9-10กย.เปิดอภิปรายทั่วไป โรมยัวะพท.ยื่นเวทีให้แก้ตัว


เพิ่มเพื่อน    

    ประธานวิปรัฐบาลเผย 9-10 ก.ย.นี้เปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ คาดได้ถกแก้ รธน. 23-24 ก.ย. "รังสิมันต์" ยัวะเพื่อไทยยื่นญัตติอภิปรายโดยไม่ปรึกษาก่อน ชี้เป็นการหยิบยื่นเวทีให้รัฐบาลแก้ตัว "ดร.เหลิม" เสนอวิธีฝ่าวงล้อมมรดกเลือด เอารัฐธรรมนูญปี 40 มาใช้แล้วยกร่างฉบับใหม่ 
    เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยระหว่างประชุมคณะทำงานพิจารณาโครงสร้างสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ว่า พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคจะยื่นญัตติเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพียงร่างเดียว ซึ่งเป็นเนื้อหาที่มาจากตัวร่างของแต่ละพรรคการเมือง โดยหลังจากนี้จะหารือให้ได้ข้อสรุปถึงรายละเอียดในการแก้ไขอื่นๆ รวมถึงการพิจารณาคุณสมบัติและอายุของผู้ที่จะมาสมัครเป็น ส.ส.ร. รวมถึงคุณสมบัติอายุของผู้มีสิทธิ์เลือก ส.ส.ร.จังหวัด 
    นอกจากนี้ยังมีการหารือถึงโครงสร้าง ส.ส.ร.ที่กำหนด ส.ส.ร.เลือกตั้งจากจังหวัด 150 คน และอีก  50 คนมาจากการแต่งตั้งนักวิชาการโดยคณบดี อธิการบดี นักวิชาการด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์  จำนวน 10 คน ตัวแทนนักเรียน นิสิต นักศึกษา 10 คน ส่วนที่เหลือจะมาจากตัวแทนรัฐสภาหรือผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งจะสรุปกันอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าญัตติจะเป็นรูปเป็นร่างและพร้อมที่จะยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร
     นายวิรัชยังกล่าวถึงกำหนดการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 1 ก.ย.นี้ว่า มีวาระกฎหมายสำคัญและพิธีสาร ขณะเดียวกันวันที่ 9-10 ก.ย.อาจเป็นวาระการอภิปรายรัฐบาลทั่วไปโดยไม่ลงมติของฝ่ายค้านตามมาตรา 152 จากนั้นวันที่ 16-18 ก.ย.จะเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 
    เขากล่าวว่า การพิจารณาญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญคาดว่าจะเข้าที่ประชุมรัฐสภาประมาณวันที่ 23  และ 24 ก.ย.นี้ ก่อนปิดสมัยประชุมแน่นอน ซึ่งเชื่อว่าในระยะเวลาทั้ง 2 วัน สมาชิกรัฐสภาจะได้ใช้เวลาอภิปรายอย่างเต็มที่ ซึ่งหลังจากนี้ประธานสภาจะเรียกหารือเพื่อกำหนดวันประชุมอีกครั้ง เนื่องจากจะต้องมีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มาร่วมประชุมด้วยอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยเฉพาะต้องใช้เสียง 84 เสียงของ ส.ว.ในการโหวตรับหลักการญัตติเพิ่มเติมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเชื่อว่าวุฒิสภาจะพิจารณาญัตติร่างแก้ไขเพิ่มเติมของสภาผู้แทนราษฎรก่อนจะตัดสินใจถึงแนวทางดำเนินการต่อไป
       นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนของพรรคในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า อยากให้ทุกคนย้อนไปดูตั้งแต่วันก่อนที่จะร่วมรัฐบาล ได้มีการพูดคุยชัดเจน พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคแรกที่มีความชัดเจนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคพูดชัดเจนว่าเราขอแก้มาตรา 256 และนั่นเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่เราได้พูดกับพรรคร่วมรัฐบาลและแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ว่าถ้าพรรคเข้าร่วมรัฐบาล หนึ่งในเหตุผลนั้นคือจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์แทบจะไม่ต้องพูดถึงเรื่องแก้รัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ ซึ่งรัฐบาลได้นำประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแถลงนโยบายต่อรัฐสภา  
'รังสิมันต์' ข้องใจเพื่อไทย 
    ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องการแก้ไขบทเฉพาะกาลและที่มาของ ส.ว. นายเฉลิมชัยตอบว่าเป็นการประชุมร่วมกัน ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองมีแนวทางที่จะนำไปเสนอ แต่ละพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องนำไปเสนอในที่ประชุมของพรรคร่วมรัฐบาล ว่ามีความเห็นอย่างไรก็เสนอไป ดังนั้นจึงต้องรอฟังความเห็นของที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาลในวันนั้นว่าจะแก้กันอย่างไร แต่จะต้องแก้แน่นอน พรรคร่วมรัฐบาลจะต้องมาพูดคุยกันก่อน เพื่อนำเสนอความเห็นของแต่ละพรรคมารวมกันและหาจุดที่ลงตัวในการนำเสนอ พรรคประชาธิปัตย์ก็เสนอของพรรค พรรคอื่นๆ ก็คงมีประเด็นของพรรคตน แต่ทั้งหมดจะต้องเป็นร่างที่นำเสนอเข้าสภา       
    ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ว่า แนวทางการทำงานที่ในสมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี ใช้ ส.ส.ร.น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ดังนั้นรายละเอียดเราจะเสนอเป็นประเด็นเข้าไป โดยให้ ส.ส.ร.เป็นผู้พิจารณา ทั้งกรณีของ ส.ว. การลงคะแนน วิธีการเลือกตั้ง แต่ย้ำว่าจะไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 ใครจะมีแนวคิดอะไรก็แล้วแต่ แต่พรรคถือว่าหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญสำคัญที่สุด 
    นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า วันที่ 25 ส.ค.ที่ประชุมวิปฝ่ายค้านพูดคุย 2 ประเด็น คือ 1.กรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีโดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ โดยไม่ได้เป็นการยื่นร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น ในทางปฏิบัติจะกลายเป็นเพียงการหยิบยื่นโอกาสให้รัฐบาลได้หาข้อแก้ตัวให้การกระทำของตัวเอง โดยที่สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถใช้อำนาจที่มีในการลงโทษรัฐบาลได้เลย ดังนั้นจึงต้องหารือว่า เพราะเหตุใดพรรคเพื่อไทยจึงรีบเข้าชื่อเสนอการอภิปรายทั่วไปขนาดนี้ ไม่ปรึกษาพรรคร่วมฝ่ายค้านให้ดีก่อนถึงผลดีผลเสีย
    และ 2.ทวงถามความชัดเจนในการเข้าชื่อเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2562 มาตรา 272 ที่กำหนดให้ ส.ว.ชุดแรกตามบทเฉพาะกาลมีอำนาจในการร่วมลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี  ซึ่งพรรคก้าวไกลเป็นผู้ริเริ่มในการจะเสนอญัตติดังกล่าว และเคยมีการหารือในที่ประชุมหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านมาแล้วครั้งหนึ่ง เนื่องจากญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะต้องเข้าชื่อโดย ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวน ส.ส.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร คือ 98 คน แต่พรรคก้าวไกลมี ส.ส.เพียง 54 คน จึงต้องอาศัยการร่วมเข้าชื่อจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย จึงจะสามารถเสนอญัตติดังกล่าวเข้าสู่รัฐสภาได้
ฝ่าวงล้อมมรดกเลือด 
    นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การแก้ไข รธน.ส่วนใหญ่มักจะเกิดเรื่องตามมาทุกครั้ง ดังนั้นการแก้ไข รธน.2560 แทบต้องโละเพื่อสร้างใหม่ แต่การแก้ ม.256 ยังยากอยู่ และวันนี้ไม่ใช่ว่าพรรคการเมืองรับปากแล้วจะได้อย่างเรียบร้อย เพราะเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 ที่เกิดขึ้นก็มาจากการรับปากแล้วเบี้ยวกัน จึงเกิดการชุมนุมกระทั่งมีคนตายและบาดเจ็บร่วม 80 ชีวิต จึงสามารถแก้ไข รธน.ได้ฉบับ 2540 มา
    "ดังนั้นหากไม่เบี้ยวกัน แล้วลงมือแก้กันก่อนเกิดเหตุการณ์ขึ้น ก็ไม่มีความตายบาดเจ็บเกิดขึ้น แต่การแก้ไขครั้งนี้ดูเสมือนว่าง่าย แต่ผมยังไม่เชื่อ เพราะเชื่อว่ายังยากอยู่ แต่ฝ่ายประชาชนต้องกุมความชอบธรรม นักการเมืองต้องไว้วางใจประชาชน ให้รัฐธรรมนูญมีประชาชนเป็นเจ้าของ และไม่แตะหมวด  1-2"
    นายจตุพรกล่าวว่า ในการต่อสู้เรียกร้องนั้นตนยังยืนยันเสมอว่า 3 ข้อเรียกร้องของนักศึกษามีความสำคัญที่ตนเห็นชอบด้วย ที่สำคัญคือในขณะนี้ต้องฟังกัน เห็นต่างสามารถอธิบายกันได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติเบื้องต้นของประชาธิปไตยที่สวยงาม และความแตกต่างเป็นคุณสมบัติติดตัวของมนุษย์
