ลุ้นเปิดผลสอบคดี‘บอส’ วิชาแย้มชี้ชัดใครทำผิด


เพิ่มเพื่อน    

  "วิชา" ส่งรายงานคดี "บอส" ถึงมือนายกฯ เผยบทสรุป 10 หน้าระบุชัดใคร-หน่วยงานไหนผิดอย่างไร ไม่มีแทงกั๊กให้รอฟังนายกฯ นำเข้า ครม.ก่อน แจงรายละเอียดอังคารนี้ "บิ๊กตู่" รับคดีหละหลวมพบพิรุธเป็นมหากาพย์เตรียมตั้ง กก.ดำเนินการต่อ ขณะที่ ตร.ทองหล่อส่งสำนวนสอบเพิ่มให้อัยการแล้ว พร้อมพิจารณาโดยเร็วละเอียดรอบคอบเดือนหน้ามีคำตอบ

    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 31 สิงหาคม นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน นำรายงานฉบับสมบูรณ์ในการค้นหาความจริงกรณีที่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีที่นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 เข้ารายงานต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
    จากนั้นนายวิชาเปิดเผยว่า รายงานที่ส่งให้นายกรัฐมนตรีมีอยู่ประมาณ 100 หน้า แต่ข้อสรุปจริงๆ มีประมาณ 10 หน้าที่จะเป็นรายละเอียดเขียนไว้ชัดเจนว่าเกิดความบกพร่องที่ใคร หน่วยงานไหน ซึ่งนายกฯ ได้นัดหมายให้ตนและคณะกรรมการเข้ารายงานข้อสรุป โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เข้าร่วมรับฟังด้วย และนายกฯ ได้รับฟังพร้อมจดบันทึกด้วยตัวเอง และบอกชัดเจนว่าพรุ่งนี้จะนำเข้าคณะรัฐมนตรี เพราะมีหลายเรื่องเป็นข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายฝ่ายหลายหน่วยงานที่จะต้องนำไปปฏิบัติต่อ
    "นายกฯ ยังบอกด้วยว่าจะแจกข้อมูลสำคัญที่เป็นเอกสารให้สื่อมวลชนนำไปเผยแพร่ เพราะถือว่าการตรวจสอบของคณะกรรมการเป็นการตรวจสอบโดยโปร่งใส ไม่มีลับลมคมใน และนายกฯ ต้องการนำเรื่องนี้ไปสู่การแก้ไขอย่างแท้จริง โดยเฉพาะข้อเสนอแนะของคณะกรรมการที่จะต้องนำไปทำอย่างจริงจัง  ขอให้รอพรุ่งนี้ซึ่งนายกฯ จะแถลงภายหลังการประชุม ครม. และจากนั้นได้มอบหมายให้ผมเปิดการแถลงข่าวที่ตึกสันติไมตรี ในเอกสารข้อสรุปที่นายกฯ จะนำมาเปิดเผยอ่านดูก็รู้ว่าใครผิด รายละเอียดจะอยู่ในนั้นทั้งหมด ขอให้พวกเราไปติดตามอ่านพรุ่งนี้ ในนั้นจะรู้หมดเลย เขียนชัดเจนไม่มีกั๊ก มีทั้งชื่อ ทั้งตำแหน่ง ทั้งหน่วยงานอยู่ในนั้นทั้งหมด"
    เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่าเรื่องนี้มีคนผิดทั้งวินัย อาญา และจริยธรรม มั่นใจว่าจะนำไปดำเนินการถึงขั้นเอาผิดได้หรือไม่ นายวิชากล่าวว่า ในรายงานมีรายละเอียดทั้งหมด และนายกฯ ตั้งใจอยู่แล้วว่าจะต้องส่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป
    เมื่อถามถึงกรณีก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร.นำหลักฐานมายืนยันว่าตนเองอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในช่วงเวลาที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน อ้างว่า  พล.ต.อ.สมยศได้แนะนำให้รู้จักนักวิชาการ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงความเร็วรถนายวรยุทธ นายวิชาตอบว่า "เอาเถอะ เราชัดเจนแล้ว ไปอ่านในสำนวนจะรู้เลยอยู่ในรายงาน ไม่มีแทงกั๊ก ในส่วนของคณะกรรมการมีความชัดเจน ให้ไปอ่านในรายงานดูก็จะรู้เลยว่าไม่มีแทงกั๊ก ทำอะไรเราต้องโปร่งใส เปิดเผย ตรวจสอบได้ ไม่มีแทงกั๊ก ไม่มีคลุมเครือ"
    นายวิชากล่าวด้วยว่า หลังจากนี้คณะกรรมการยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่ออีก 30 วัน เพื่อนำไปสู่แนวทางการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมต่อไป
    ด้าน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวภายหลังนายวิชาเข้าพบว่า คดีนี้มีความคืบหน้ามาโดยตลอด ตนได้พูดคุยกับนายวิชาที่เข้ามาชี้แจง 5 ประเด็น ซึ่งในวันนี้มีปัญหาด้านข้อกฎหมายมาก ทั้งในเรื่องของสำนวนและการเรียกพยานมาสอบปากคำ ซึ่งที่จริงแล้วควรจะจบไปตั้งนานแล้ว ทั้งนี้ต้องหาวิธีการแก้ไขปัญหาต่อไปให้เกิดความชัดเจน เพราะท้ายที่สุดแล้วก็ต้องไปดูในเรื่องของกฎหมาย ระเบียบ และการร้องให้ทำคดีใหม่ ส่วนตัวคิดว่ายังสามารถที่จะดำเนินคดีได้
