“คิด… แล้วไปให้ถึง” ราชบุรี ตระการตาชมปลาสวยงาม


เพิ่มเพื่อน    

 

            จังหวัดราชบุรีได้ชื่อว่าเป็นเมืองศิลปิน ถิ่นคนอาร์ต ที่อยู่ไม่ไกลกรุงเทพฯ ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปสถานที่ต่างๆ ได้ค่อนข้างสะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงวันธรรมดา

            ล่าสุด มีกิจกรรมน่าสนใจคือ AQUA ILLUMINATION เป็นการแสดงปลาสวยงามประกอบแสงสีเสียงด้วยเทคโนโลยีคุณภาพระดับสากล

นางสาวสรียา บุญมาก ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานราชบุรี เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับจังหวัดราชบุรี เทศบาลเมืองบ้านโป่ง และภาคเอกชน จัดงาน AQUA ILLUMINATION ขึ้นตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 6 กันยายน 2563 บริเวณศาลาประชาคมเทศบาลเมืองบ้านโป่ง (ชั้น 2) อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดราชบุรี และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝนหรือ Green Season ซึ่งเป็นการเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้ ภายใต้แนวคิด “คิด..แล้วไปให้ถึง” ไปให้ถึงจังหวัดราชบุรี

ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานราชบุรี กล่าวต่อว่า จังหวัดราชบุรีมีพื้นที่เพาะเลี้ยงปลาสวยงามไม่ต่ำกว่า 1,500 ไร่ และมีเกษตรกรเพาะเลี้ยงไม่น้อยกว่า 350 ฟาร์ม ทำรายได้ปีละประมาณ 400-600 ล้านบาท มีการส่งออกไปต่างประเทศ เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน เยอรมนี อเมริกา ออสเตรเลีย การเลี้ยงปลาและเพาะพันธุ์ปลาสวยงามเป็นอาชีพของชาวบ้านโป่งมาแต่ดั้งเดิม เนื่องจากมีแหล่งน้ำที่มีคุณภาพจากเขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ์ มีอาหารปลาที่เกิดขึ้นเองจากธรรมชาติ (ไรแดง) และการคมนาคมขนส่งสะดวก ตระกูลปลาสวยงามที่เพาะเลี้ยงมากที่สุดคือ ปลาทอง รองลงมาเป็นปลาคาร์พ และกลุ่มปลาแม่น้ำ ได้แก่ กาแดง กาดำ ทรงเครื่อง หางไหม้ ฯลฯ


 

การจัดงานครั้งนี้เป็นการนำศักยภาพของอำเภอบ้านโป่งที่มีพื้นที่เพาะเลี้ยงปลาสวยงามมากที่สุดในประเทศไทย และเป็นศูนย์กลางจำหน่ายปลาสวยงามพื้นที่ใหญ่สุดในเอเชีย มาต่อยอดขยายผลเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวในลักษณะ Art Aquarium การแสดงปลาสวยงามภายใต้ตู้ปลาขนาดยักษ์และขนาดเล็ก-ใหญ่ รูปทรงแปลกตา สาดส่องด้วยแสงไฟหลากสีอย่างอลังการ เป็นการผสมผสานกันระหว่างศิลปะ-ออกแบบ-ความบันเทิง-อควาเรียม ที่ให้ความรู้สึกชวนพิศวงแต่สวยงาม

โดยมีดนตรีบรรเลงคลอ ทำให้ได้สัมผัสความงามในหลากหลายมิติ งานนี้ออกแบบบรรยากาศงานโดยศิลปินนักออกแบบจัดดอกไม้ชั้นนำของเอเชีย “สกุล อินทกุล” ซึ่งมีชื่อเสียงในการเสนอแนวคิดเชิงปรัชญาตะวันออกผ่านศิลปะการจัดวางดอกไม้ (Flower Installation) ที่เน้นผิวสัมผัสและองค์ประกอบที่งดงาม ดูน่าตื่นตาตื่นใจเช่นเดียวกับงานประติมากรรม และใช้นวัตกรรมมัลติมีเดียโชว์แสงสีคุณภาพระดับสากล โดยทีม Digital Art ฝีมือเด็กไทยล้วน