    "ต้องถามพรรคก้าวไกลว่า ที่ต้องการแก้ไขหมวด 1-2 นั้นแก้เรื่องอะไร ทำให้เป็นจริงได้อย่างไร  ถามแค่ 2 ข้อเท่านั้น เพราะผมคิดแล้วทำไม่ได้ ถ้าอธิบายว่าทำได้ก็อธิบายมา แต่ถ้าทำไม่ได้แล้วยังอธิบายทั้งที่ทำไม่ได้ ต้องการอะไร เราต้องการประชาธิปไตยหรือต้องการให้เกิดเรื่อง" ประธาน นปช.กล่าว
    ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุถึงหลักการและเหตุผล 12 ข้อของการออกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทันที เพื่อเป็นการ "ฝ่าวงล้อมมรดกเลือด อันจะเป็นการหาทางออกให้ประเทศไทย" โดยเนื้อหาน่าสนใจดังนี้ 
    "ตามที่ข้าพเจ้าได้เสนอทางออกประเทศไทยด้วยการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วนำรัฐธรรมนูญ ปี 2540 มาใช้บังคับทันที แล้วยุบสภาเลือกตั้งภายใน 60 วัน ปลายปีนี้ ผลปรากฏว่าได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากและตามคาดหมายคือ กลุ่มพิทักษ์รัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมาคัดค้านว่าข้อเสนอของข้าพเจ้าไม่เป็นไปตามกฎหมาย ข้าพเจ้าจึงขอชี้แจงและเสนอหลักการและเหตุผลของการออกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทันที เพื่อเป็นการ 'ฝ่าวงล้อมมรดกเลือด อันจะเป็นการหาทางออกให้ประเทศไทย'  ดังนี้
       ที่ว่าตกหลุมพราง เพราะรัฐบาล และพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลจะพร้อมใจกันประกาศว่า เปิดรับ ยินดี ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้ใช้แรงงานทันที หรือเพียบพร้อมถ้วนหน้าภายในเดือนสิงหาคมถึงกันยายนนี้อย่างแน่นอน วิธีนี้คือ การบล็อกกลไกหรือสร้างเวทีหลุมพรางให้ทุกฝ่ายต้องเดินทางตามวิธีการหรือหมากกลที่ 'ผู้มีอำนาจ' ได้สร้างไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งข้าพเจ้าขอเรียกมันคือ 'มรดกเลือด'
    เป็นที่ชัดเจนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามกติกาหรือบทบัญญัติที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้กำหนดไว้จะเป็นเพียงปาหี่หรือละครหลอกลวง เพราะนอกจากการแก้ไขจะต้องใช้เวลาประมาณ ๓-๔ ปีแล้ว ผลการแก้ไขก็จะเป็นไปเช่นเดิม เพราะขั้นตอนวิธีการเสียงของ ส.ว. และการต้องจัดรับฟังประชามติ ล้วนถูกออกแบบไว้แล้วว่าทุกอย่างทุกประการรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจจะคุมได้แบบเบ็ดเสร็จ แม้แต่จะยกเลิก ส.ว. หรือจำกัดอำนาจ ส.ว. ก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น และนี้คือ 'มรดกเลือด' ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเลยในชาติไทย
     ที่ว่า 'มรดกเลือด' เพราะในที่สุดแล้วประชาชนจะถูกแบ่งแยกเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายต้องการเปลี่ยนแปลงใหม่ กับฝ่ายพิทักษ์รัฐธรรมนูญเดิม และจะเดินไปสู่ความขัดแย้งถึงปะทะกัน แล้วฝ่ายถืออาวุธก็จะออกมาปราบปรามฆ่าประชาชนอีกรอบหนึ่ง ซึ่งจะเลวร้ายกว่าที่เคยปรากฏมาก่อน
    การล้างมรดกเลือด ครั้งนี้มีทางเดียวคือ ต้อง 'ไม่เล่นตามเกมของผู้มีอำนาจ' ต้องไม่ต่อสู้หรือชกบนเวทีที่เขาสร้างไว้ เพราะเราไม่มีวันชนะ แต่เราต้องเปิดเกมใหม่หรือสร้างเวทีใหม่ ข้าพเจ้าจึงเสนอวิธีการที่เรียกว่า 'คิดใหม่หรือคิดนอกกรอบ' เพื่อสร้างโอกาสใหม่ เพื่อประชาชนเจ้าของแผ่นดินจะได้มีโอกาสชนะ และ 'ผู้มีอำนาจ' ไม่สามารถรักษามรดกเลือดไว้ได้อีก
    หลักการและเหตุผลสำคัญ คือ ต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทันที นำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 (ซึ่งเรายอมรับว่าดีที่สุดกว่ารัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ประเทศไทยเคยมีมา) มาบังคับใช้แทนทันที เป็นการชั่วคราว แล้วประกาศยุบสภาจัดเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน โดยการเลือกตั้งใหม่จะเป็นไปตามกติกาของรัฐธรรมนูญปี 2540 ไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับนี้แต่อย่างใด จากนั้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน
    นี่คือวิธีเดียวเท่านั้นที่จะล้าง 'มรดกเลือด' เพื่อหาทางออกให้ประเทศไทยในวันนี้ และต้องทำทันทีก่อนการล่มสลายของชาติบ้านเมือง". 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.