‘ปรีดี’ช็อกรัฐบาล! ลาออกพ้นรมว.คลัง/พท.ตาลุกวาวสัญญาณพัง


เพิ่มเพื่อน    

  รัฐนาวาบิ๊กตู่ล่มปากอ่าว! ขุนคลัง “ปรีดี ดาวฉาย” ไขก๊อกพ้นเก้าอี้ มีผล 2 ก.ย.นี้ หลังอยู่ในตำแหน่งไม่ถึงเดือน สะพัดเหตุผลมีทั้ง “ป่วยไข้-เกาเหลา'สันติ'-อาถรรพ์ช้างคู่” สุพัฒนพงษ์เชื่อไร้ผลกระทบงานด้านเศรษฐกิจ ครม.ทิ้งทวนอนุมัติโผแต่งตั้งตามที่วายุภักษ์ 1 เสนอ “เพื่อไทย” ได้ทีขย่ม ชี้เป็นสัญญาณพังพาบของรัฐบาลประยุทธ์ 2/2 ประชดชง “ลุงตู่” นั่งควบเก้าอี้แทนเลย

    เมื่อวันอังคารที่ 1 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง รัฐมนตรีลาออก เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนพิเศษ 200 ง แล้ว โดยเนื้อหาระบุว่า นายปรีดี ดาวฉาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2563 ความเป็นรัฐมนตรีของนายปรีดี ดาวฉาย จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2563 ตามความในมาตรา 170 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
    ทั้งนี้ ตลอดทั้งวันมีกระแสข่าวสะพัดว่านายปรีดีที่ได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 6 ส.ค. และเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวันที่ 12 ส.ค. ได้ยื่นจดหมายลาออก โดยส่งหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ ให้เหตุผลการลาออกว่าป่วย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ได้ลงนามอนุมัติ คาดว่าอยู่ระหว่างพูดคุยเพื่อให้นายปรีดีอยู่ในตำแหน่งต่อ
    ทั้งนี้ นายปรีดีเป็น รมว.การคลังคนที่ 53 หากนับการอยู่ในตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. จะอยู่ในตำแหน่ง 28 วัน แต่หากนับตั้งแต่วันถวายสัตย์ฯ 12 ส.ค. เท่ากับว่านายปรีดีปฏิบัติหน้าที่ รมว.การคลังเพียง 22 วันเท่านั้น
    รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังแจ้งว่า ช่วงเช้าของวันที่ 1 ก.ย.2563 นายปรีดีได้เดินทางเข้ามาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่กระทรวงการคลังตั้งแต่เช้าตรู่ หลังจากนั้นก็เดินทางไปประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล และไม่เดินทางกลับเข้ากระทรวงอีก โดยได้ให้คนขับรถประจำตำแหน่งเดินทางมารับหนังสือเอกสารไปให้นายปรีดี ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นหนังสือลาออกเพื่อยื่นให้ พล.อ.ประยุทธ์
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า เมื่อสักครู่มีคนมาบอก แต่ไม่ทราบเรื่อง โดยรู้ว่าเมื่อ 2 วันก่อนป่วย ซึ่งยังคิดในใจอยู่เลยว่าหากป่วยสามารถพักหรือลาได้ โดยตนเองก็ป่วย ป่วยกันทุกคน แต่ไม่รู้ว่าท่านออก ขณะที่ในที่ประชุม ครม.วันที่ 1 ก.ย.ก็ไม่มีท่าทีอะไร ท่านยังเสนอแต่งตั้งอธิบดี 5-6 กรมอยู่เลย
    ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าเหตุผลที่ลาออกเพราะไม่พอใจเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่น่าจะใช่ เพราะการแต่งตั้งวันนี้เป็นบัญชีเดียวกับตอนที่เสนอในที่ประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดระยอง
ไม่กระทบงานเศรษฐกิจ
