตลาดผ้าไทยได้ขยายวงกว้างและมีความยั่งยืน

 

นิทรรศการผ้าของชุมชนบ้านสวาย จังหวัดสุรินทร์

 

     ปารีสา จาตนิลพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท สยามพิวรรธน์ รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า  จุดประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ ที่ได้เหล่าดีไซเนอร์ผ้าไทยรุ่นครูและดีไซน์เนอร์จากแบรนด์ดัง มาช่วยกันรังสรรค์ผลงานผ้าไทยสุดวิจิตรมาจัดแสดงให้ชมกัน เพื่อให้ผ้าไทยได้เกิดค่านิยมในการสวมใส่ และเป็นแรงบันดาลใจกับเหล่าดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ในการออกแบบชุดผ้าไหมไทยจาก ภายในงานก็จะมีทั้งนิทรรศการ ผลงานผ้าไทย กระเป๋าผ้าไหมไทยสุดพิเศษจาก แบรนด์ Sirivannavari Bangkok และผ้าผืน แบรนด์ดังมาร่วมจำหน่ายภายในงาน อาทิ Bantrokkhae กลุ่มทอผ้าบ้านตรอกแค ผ้าพื้นเมืองเอกลักษณ์ของท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช, Mantra  ผ้าที่เน้นอนุรักษ์ลายโบราณ เน้นความประณีต เทคนิคโบราณต่างๆ และส่งเสริมการใช้สีธรรมชาติ, Khwan มูลนิธิขวัญชุมชนจากอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์  ผ้าไหมทอมือย้อมสีธรรมชาติ สร้างสรรค์ภูมิปัญญา  และ SilkFusion ผ้าไหมแต้มหมี่ การพัฒนาเพื่อให้เกิดความแตกต่างจากงานมัดหมี่ดั้งเดิม เป็นต้น ให้ผู้ที่สนใจและชื่นชอบผ้าไหมไทยได้เลือกอุดหนุนมากมาย

      สุทธิรัตน์ แก้วอาภรณ์ ภัณฑารักษ์ กล่าวเสริมว่า ได้คัดเลือกผ้าจากกลุ่มทอผ้าตุ้มทอง บ้านนาโพธิ์ จ. บุรีรัมย์ ให้กับทั้ง 3 แบรนด์ที่ได้เข้าร่วมออกแบบผ้าไทย เพราะกลุ่มที่นี่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงการทอผ้าที่มีทั้งในกลุ่มคนรุ่นเก่า คือ รุ่นแม่ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ คือรุ่นลูก และอีกทั้งเส้นใยผ้าไหมนี้ยังเป็นไหมพื้นบ้าน สาวด้วยมือ ซึ่งยังใช้กระบวนการทำแบบดั้งเดิม ผสมผสานกับการมัดลายแบบสมัยใหม่ ที่เป็นลายไม่มีทิศทาง มีความใหญ่ของลาย แต่มีความลงตัวและสวยงาม กลายเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่ อีกทั้งเรายังได้ทำงานร่วมกันกับชาวบ้านโดยการส่งนิตยสารแฟชั่นไปให้ดู เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบลายให้ร่วมสมัยมากขึ้นด้วย 

 

ชุดผ้าไทยจากแบรนด์ WISHARAWISH  และแบรนด์ ASAVA

 

    ด้าน พลพัฒน์ อัศวะประภา เจ้าของแบรนด์ ASAVA  ที่ได้ออกแบบ ASAVA Customized Thai Silk Halterneck Dress 3 ชุด เล่าว่า จากที่ได้นำผ้าไทยมาออกแบบในงานเสื้อผ้ามากว่า 10 ปี เพื่อทำให้ผ้าไทยมีความร่วมสมัยและไม่ได้เป็นทางการมากนัก อีกทั้งยังได้เข้าใจถึงกรรมวิธีการทอผ้าภูมิปัญญาของชุมชน ทำให้งานของเรามีความโดดเด่นและงดงาม อย่างชุดที่ได้ออกแบบในนิทรรศการเป็นผ้าจากกลุ่มทอผ้าตุ้มทอง  จ.บุรีรัมย์ อย่าง ชุดกระโปรงยาวคล้องคอผ้าไหมมัดหมี่ตกแต่งด้วยพู่ ที่จะนำเสนอความงดงามของลวดลายผ้าไหมมัดหมี่ ที่สร้างสรรค์จากฝีมือชาวนาชาวไร่ ที่ใช้เส้นไหมพื้นบ้านสาวมือ ย้อมสีน้ำเงิน มัดลายอันเป็นเอกลักษณ์ ตัดเย็บในรูปแบบชุดกระโปรงยาวคล้องคอประดับตกแต่งด้วยพู่ผ้าไหมย้อมสี ชูความงดงามของลวดลายผ้าอันเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของไทย ซึ่งในการพัฒนาดีไซน์ผ้าไทยในแบบต่างๆอาจจะทำให้คนเห็นมุมมองต่างๆในการสวมใส่ผ้าไทย และมีค่านิยมเพิ่มมากขึ้น 

      ประภากาศ อังศุสิงห์ เจ้าของแบรนด์ HOOK’s by Prapakas เล่าว่า ได้ผ้าไหมมัดหมี่ลายสร้างสรรค์ จากกลุ่มทอผ้าตุ้มทอง จากจุดเด่นอยู่ที่เส้นไหมพื้นบ้านสาวมือ ย้อมสีน้ำเงินมัดลาย และสีเปลือกมังคุดด้วยเทคนิคสร้างสรรค์ ทำให้เกิดลวดลายที่สวยงาม หรือการนำมาผสมผสานกับผ้า ซึ่งทั้งสองชุดที่เราได้ออกแบบต้องตีโจทย์ผ้าไทยให้ไม่จำเจ และนำเสนอรูปแบบที่ร่วมสมัย ที่คนทุกวัยสามารถสวมใส่ได้ทั้งทำงาน เที่ยว หรือกิจกรรมอื่นๆ และแบรนด์ WISHARAWISH 3 ชุด ที่นำเสนอความเรียบง่ายให้กับผ้าไหมไทย จากกลุ่มทอผ้าตุ้มทอง โดยนำจุดเด่นอยู่ที่เส้นไหมพื้นบ้านสาวมือ ผสมผสานเทคนิคการมัดหมี่สร้างลวดลายกราฟิคจากภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสานใต้ และออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานที่สามารถสวมใส่ได้หลายวาระโอกาสรวมถึงความสบายของผู้สวมใส่เป็นหัวใจสำคัญ

     ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการผ้าไทยและงานจากช่างฝีมือไทยทั้งงานศิลปะ ประติมากรรม, ของตกแต่งบ้าน, จาน ชาม เซรามิก, และเครื่องประดับที่มีดีไซน์ เป็นต้น  ได้ที่ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4-5  ไอคอนสยาม สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ www.iconsiam.com     

 

 

 


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