ภายในหอประชุมธรรมดาๆ ได้รับการเนรมิตให้เป็นสถานที่โล่งกว้างและมืดสนิท จัดตกแต่งตู้ปลาอะครีลิกน้อยใหญ่ แบ่งเป็น 3 โซนหลัก คือ โซน 1 ชนชั้นมนุษย์และสวรรค์ เป็นตู้ปลาสั่งทำจากต่างประเทศ สูง 2.4 เมตร ตกแต่งด้วย Art Work จากภาพประติมากรรมเส้นที่แบ่งภาพเป็นคลื่น เรียกว่าเส้นสินเทา แบ่งชนชั้นมนุษย์และสวรรค์ มีต้นแบบจากภาพฝาผนังของวัดคงคาราม จังหวัดราชบุรี

โซน 2 ป่าไผ่ แรงบันดาลใจจากป่าไผ่ Arashiyama ประเทศญี่ปุ่น ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมือนจังหวัดราชบุรี ติดตั้งตู้ปลาทรงกระบอก ขึ้นรูปและซ่อนให้กลมกลืนไปกับลำต้นไผ่

โซน 3 ตู้ปลาแท่งนำเข้าจากต่างประเทศ เป็นมิติการมองแบบต่างๆ เช่น ตู้ปลาสี่เหลี่ยมทรงตั้ง, ตู้ปลา 3 เหลี่ยม, 4 เหลี่ยม, 5 เหลี่ยม, 6 เหลี่ยม, 8 เหลี่ยม, ตู้ปลาผนังลายผ้าขาวม้าราชบุรี, อุโมงค์ตู้ปลาที่มีแนวคิดจากถ้ำหินงอกหินย้อยเสมือนเดินอยู่ในถ้ำที่มีปลาว่ายน้ำอยู่ด้านบน, ตู้ปลาโดมไม้ไผ่, โหลปลากัดยักษ์ ความสูง 3.2 เมตร และเซ็นเตอร์พีช เป็นตู้ปลาดอกบัวบานไทย รัศมี 8 เมตร ล้อมด้วยเบญจรงค์จากจังหวัดสมุทรสงคราม

นอกจากนั้น บริเวณระเบียงข้างห้องแสดงปลายังมีการออกร้านของชุมชนท่องเที่ยวในเขตอำเภอบ้านโป่ง เช่น มอญนครชุมน์, จีนแคะบ้านห้วยกระบอก, ไท-ยวนบ้านหนองปลาหมอ งานฝีมืองานศิลปะของกลุ่มศิลปินเมืองบ้านโป่ง เป็นต้น และในส่วนของเทศบาลเมืองบ้านโป่งจัดให้มีการจำหน่ายสินค้าของดีของฝากที่ชั้นล่างและบริเวณลานอเนกประสงค์ริมแม่น้ำแม่กลองอีกด้วย

ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานราชบุรี ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่มีความสนใจจะซื้อปลาหรืออุปกรณ์เกี่ยวกับการเลี้ยงปลาและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ แนะนำให้ไปเที่ยวชมที่ตลาดกลางปลาสวยงามและสัตว์เลี้ยง Fish Village ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่จัดงาน และงาน AQUA ILLUMINATION (อะควา อิลูมิเนชั่น) ที่จัดขึ้นตั้งแต่บัดนี้ถึง 6 กันยายน 2563 เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น. สำหรับวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ขยายเวลาให้เข้าชมได้จนถึง 22.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จัดงาน เบอร์โทรศัพท์ 09-2283-1792

นอกจากกิจกรรมดังกล่าวแล้ว นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจังหวัดราชบุรียังมีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศฤดูฝน และธรรมชาติอันสวยงามในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ อาทิ "Bonsai Village" สวนผึ้ง ชมสวนโชว์บอนไซแห่งแรกของเมืองไทย ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติโอบล้อมรอบด้วยขุนเขา และอยู่ติดชิดริมแม่น้ำลำภาชี เป็นสถานที่ที่รวบรวมพันธุ์บอนไซไว้มากที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย การออกแบบและตกแต่งสวนบอนไซ ได้จำลองสวนและภูมิสถาปัตย์ให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม มีไฮไลต์อยู่ที่สวนจีน และสวนญี่ปุ่น ที่ได้รับการออกแบบตกแต่งออกมาแบบสมจริง  เหมือนกับได้ไปท่องเที่ยวในประเทศจีนและญี่ปุ่น

