สรุปผลสอบ! ตำรวจ 4 กลุ่ม 28 นายเซ่นคดีบอส


เพิ่มเพื่อน    

21 ส.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า หลังจากคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง คดีวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ชุดตำรวจ ซึ่งมี พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน ได้ขอขยายเวลาการสอบสวนเพิ่มอีก 10 วัน โดยครบกำหนดการขยายเวลาสอบสวนวันนี้  21 ส.ค.

มีรายงานว่าคณะกรรมการฯ ได้ช่วยกันเร่งสรุปผลการสอบสวนให้เสร็จตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา และตรวจทานในช่วงเช้าวันนี้ (21 ส.ค.) ก่อนเสนอต่อพล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผบ.ตร. ในวันเดียวกัน เพื่อสั่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาข้อบกพร่อง และชี้มูลความผิดที่ปรากฎ

ส่วนเหตุผลที่คณะกรรมการจำเป็นต้องขอขยายเวลาสอบสวนส่วนหนึ่ง มาจาก พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ส่งเอกสารชี้แจงเป็นครั้งที่ 2  เนื่องจากมีรายละเอียดบางอย่างที่ต้องชี้แจงต่อคณะกรรมการเพิ่มเติม อาทิ กระบวนการพิจารณาทำความเห็นที่ใช้ระยะเวลานานกว่า 3 เดือน ซึ่ง พล.ต.ท.เพิ่มพูน ยังคงยืนยันการใช้ดุลยพินิจไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดของอัยการ เป็นไปอย่างถูกต้องทุกประการ

มีรายงานด้วยว่า พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. ได้ส่งเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร 3-4 หน้ากระดาษ ชี้แจงต่อคณะกรรมการ กรณี พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น พาดพิงว่ามีการใช้ห้องประชุมกองพิสูจน์หลักฐาน พบกับ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี อาจารย์สายประสิทธิ์ เกิดนิยม และ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. เพื่อพูดคุยสูตรคำนวณความเร็ว จนเป็นที่มาของการเปลี่ยนแปลงความเร็ว รถยนต์ของนายวรยุทธ 

โดย พล.ต.อ.มนู ยืนยันว่ามีการพบกันในห้องประชุมของ พฐ. จริง แต่ พล.ต.อ.สมยศ ไม่ได้เดินทางมาด้วย  และด้วยความรอบคอบ พล.ต.อ.มนู ในฐานะผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจในขณะนั้น ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานในขณะนั้น พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิวัฒน์ ผู้กำกับในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ เข้าร่วมรับฟังด้วย ส่วน พล.ต.อ.มนู ไปประชุมและทำภารกิจตามปกติ คณะกรรมการได้เก็บข้อมูลการชี้แจงนี้เสนอต่อ ผบ.ตร. ด้วย

มีรายงานข้อมูลสำคัญว่าการพิจารณาข้อบกพร่องของคณะกรรมการชุดตำรวจได้คัดแยกตำรวจที่มีความบกพร่องในคดีนายวรยุทธ ออกเป็น 4 กลุ่ม โดยบางนายถูกพิจารณาข้อบกพร่องหลายประเด็น

กลุ่มที่ 1 จำนวน 11 นาย เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวน ซึ่งมีจำนวน 2 ชุด บางนายเคยถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดไปแล้ว เช่น พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนในวันเกิดเหตุ ผู้กำกับ สน.ทองหล่อ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนในขณะนั้น และรองผู้กำกับ สน.ทองหล่อ ในฐานะที่กำกับดูแล พ.ต.อ.วิรดล ข้อบกพร่องที่พบ เช่น ไม่ตรวจปัสสาวะผู้ต้องหา ซึ่งเป็นประเด็นที่ ป.ป.ช. ยังไม่ได้ชี้มูลความผิด หรือกรณี ผู้ต้องหามอบตัวแล้วกลับให้ประกันตัวออกไป

กลุ่มที่ 2 จำนวน 9 นาย โดย 6 นาย เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาระดับรองผู้บังคับการ ถึง ผู้บัญชาการ ในช่วงปี 2559-2560  ได้แก่ ,อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในช่วงกลางปี 2559
,อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในช่วงต้นปี 2560 ,อดีต รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล คุมงานสอบสวน , อดีตรอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ควบคุม บก.น. 5 ,อดีต ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ,อดีต รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ข้อบกพร่อง ฐานเป็นผู้บังคับบัญชา ปล่อยปละละเลยไม่ใส่ใจ เนื่องจากพนักงานอัยการ มีหนังสือเร่งรัดให้ออกหมายจับ และส่งตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี แต่อดีตผู้บังคับบัญชาในกลุ่มนี้กลับไม่ดำเนินการออกหมายจับนายวรยุทธ ข้อหาชนแล้วหนี จนเป็นหมายเหตุให้นายวรยุทธ เดินทางออกนอกประเทศ เมื่อ 25 เม.ย.2560  และอีก 3 นาย คือ  พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ผู้กำกับ สน.ทองหล่อ (ในขณะนั้น) รองผู้กำกับ คุมงานสอบสวน (ในขณะนั้น) ข้อบกพร่อง คือไม่ส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจปัสสาวะ ในทันทีหลังเกิดเหตุ

กลุ่มที่ 3 จำนวน  4 นาย ได้แก่พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น, พ.ต.อ.วิวัฒน์ (ผู้บังคับบัญชาของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์),พล.ต.ท.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข, รองผู้บังคับการ กองพิสูจน์หลักฐาน (กำกับดูแล พ.ต.อ.ธนสิทธิ์) ข้อบกพร่อง คือกลับคำให้การเรื่องความเร็วรถยนต์ จนเป็นจุดพลิกคดี

กลุ่มที่ 4 จำนวน 4 นาย คือ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี  ผู้กำกับ สน.ทองหล่อ (ปี 2559 - 2560) รองผู้กำกับ สน.ทองหล่อ (ปี 2559-2560) พนักงานสอบสวน (ลงนามในหนังสือที่ส่งถึงอัยการแทนผู้กำกับ) ข้อบกพร่อง คือปรากฎหลักฐานว่ามีการลงวันที่สอบสวน พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ 2 วัน แต่ข้อเท็จจริงคือมีการสอบสวนเพียง 1 วัน

มีรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า นายตำรวจที่เกี่ยวข้องหลายนายเกษียณราชการไปแล้ว เช่น ผบช.น. จะลงโทษได้หรือไม่ กรณีนี้หาก ผบ.ตร.มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงขึ้นมาแล้วสอบสวนพบมูลความผิดจริง ก็สามารถสั่งลงโทษย้อนหลังได้

ส่วน พล.ต.ท.เพิ่มพูน ก่อนหน้านี้สอบสวนไม่พบข้อบกพร่องกรณีไม่แย้งคำสั่ง ไม่ฟ้องเด็ดขาดของอัยการ อีกทั้งมีรายงานว่า คณะกรรมการมีความเห็นไม่เสนอ ผบ.ตร.ตั้งกรรมการสอบแล้วเช่นกัน   เนื่องจากเห็นว่า ‘พล.ต.ท.เพิ่มพูน ได้ใช้ดุลยพินิจโดยสมบูรณ์รอบคอบตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนขณะนั้น’ กรณี พล.ต.ท.เพิ่มพูน จึงจบแค่ชั้นสอบสวนของชุด พล.ต.อ.ศตวรรษ


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"