ธปท.จ่อปรับจีดีพี ห่วงระบาดรอบ2ปีหน้าเผาจริงแน่


เพิ่มเพื่อน    

  "ธปท." จ่อปรับตัวเลขเศรษฐกิจใหม่เดือน ก.ย. หลังนักท่องเที่ยวต่างชาติหาย 1.3 ล้านคน ฉุดจีดีพีดิ่ง 0.5% ห่วงปีหน้าเผาจริง ชี้ฟื้นตัวได้ต้องเปิดประเทศ แนะทำระมัดระวัง หวั่นโควิดระบาดรอบ 2 ไทยฟุบหนักแน่

    เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้มีความเป็นไปได้ 2  ทาง โดยหากดูจากการฟื้นตัวในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.63 ปรับตัวดีขึ้นกว่าที่ประเมินไว้ แต่มองไปข้างหน้ายังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะตัวเลขของนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งเดิม ธปท.คาดว่าในปีนี้จะอยู่ที่ 8 ล้านคน แต่ตัวเลขทางการคาดการณ์จะอยู่ที่ 6.7 ล้านคน หรือหายไปประมาณ 1.3 ล้านคน กระทบจีดีพีประมาณ 0.5% รวมทั้งความเสี่ยงจากการระบาดของโควิด-19 รอบ 2 ซึ่ง ธปท.ได้นำมารวมในคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจปี 2563 ในรอบนี้ด้วย
    ส่วนกรณีที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าจีดีพีปีนี้จะขยายตัวติดลบ 10% นั้น จากข้อมูลพบว่า เศรษฐกิจครึ่งปีแรกติดลบ 7% หากจะให้เศรษฐกิจทั้งปีติดลบ 10% เศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะต้องติดลบ  13% ซึ่งติดลบสูงกว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 2/2563 จึงเหลือปัจจัยเดียวที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยลงลึกถึงจุดนั้น คือการระบาดของโควิด-19 รอบ 2 จนทำให้มีการปิดเมือง ล็อกดาวน์ ซึ่งจากปัจจัยในขณะนี้ยังมองไม่เห็นว่าเศรษฐกิจจะลงลึกได้ขนาดนั้น
    "เดือนกันยายนนี้  ธปท.จะมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจรอบใหม่ ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับลดลงแน่นอน แต่ก็ต้องใส่ปัจจัยเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ปรับตัวดีขึ้นด้วย จึงยังบอกไม่ได้ว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นหรือแย่ลง โดยปัจจัยสำคัญที่สุดคือการระบาดรอบ 2 จะเกิดขึ้นหรือไม่" นายดอนระบุ
    นายดอนกล่าวว่า ที่ต้องให้ความสำคัญคือการขยายตัวทางเศรษฐกิจของปี 2564 เพราะปีหน้าความเสี่ยงสำคัญจะสูงกว่าปีนี้ โดยเฉพาะหากนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเข้ามาไม่ได้ ปีหน้าจะได้เห็นสถานการณ์เศรษฐกิจของต่างประเทศฟื้น แต่ไทยไม่ฟื้น จึงมีประเด็นสำคัญที่อยากฝากไว้คือ รัฐบาลและประชาชนต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเลขการระบาดของโควิด-19 ที่ไม่ใช่ตัวเลข 0 ราย ที่ผ่านมาหลายประเทศยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อจำนวนมากต่อวัน และอยู่กับสิ่งนั้นได้ กิจกรรมเศรษฐกิจเป็นไปตามปกติ  ขณะที่ไทยหากระบาดอีกครั้ง และยอมให้กิจกรรมหายไปเลยเหมือนก่อนหน้านี้จะกระทบหนัก ดังนั้นต้องหาวิธีเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน ภาครัฐต้องมีวิธีให้ความมั่นใจเพราะไม่รู้สถานการณ์จะดีขึ้นเมื่อไหร่
    สำหรับสถานการณ์การว่างงานในขณะนี้ ถ้าดูจากตัวเลขที่เห็นจะมีทิศทางที่ดีขึ้นบ้าง แต่ว่าตอนนี้ตัวเลขที่สนใจไม่ใช่ตัวเลขของผู้ว่างงานอย่างเดียว แต่วิกฤติโควิด-19 ยังส่งผลกระทบกับตำแหน่งงาน และรายได้ โดยจำนวนผู้หยุดงานชั่วคราวตามมาตรา 75 ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งแท้จริงแรงงานที่รายได้ต่ำกว่าปกติ ทำงานน้อยกว่าปกติมีเยอะในระบบเศรษฐกิจ เป็นอีกกลุ่มที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กลุ่มที่ตกงานไปแล้ว เพราะแรงงานดังกล่าวส่วนใหญ่อยู่ได้ด้วยโอที แต่ตอนนี้โอทีน้อยลงจะส่งผลให้อยู่ลำบาก
    นายดอนกล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ค.63 ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ตามการใช้จ่ายภาครัฐและการผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองทั้งในและต่างประเทศ โดยเครื่องชี้เรื่องการบริโภคภาคเอกชนหดตัวน้อยลงต่อจากเดือนก่อน ตามการใช้จ่ายที่ปรับดีขึ้นในเกือบทุกหมวด ผลจากมาตรการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง และปัจจัยชั่วคราวที่ในเดือนนี้มีวันหยุดยาวมากกว่าระยะเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับสถานการณ์การจ้างงาน รายได้ครัวเรือน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับดีขึ้นบ้าง ส่งผลให้ประชาชนออกมาเดินทางท่องเที่ยวและใช้จ่ายมากขึ้น
    สำหรับมูลค่าการส่งออกสินค้าหดตัวที่ 11.9% จากระยะเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการหดตัวน้อยลงต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าตามการส่งออกที่ปรับดีขึ้นในหลายหมวดสินค้า อาทิ หมวดยานยนต์และชิ้นส่วน หมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ และหมวดอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ภาวะการลงทุนยังเปราะบาง สะท้อนจากเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่หดตัวสูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ส่วนภาพรวมการท่องเที่ยวยังหดตัวสูงต่อเนื่อง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศหดตัวสูงต่อเนื่องที่ 100% จากระยะเดียวกันของปีก่อน จากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศที่ยังคงมีอยู่ ส่งผลให้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4
    "การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกครั้ง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้และปีหน้า แต่ต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะหากเกิดการระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยรอบ 2 อาจทำให้ประเทศกลับมาลำบากอีกครั้ง โดยปี 2564 ธปท. คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 16 ล้านคน ขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาดไว้ที่ 12  ล้านคนซึ่งถือว่าต่ำมาก สะท้อนว่าปีหน้าความเสี่ยงสำคัญจะสูงกว่าปีนี้ หากนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาไม่ได้" นายดอนระบุ.

 

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.