แฉความเชื่อมโยงม็อบชู 3 นิ้ว-ผูกโบขาว ปลุกรีบดึงลูกหลานกลับคืนมา


เพิ่มเพื่อน    

  

22 ส.ค.63 - นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้ เด็กมัธยมเข้าแถวชูสามนิ้ว ผูกโบขาวต่อต้านเผด็จการลามไปหลายโรงเรียนทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด เป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิด มีผู้วิเคราะห์ไว้หลายสาเหตุ ผมไม่คิดว่าเป็นเหตุการณ์ปกติในสังคมไทยเชื่อมโยงไปกับเหตุการณ์ที่เคยเกิด เช่นกรณีเนติวิทย์เมื่อหลายปีก่อน และสอดรับกับแนวคิดของพรรคก้าวไกลและกลุ่มก้าวหน้าของแกนนำพรรคอนาคตใหม่เดิม เมื่อโยงไปถึงปรากฎการณ์ในการเลือกตั้งสส.ทั่วประเทศที่มีกระแสเลือกคนรุ่นใหม่จากพรรคอนาคตใหม่ จึงคิดว่าเป็นเรื่องต่อเนื่อง

มีผู้วิเคราะห์ว่ามีต่างชาติโดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจหนุนอยู่เบื้องหลัง แม้จะเชื่อว่าถ้ามีเหตุการณ์ลุกลามถึงกับเสียเลือดเนื้อแล้วต่างชาติจะได้ประโยชน์เหมือนในตอ.กลาง แต่ก็ไม่มีหลักฐานชัดเจนนอกจากการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์สร้างความโกรธแค้นให้กับคนไทยทั้งประเทศที่จงรักภักดี เสี่ยงต่อเหตุการณ์ซ้ำรอย 6 ต.ค.19

ที่น่าเชื่อคือการใช้สื่อ Social media ให้เป็นประโยชน์ ในการปลุกกระแสชุมนุม การนัดหมาย และแสดงสัญญลักษณ์ให้พร้อมเพียงกันเป็นตัวเรียกการชุมนุม

การแก้ไขกระทรวงศธ.และรัฐบาลต้องเร่งดำเนินการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้เด็ก ต้องมีเวทีพูดคุยระหว่างครู ผู้ปกครอง และเด็กสถาบันครอบครัวกำลังจะล้มเหลวที่สร้างความแปลกแยกทางความคิดระหว่างวัย พ่อแม่และผู้ปกครองที่ไม่มีเวลาอบรมสั่งสอนชี้ทางที่ถูกที่ควร เพราะไม่มีเวลาและต้องทำมาหากิน ทำให้มีผู้ไม่หวังดีใช้ช่องทางสอดแทรกได้ง่าย โดยเฉพาะการใช้เงินทุนจากกองทุนและมูลนิธิจากตปท.ต้องป้องกันบุคคลภายนอกเข้าไปสร้างความเข้าใจผิดๆให้กับเด็ก โดยเฉพาะประชาธิปไตยที่เด็กต้องการสิทธิเสรีภาพในบ้าน เท่าเทียมกับพ่อแม่ และเท่าเทียมกับครู

ข้อสำคัญครูต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการใช้อำนาจ การชุมนุมเพื่อแสดงสัญญลักษณ์ ควรปล่อยให้เด็กทำได้ภายในรั้วโรงเรียนเพราะจะปลอดภัยกว่าการนัดไปชุมนุมข้างนอก การเชิญวิทยากรภายนอกที่มีความรู้และทักษะไปบรรยายจะช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

ถ้าไม่สร้างเงื่อนไขเพิ่ม ใช้กลไกสภาในการพูดคุยเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ Flash mob ของเด็กก็อาจเบาลงได้ และถึงเวลาที่พ่อแม่และผู้ปกครองต้องปรับตัวเพื่อเอาลูกหลานที่บริสุทธิ์ คืนมาแล้วครับ


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.