ด้านนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงการคลัง ปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องดังกล่าว แต่ระบุว่าการเปลี่ยน รมว.การคลัง เชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อการทำงานของทีมเศรษฐกิจรัฐบาล เพราะนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ แผนงานของรัฐบาลมีการวางไว้หมดแล้ว ดังนั้น รมช.การคลัง รวมทั้งข้าราชการ ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลังที่ยังทำงานอยู่ ก็ล้วนมีความเชี่ยวชาญ สามารถขับเคลื่อนงานให้เป็นไปตามแนวทางที่รัฐบาลวางไว้ได้
    วันเดียวกันนี้ ในที่ประชุม ครม.ได้มีมติเห็นชอบเรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงการคลัง) จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย 1.นายจำเริญ โพธิยอด ผู้ตรวจราชการกระทรวง ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง 2.นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร 3.นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิต และ 4.นางวรนุช ภู่อิ่ม ที่ปรึกษาด้านบริหารเหรียญกษาปณ์และทรัพย์สินมีค่า กรมธนารักษ์ ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง
มีรายงานแจ้งว่า นอกจากอาการป่วยของนายปรีดีแล้ว ปัจจัยหนึ่งอาจเกิดจากความขัดแย้งในการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงภายในกระทรวงการคลัง เพราะในการประชุม ครม.สัญจรเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่นายปรีดีเสนอการแต่งตั้งนายลวรณไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิต แต่ในที่ประชุม ครม.กลับขานชื่อว่าเป็นนายประภาส คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ที่นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลังสนับสนุน ทำให้นายวิษณุทักท้วงว่าทำไม่ได้ เพราะชื่อที่ขานกับเอกสารที่นำเข้า ครม.ไม่ตรงกัน จึงขอให้ถอนเรื่องออกไปก่อน
สำหรับเบื้องหลังการแต่งตั้งอธิบดีกรมสรรพสามิต นายสันติต้องการผลักดันนายประภาส ซึ่งได้นำชื่อนี้มาฝากที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เพื่อให้ช่วยผลักดันอีกทางหนึ่ง จึงเป็นเหตุให้สลับรายชื่อในการประชุม ครม.สัญจร ทำให้นายปรีดีรู้สึกหัวเสียอย่างมาก และตัดสินใจว่าถ้าหากตัวเองซึ่งเป็น รมว.การคลังไม่สามารถแต่งตั้งลูกน้องที่ตัวเองเห็นสมควรได้ ก็จะลาออกจากตำแหน่ง รมว.การคลัง แม้ล่าสุดในการประชุม ครม.วันที่ 1 ก.ย. นายปรีดีได้เสนอการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการคลังเข้ามาอีกครั้ง โดยยืนยันตามเอกสารที่เสนอ ครม.สัญจร และที่ประชุม ครม.เห็นชอบตามที่เสนอ นายปรีดีก็ยังตัดสินใจลาออก
หึ่ง! อาถรรพ์ “ช้างคู่”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า? ภายหลังการประชุม? ครม. บริเวณทางเชื่อมตึกสันติไมตรีและตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนที่ พล.อ.ประวิตรจะเดินทางออกจากทำเนียบฯ ได้หยุดยืนคุยกับรัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดยมีนายสันติ, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน เป็นเวลานานกว่า 10 นาที ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด และเดินทางออกจากทำเนียบฯ ไปทันที