ต่อด้วย "The Scenery Vintage Farm" ฟาร์มแกะแห่งแรกๆ ของเมืองไทย แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของสวนผึ้ง ราชบุรี นักท่องเที่ยวจะได้เยี่ยมชม ถ่ายรูป ให้อาหารฝูงแกะ และทำกิจกรรมอื่นๆ มีบริการร้านอาหารและที่พัก ให้ได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพฟาร์มสไตล์ยุโรปวินเทจ อาคารบ้านเรือนในแบบ English Cottage Country Side โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนจะให้ความรู้สึกเหมือนไปใช้ชีวิตที่อังกฤษ 

"บ้านหอมเทียน" สถานที่ที่มีชื่อเสียงมายาวนานในอำเภอสวนผึ้ง ตั้งแต่ พ.ศ.2547 เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวจำนวนมาก ด้วยผลงานสร้างสรรค์ศิลปะเทียนกลิ่นหอมในรูปแบบต่างๆ สีสันแปลกตา จุดวางเรียงราย เสมือนว่ากำลังมีงานเทศกาลคริสต์มาสหรือฉลองปีใหม่กันทั้งปี ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความโรแมนติกในสวนผึ้งสืบมาถึงปัจจุบัน ภายในบ้านหอมเทียนตกแต่งด้วยของเก่าสะสมหายาก เช่น ภาชนะสังกะสี ตะเกียงโบราณ ของเล่นเก่า ฯลฯ กลมกลืนไปกับป่าธรรมชาติ เหมาะกับการถ่ายภาพในมุมต่างๆ และสนุกกับกิจกรรมทำเทียนด้วยตัวเอง

ส่วนคนชอบธรรมชาติ "อุทยานแห่งชาติหินเขางู" เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ อยู่ห่างตัวเมืองราชบุรีเพียง 8 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ของเขาหินปูน ภายในสวนสาธารณะเขางู ในอดีตเป็นแหล่งระเบิดและย่อยหินที่สำคัญตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ เมื่อหมดสัมปทาน สภาพภูมิประเทศจึงเสื่อมโทรมมาก ต่อมาได้รับพัฒนาเป็นสวนสาธารณะ และมีการสร้างพระพุทธรูปหินแกะสลักปางประทานพรขนาดใหญ่บนหน้าผาหินปูน ทัศนียภาพโดยรอบยังงดงามเป็นธรรมชาติ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและโบราณคดีที่ได้รับความนิยม มีจุดเด่นอยู่ที่สะพานเลียบแม่น้ำที่ทอดยาว ตัดกับฉากหลังเป็นผาหินปูนสูงชัน แทรกด้วยพุ่มไม้สีเขียวชอุ่ม และท้องฟ้าผืนใหญ่สีฟ้าคราม

ปิดท้ายที่ "ถ้ำเขาบิน" อยู่ที่อำเภอเมือง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 20 กิโลเมตร ภายในถ้ำเขาบินประกอบด้วยห้องใหญ่ๆ 8 ห้อง แต่ละห้องตั้งชื่อตามลักษณะของหินงอกหินย้อยที่เกิดภายในห้อง การเดินทางภายในถ้ำไม่ยากลำบาก มีแนวเส้นทางการเดินทางกำหนดไว้อย่างชัดเจน มีแสงไฟส่องสว่างพอประมาณให้ได้ชื่นชมความอัศจรรย์อันเกิดจากธรรมชาติของหินงอกหินย้อยได้อย่างชัดเจน แต่ต้องระวังลื่นกันสักนิด เพราะมีหยดน้ำเล็กๆ หยดมาจากผนังถ้ำ ปกติภายในถ้ำอากาศร้อนอบอ้าว แต่ในช่วงหน้าฝนจะมีความชื้นและเย็นสบาย คนนิยมมาท่องเที่ยวในช่วงนี้

ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานราชบุรี กล่าวว่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดราชบุรีนั้น ยังต้องปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดเมื่อเข้าไปในทุกพื้นที่ โดยการสวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ หรือใช้เจลทำความสะอาด และให้ความสำคัญกับการเว้นระยะห่าง

ผู้สนใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานราชบุรี (พื้นที่รับผิดชอบจังหวัดราชบุรี และจังหวัดนครปฐม) โทรศัพท์ 0-3291-9176-8 หรือติดตามข่าวสารการท่องเที่ยวของจังหวัดราชบุรีได้ที่ Facebook: ททท. สำนักงานราชบุรี.

แกลลอรี่