'จตุพร' สอนมวย 'ปิดสวิตช์' จี้ก้าวไกลถ้ามั่นใจออกมานำชุมนุม!


เพิ่มเพื่อน    

28 ส.ค.63 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ peace talk วานนี้โดย เรียกร้องให้พรรคก้าวไกลออกมานำการชุมนุม ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับนักเรียน นักศึกษา เพื่อเรียกร้องให้แก้ รธน. ที่ต้องการปิดสวิตช์ สว. หรือการยกเลิกบทเฉพาะกาลมาตรา 272 ของ รธน. 2560

นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้บริหารประเทศตั้งแต่ปี 2554 หลังจากนั้นมีแนวคิดแก้ รธน.ให้เป็นของของประชาชน โดยผ่านช่องทาง สสร.มาร่าง รธน.ฉบับใหม่เช่นกัน จนกระทั่งผ่านสภาพิจารณาวาระแรกและสอง เมื่อถึงวาระสาม ถูกศาล รธน.เบรค แล้วพรรคเพื่อไทยกังวลจึงไม่ลงมติวาระสาม แต่ตุลาการศาล รธน.บางคนแนะให้แก้ไขเป็นรายมาตราแทน

ถัดจากนั้น พรรคเพื่อไทยเปลี่ยนแนวทางมาแก้ไขรายมาตรา โดยพุ่งเป้าไปที่แก้ไขที่มาของ สว. ให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เมื่อผ่านสภาพิจารณา 3 วาระ แต่ถูกยื่นศาล รธน.วินิจฉัยอีก จนถูกสั่งเป็นโมฆะ นำพาไปสถานการณ์ทางการเมืองมีปัญหาตามมาอีกมากมาย สุดท้ายถูกยึดอำนาจในปี 2557 แล้ววันนี้ การแก้ รธน.กลับมาจุดเดิมอีก คือ เปิดทางให้มี สสร. และต้องการให้ สว.มาจากเลือกตั้งของประชาชน

“เมื่อครั้ง รธน.60 จะนำไปทำประชามติ มี สนช.เสนอคำถามพ่วงให้ สว.ระยะเปลี่ยนผ่านมีสิทธิโหวตเลือกนายกฯ ส่วนการบริหารและอภิปรายไม่ไว้วางใจขึ้นอยู่กับสภาผู้แทนราษฎร นั่นหมายความว่า สว.ตั้งนายกฯได้อย่างเดียวแต่รักษาอะไรไม่ได้เลย”

นายจตุพร กล่าวว่า ดังนั้น ในการต่อสู้ในสนามเลือกตั้งปี 2562 นั้น ตนเสนอให้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยเดินมุ่งไปสู่ 2 เป้าหมาย คือ จับมือ ส.ส.ให้มีเสียงเกินครึ่งสองสภาจำนวน 376 เสียง แต่ถ้าเดินยากก็ให้ได้เสียงเกินครึ่งของสภาผู้แทนฯ 251 เสียงก็ได้ เพื่อให้รัฐบาลประสบปัญหาบริหารประเทศไม่ได้ แต่พรรคฝ่ายประชาธิปไตยเดินไปไม่ถึง ด้วยกลไกการนับคะแนนเสียงปัดเศษ มีพรรคเล็กพรรคน้อย และเกิดขบวนการเลี้ยงงูเห่าขึ้นในฝ่ายรัฐบาล

"จุดของปัญหาขณะนี้ คือ แล้วเราจะเอาอย่างไรกัน เมื่อฝ่ายค้านร่วมประชุมกันได้มีมติแก้ไขมาตรา 256 เว้นหมวด 1 หมวด 2 ทุกพรรคเห็นด้วย และช่วงนั้นมีการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษากันแล้ว แต่พรรคก้าวไกลมาถอนชื่อก่อนจะยื่นญัตติแก้ไข รธน.ไม่กี่นาที ถ้าไม่เห็นด้วยตั้งแต่ครั้งแรก เซ็นชื่อไปทำไม"

นายจตุพร ย้ำว่า สิ่งสำคัญ เมื่อพรรคก้าวไกลเห็นด้วยกับการแก้ไขที่มา ส.ว. โดยให้ สสร. พิจารณา แต่เมื่อจะปิดสวิตซ์ ส.ว. กลับบอกต้องรีบปิดทันที ไม่ต้องรอประชาชน ตนเคยบอกอย่ากลัวเรื่องการยุบสภา เพราะสภาพบ้านเมืองเป็นเช่นนี้ ยุบสภาเลือกตั้งใหม่กลับมาจะได้เสียงเกินครึ่งสภาหรือไม่ จึงอยากให้ใจแข็งกันและถือความชอบธรรมไว้อย่างมั่นคง