    เมื่อถามว่านายวิชาย้ำว่าพบพิรุธในคดีจนกลายเป็นมหากาพย์ นายกฯ กล่าวว่าถ้าจะพูดอย่างนั้น ก็พูดได้ ก็คงใช่ ถ้าไปโยงกันอย่างนั้น และถ้ามองในภาพใหญ่คำว่ามหากาพย์คงไม่ใช่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง  ซึ่งต้องไปดูเรื่องของกฎหมายและระเบียบการ ซึ่งในวันนี้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโน ประธานคณะอนุกรรมการชุดพิจารณาข้อกฎหมายคดีนี้ก็มาด้วย มารายงานขั้นตอนในคดีความและการร้องเรียน
    "มันมีอะไรที่หละหลวมอยู่พอสมควร ซึ่งเมื่อได้ความจริงมาแล้วก็จะต้องสั่งคณะกรรมการทำงานในส่วนนี้ทั้ง 5 ประเด็น เพื่อให้เกิดความชัดเจน ไม่ให้เสียกฎหมาย เพราะอย่าลืมว่าคดีนี้เป็นเพียงหนึ่งในหลายแสนคดี ที่เขาไม่มีปัญหาอะไรก็ต้องเยอะแยะ ไม่ใช่ระบบเราล้มเหลวทั้งหมด ผมว่าบกพร่องด้วยคนนั่นแหละ" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    เมื่อเวลา 16.15 น. ที่สำนักงานคดีอาญา ชั้น 3 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อได้นำแฟ้มเอกสารสำนวนการสอบสวนเพิ่มเติมประเด็นความเร็วรถ และแจ้งข้อหาเพิ่มฐานเสพยาเสพติด คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ขับรถพุ่งชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ  ตำรวจจราจร สน.ทองหล่อเสียชีวิต มาส่งมอบให้นายอิทธิพร แก้วทิพย์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา, นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา และนายประยุทธ เพชรคุณ  อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นคณะทำงานเพื่อตรวจสอบการพิจารณาสั่งคดี สำนวน ส.1 เลขรับที่ 107/2556 ของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1  ตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดมีคำสั่งที่ 1400/2563
    นายอิทธิพรเปิดเผยว่า หลังจากนี้จะขออ่านสำนวนที่พนักงานสอบสวนส่งมา ว่ามีการสอบสวนเพิ่มเติมครบถ้วนตามที่ได้มีคำสั่งไปหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสำนวนที่ส่งมาว่าจะสามารถมีความเห็นทางคดีหรือจะต้องสอบสวนเพิ่มอีกหรือไม่ คณะทำงานจะพิจารณาโดยเร็วและละเอียดรอบคอบ ไม่มีกรอบระยะเวลา พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
    ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อหาที่พนักงานสอบสวนส่งในวันนี้ นายอิทธิพรกล่าวว่ายังไม่ได้เปิดซองเอกสารดู  ก็จะเป็นความผิดเพิ่มเติมตามที่สื่อมวลชนได้รายงานว่าขอศาลออกหมายจับข้อหาใดบ้าง หากคณะทำงานพิจารณาแล้วมีคำสั่งฟ้อง จะต้องแจ้งไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อให้ได้ตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้องต่อศาล  กรณีผู้ต้องหายังหลบหนีอยู่ต่างประเทศ ก็ต้องไปดูกระบวนการว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งจะต้องให้อัยการสำนักงานต่างประเทศดำเนินการเพื่อให้ได้ตัวมาดำเนินคดี
    เมื่อถามกรณีหากทนายความฝ่ายผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาที่พนักงานอัยการอีก นายอิทธิพรกล่าวว่าเป็นสิทธิตามกฎหมายที่สามารถทำได้ จากนั้นนายประยุทธกล่าวเสริมว่า หากมีการร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาอีก เราจะพิจารณาโดยเคร่งครัดว่าเป็นการประวิงคดีหรือไม่ จะเร่งทำงานอย่างเต็มที่
    ส่วนนายชาญชัยกล่าวเสริมว่า เรื่องนี้เราจะดำเนินการอย่างเร็วที่สุด จะมีคำตอบให้ประชาชนที่ติดตามคดีนี้อย่างแน่นอน เชื่อว่าหลังจากนี้ทั้งอัยการและตำรวจจะร่วมกันทำคดีนี้อย่างดีที่สุด เชื่อว่าเราจะมีคำตอบให้ได้ภายในเดือนหน้า.

 


วันนี้ "๑๓ เมษายน" เป็นวัน "มหาสงกรานต์" เรารู้ แบบชินว่า..... ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่สากล ส่วน ๑๓ เมษายน วันสงกรานต์ เป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย

หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่
ฤๅ "ฟ้าใส" จะล่มรัฐบาล?
'ศิษย์-อาจารย์' ในวันจักรี
ประยุทธ์-ปรีดีใน 'ดี-เลว'
'จูราสสิก ปาร์ก' ภาค OctDem