สำหรับนายปรีดี ก่อนจะมารับตำแหน่ง รมว.การคลัง เป็นกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย และเป็นประธานสมาคมธนาคารไทย ซึ่งนายปรีดีเคยกล่าวกับคนใกล้ชิดหลายครั้งว่าไม่ต้องการมารับตำแหน่ง รมว.การคลัง แต่ถูกนายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกิตติคุณ ธนาคารกสิกรไทย ได้ขอให้มาช่วยรัฐบาล นายปรีดีจึงต้องจำยอม เพราะถือนายบัณฑูรเป็นนาย เมื่อสั่งมาก็ต้องทำ
    ทั้งนี้ ผลงานของนายปรีดีตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งนั้น ในการประชุมนัดแรกวันที่ 13 ส.ค.2563 นายปรีดีได้ขวางข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทยที่จะให้ต่อสัญญาสัมปทานการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้กับบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จากที่สิ้นสุดสัญญา ปี 2572 ต่อไปอีก 30 ปี จนถึงปี 2602 จะทำให้บีทีเอสได้รับสัมปทานรวม 60 ปี เพื่อแลกกับภาระหนี้ของกรุงเทพมหานคร ร่วม 70,000 ล้านบาท รวมทั้งกำหนดอัตราค่าโดยสารตลอดสายไม่เกิน 65 บาท นอกจากนี้นายปรีดียังได้เสนอ ครม.เห็นชอบ 5 มาตรการเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยนำวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารออมสินปล่อยไม่หมดมาจัดทำโครงการใหม่ รวมทั้งให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้าไปค้ำประกันสินเชื่อให้ธุรกิจเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้น
    ขณะเดียวกัน ที่กระทรวงการคลัง ข้าราชการและพนักงานได้วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นการลาออกของนายปรีดี ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากอาถรรพ์ช้างคู่ประจำกระทรวงการคลัง ซึ่งมีกำหนดย้ายกลับมาตั้งไว้ที่เดิมภายในปีนี้ บริเวณโถงหน้าห้องประชุมวายุภักษ์ 1 ชั้น 1 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งอยู่ในวาระที่นายปรีดียังดำรงตำแหน่งหากยังไม่ลาออก โดยขณะนี้บริเวณแท่นที่วางช้างคู่ได้มีการปิดพื้นที่ปรับปรุงครั้งใหญ่ จากเดิมที่เป็นแท่นปูนก็มีการทุบออก และมีการทำโครงสร้างคานเหล็กที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ช้างคู่ที่แกะสลักจากไม้เกิดความเสียหายจากสภาพอากาศ และถูกปลวกแทะกินอย่างที่ผ่านมา
    สำหรับช้างคู่ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงการคลัง เมื่อมีการปรับเปลี่ยนโยกย้าย รมว.การคลัง, รมช.การคลัง หรือข้าราชการระดับสูง ต้องมีการเข้าสักการะ โดยมีความเชื่อว่าในการคล้องพวงมาลัยให้ช้างคู่ จะต้องห้ามให้พวงมาลัยขาด หรือขยับเคลื่อนย้ายตำแหน่งของช้างเด็ดขาด เพราะจะส่งผลต่อตำแหน่ง ซึ่งที่ผ่านมาในยุคของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ได้ทำพวงมาลัยขาด หลังจากนั้นก็ดำรงตำแหน่ง รมว.การคลังเพียง 3 เดือน หรือยุคนายสมหมาย ภาษี รมว.การคลัง ปี 2557 ที่มีการสั่งย้ายช้าง เพื่อไปซ่อมบำรุงที่กรมศิลปากร เนื่องจากโดนปลวกแทะกิน ในวันที่ 26 มิ.ย.2557 ก็เกิดเหตุฟ้าผ่าใหญ่ที่กระทรวงการคลัง และนายสมหมายก็อยู่ในตำแหน่งเพียง 1 ปีเท่านั้น