รวมทั้ง กล่าวว่า มีการวิตกว่า ถ้ายุบสภา และอำนาจเลือกนายกฯยังเป็นของ สว.ร่วมอยู่ แต่ถ้าหลังเลือกตั้งฝ่ายค้านได้เสียง สส.รวมกัน 251 เสียงแล้ว ถามว่า สว.จะทำอะไรได้ ฝ่ายรัฐบาลไปร่วมกับเสียงข้างน้อยก็บริหารประเทศไม่ได้อีก และอาจจะหนักกว่าเดิม ตนจึงไม่วิตกอะไรส่วนการยุบสภาและ สว.ยังร่วมโหวตนายกฯอีกตามเดิม

อีกอย่าง ตนอยากบอกว่า การแก้ รธน.แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะติดเงื่อนไข ส.ว. 84 เสียงมาร่วมสนับสนุนด้วย ดังนั้น ทางออกที่ควรเป็นที่สุดคือ มื่อนายกรัฐมนตรี เป็นคนแต่งตั้ง สว.มาเอง ต้องไปเจรจาให้ สว.ร่วมมือแก้ รธน. ตามมาตรา 256 ด้วย เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ได้แถลงต่อสภา และพรรคร่วมรัฐบาลได้หาเสียงเลือกตั้งเอาไว้

อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่า การแก้ รธน.คราวนี้ต้องขึงพืดโดยมีประชาชนเป็นหลังพิง เมื่อรัฐบาลเสนอเป็นนโยบายต่อสภา และฝ่ายรัฐบาลแถลงจะแก้มาตรา 256 ไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งตรงกัน ที่แตกกันอยู่ของฝ่ายรัฐบาลคือ ที่มาของ สสร. แต่ท้ายที่สุดต้องมาจากประชาชน โดยคาดว่า คงใช้เวลาไม่นานในการแก้ไข รธน.เพียงมาตราเดียว แล้วส่งไปทำประชามติ และส่งให้ ศาล รธน.ตีความอีก

"มาตราปิดสวิตช์ ส.ว. ไม่มีใครขัดข้อง ต่างเห็นชอบกันทั้งนั้น และต้านกันมายาวนานแล้ว เพียงแต่ว่า จะให้นักการเมืองปิดหรือประชาชนปิด ถามว่าปัญญานักการเมืองมีทางปิดได้หรือ เพราะพวกนี้ไม่มีทางไปโหวตให้ 84 เสียงอยู่แล้ว ฉะนั้นต้องให้ประชาชนปิด"

นายจตุพร ย้ำว่า เมื่อครั้งฝ่ายค้านเสนอแก้มาตรา 256 เว้นหมวด 1 และหมวด 2  พรรคก้าวไกลเห็นด้วยให้ประชาชนไปทำ แล้วการปิดสวิตช์ ส.ว. ทำไมไม่ให้ประชาชนไปทำ ซึ่งเป็นวิธีย้อนแย้งกัน และไม่ได้เกี่ยวกับการใจถึงหรือไม่ถึง โดยตนและ ส.ส.เพื่อไทยผ่านมาหมดแล้ว

“ถ้าต้องการปิดสวิตช์ ส.ว. จริงแล้ว ควรออกมานำการชุมนุมเสียเองด้วย เมื่อครั้ง สส.เพื่อไทยช่วงแก้ รธน.สมัยปี 54-55 ยังใส่เสื้อแดงออกมานำการชุมนุมกันหลายคน ดังนั้น ถ้าพรรคก้าวไกลตัดสินใจเลือกแนวทางนี้ และมั่นใจว่าประชาชน นักเรียน นักศึกษาสามารถจัดการได้แล้ว ควรต้องออกมาร่วมรับผิดชอบกับพวกเขา นำทัพชุมนุมเลย”นายจตุพร กล่าว.


นี่...พูดกันตามเนื้องานเลยนะ ฝ่ายค้าน ๕-๖ พรรค "เพื่อไทย" เป็นแกนนำ พูดประจำว่า "เข้ามาทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนประชาชน" ในรัฐสภา จะเข้าปีที่ ๓ อยู่อีกไม่กี่เดือน

เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์