    ส่วนความคิดเห็นในซีกการเมืองนั้น นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า เคยเตือนรัฐบาลไปแล้วกรณีเกาเหลาเรียกพี่ของกระทรวงการคลัง ที่รัฐมนตรีว่าการน้องใหม่ นายปรีดีถูกหักหน้ากลางวงที่ประชุม ครม.ในเรื่องตั้งอธิบดี และการไม่ให้อำนาจที่เด็ดขาดกับ ครม.ชุดใหม่ หลายคนบ่นกับคนใกล้ชิดว่าอยากลาออก ซึ่งเปรียบเหมือนกับแค่เชิญนายปรีดีให้มาเป็นพระอันดับให้ครบองค์ สร้างภาพให้ ครม.ใหม่ดูดีเท่านั้น สุดท้ายก็บัวแล้งน้ำ
ยุบิ๊กตู่นั่งควบคลัง
    นายจิรายุกล่าวอีกว่า นอกจากประชาชนจะไม่สามารถคาดหวังสิ่งใดๆ ได้แล้วในรัฐบาลชุดนี้ และยังทำให้ ครม.ชุดใหม่ที่มาจากภาคเอกชนเช่นนายปรีดี และคนอื่นๆ ในตำแหน่งรองนายกฯ ก็อาจเป็นเพียงแค่หัวโขน สร้างภาพให้ทีมเศรษฐกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ดูดี แต่เอาเข้าจริงๆ ก็เล่นกันคนละคีย์ ประเทศเราจะไปไม่รอดและจะปรับ ครม.อีกกี่หนกี่รอบก็ไม่เป็นประโยชน์ใดๆ กับประเทศ หากยังดำเนินนโยบายกู้เพื่อชาติจนเป็นหนี้กันไปเป็นร้อยปีอย่างนี้ คงต้องเรียกว่า 6 ปีบิ๊กตู่ที่สูญเปล่าจริงๆ
    “วันนี้มีแต่คนถีบหัวเรือรัฐนาวาของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งวันนี้ขอเรียกร้องว่า พล.อ.ประยุทธ์มีอำนาจอย่างเดียวจะมาบริหารประเทศแบบนี้ไม่ได้ ต้องมีกึ๋นด้วย ขอแนะนำว่าหัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นอยู่นั้น ควรมานั่งควบเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอีกตำแหน่งไปเลย จะได้รู้แดงรู้ดำกันไปเลยว่ารัฐบาลชุดนี้กินปลาเยอะมีกึ๋น หรือมีขี้เลื่อยแค่ไหน เพราะสุดท้าย ที่ซวยมากที่สุดก็คือประชาชนคนไทยกว่า 70 ล้านคน ที่ต้องมาทนทุกข์ ซวยซ้ำซาก ซวยซ้ำซ้อน จากการยึดอำนาจด้วยวาทกรรมปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง สุดท้ายประเทศเข้าสู่การล้มละลาย อยากถามคนไทยว่ารู้สึกอย่างไรกับ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลชุดนี้ อยู่มาจะ 7 ปียังฝืนธรรมชาติ”
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์กว่าจะตั้ง ครม.ได้ก็เกิดสภาวะสุญญากาศอยู่นาน ไปชวนใครมาก็ไม่มีใครอยากมาเข้าร่วม นายปรีดีเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 6 ส.ค. และถวายสัตย์ฯ เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ประชาชนยังสงสัยอยู่เลยว่าทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ของรัฐบาลเริ่มทำงานกันหรือยัง แต่ปรากฏว่าเรือยังไม่ทันได้ออกก็ล่มปากอ่าว ก้นหม้อข้าวยังไม่ทันดำ ต้องบอกเลิกศาลาก่อนเวลาอันควร สถานการณ์บอบช้ำหนักของรัฐบาลเช่นนี้ เป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็ง ที่รากของปัญหาหยั่งลึกยากแก้ไขยังมีอีกมาก
“นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และทีมรัฐมนตรี 4 กุมารยังโบกมือลา แล้วนายปรีดีเป็นใคร จะทนพิษบาดแผลจากการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพได้อย่างไร วิกฤติเศรษฐกิจหนักขนาดนี้ 10 สมคิด 40 กุมาร ยังช่วยไม่ได้ ตราบใดที่ พล.อ.ประยุทธ์ยังเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจก็ตัวใครตัวมัน พล.อ.ประยุทธ์ต้องยอมรับก่อนว่าเป็นศูนย์กลางของปัญหา รัฐมนตรีกระทรวงสำคัญขนาดนี้ลาออก บ่งบอกถึงอาการว่าหนักมาก สัญญาณพังพาบของรัฐบาลมาถึงแล้ว”.

 

 


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก