อัปยศ‘คดีบอส’ คบคิดทำโสมม


เพิ่มเพื่อน    

  "วิชา" เปิดผลสอบคดี "บอส" ใช้อักษรย่อ อ้างเหมือน“แฮรี่ พอตเตอร์” แม้ไม่ระบุชื่อแต่รู้ว่าใครเกี่ยวข้อง ชี้กระบวนการสอบสวนบกพร่อง ทำลายรูปคดีดังต้นไม้พิษผลไม้ยอมเป็นพิษ  การร้องขอความเป็นธรรมครั้งที่ 14 ไม่สุจริต ใช้หลักฐานเดิมสมคบคิดเป็นกระบวนการ เชื่อผู้นำองค์กร ตร.-อัยการผิดจริยธรรมร้ายแรงไม่ต่ำกว่า 10 คน ชง ป.ป.ช.ฟ้องศาลฎีกา พบหลักฐานสอบ "ธนสิทธิ์" เป็นเท็จ ชงสอบ "สมยศ" เพิ่ม "บิ๊กตู่" เด้งรับ 5 ข้อเสนอส่งต่อ ป.ป.ท.รับไม้ต่อ จี้ ตร.ดำเนินคดีบอส ลั่นต้องไม่ปล่อยให้คนหลุดพ้นจากกระบวนการยุติธรรม

    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 1 กันยายน คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน แถลงสรุปผลการค้นหาความจริงกรณีอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตปี 2555 ภายหลังยื่นผลสอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม
    นายวิชาแถลงว่า คดีนี้เป็นเรื่องที่น่าอับอายสำหรับบุคคลและองค์กรที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม แม้แต่คนไทยเองก็ตามที่ต้องรู้เรื่องจากฝรั่งว่าคดีของนายวรยุทธที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต จนเกิดผลจากสั่งฟ้องกลายเป็นสั่งไม่ฟ้อง ข้อมูลที่เราได้มายังเป็นข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เป็นกังวลว่าหากเผยแพร่หรือเปิดเผยออกไปจะกระทบถึงเขาหรือไม่อย่างไร ฉะนั้นในสรุปรายงานที่ให้กับสื่อมวลชนครบเหมือนที่บอกไว้บอกหมดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร เข้ามาในกระบวนการได้อย่างไร มีพฤติกรรมอย่างไรโดยละเอียดทั้งหมด และเป็นสิทธิ์ของนายกฯ ต้องไปดำเนินการต่อ และสิทธิ์ของท่านที่จะพิจารณาเผยแพร่ต่อไป
    “เอกสารที่สรุปให้กับสื่อมวลชนจะทำให้เห็นกระบวนการทั้งหมด แต่ตัวละครต่างๆ จะขอใช้อักษรย่อ พร้อมระบุตำแหน่งให้ แต่เป็นบุคคลที่คุณก็รู้ว่าใคร เหมือนแฮรี่ พอตเตอร์ ซึ่งท่านสามารถไปสืบหาต่อได้เลยว่าเป็นใคร”
    นายวิชากล่าวว่า เราเห็นพฤติกรรมที่เริ่มตั้งแต่ทำสำนวนบกพร่อง เพราะการที่ตั้งข้อหาสำหรับคนตาย โดยเฉพาะ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ ที่ถูกนายวรยุทธขับรถชนจนเสียชีวิต ถือว่าไม่เป็นธรรมและไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะไม่มีสิทธิ์ต่อสู้คดี แม้ว่าเขาจะได้รับเงินเยียวยา แต่ก็ทำให้รูปคดีเสียหายอย่างหนัก กระบวนการเหล่านี้เราเห็นภาพว่าพนักงานสอบสวนไม่ได้ทำอย่างมืออาชีพ เพราะบางข้อกล่าวหาไม่ได้ใส่ไว้ในสำนวนสอบไว้ เพียงแค่ให้รู้ว่าสอบ แต่ไม่ได้จริงจัง และก็สั่งไม่ฟ้องสำหรับข้อกล่าวหานั้น เช่น เรื่องเมาแล้วขับ การใช้ระยะเวลายาวนานมากในการสอบสวน คือกินเวลากว่า 6 เดือน และไม่ได้นำตัวมาส่งฟ้องศาลตามที่อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องตั้งแต่แรก
    ประธานคณะกรรมการตรวจสอบฯ กล่าวต่อว่า คดีนี้มีการร้องขอความเป็นธรรม 14 ครั้ง โดยไม่ประสบความสำเร็จ 13 ครั้ง ส่วนการร้องขอความเป็นธรรมครั้งที่ 14 มีการยื่นพยานหลักฐานที่ก่อนหน้านี้ ร.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อดีตอัยการสูงสุด (อสส.) ได้ปฏิเสธพยานหลักฐานที่นำมาร้องขอความเป็นธรรมไปแล้ว นอกจากนั้น น.ส.นิภาพร รุจนรงศ์ รองอัยการสูงสุด ก็ได้ปฏิเสธการร้องขอความเป็นธรรมไปแล้ว 2 ครั้ง และครั้งสุดท้ายอย่างที่เรารู้กันอยู่ว่าท่านรองอัยการสูงสุดที่รับผิดชอบเรื่องนี้หยิบยกพยานหลักฐานที่ถูกปฏิเสธไปแล้วมา ถือว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ที่มั่นคง นอกจากนั้นยังมีอดีต อสส.อีก 4 คนที่ให้ข้อมูลว่าการร้องขอความเป็นธรรมจะต้องใช้พยานหลักฐานใหม่เท่านั้น
วันสอบปากคำ'ธนสิทธิ์'เป็นเท็จ
    ในการร้องขอความเป็นธรรมครั้งที่ 8 วันที่ 16 มิ.ย.58 เป็นครั้งที่เราถือได้ว่าเป็นการร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจกันจนผิดปกติที่สุดในกระบวนการทำสำนวนในลักษณะของการสมยอมในการสอบสวน  และเรายังพบว่าวันที่ก็ผิด ไม่ได้เป็นวันที่จริง เพราะเรารู้กันอยู่ว่า วันที่สอบพยานผู้เชี่ยวชาญทางด้านความเร็ว ซึ่ง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น ตำรวจพิสูจน์หลักฐานในคดี และนายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์ประจำและหัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ที่ทำให้กลับความเห็นเรื่องความเร็ว ซึ่ง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ยืนยันว่ามันมีการกระทำในลักษณะที่ถูกกดดันด้วย
    “ต้องขอบคุณ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ และนายสายประสิทธิ์ที่ให้ข้อมูล เพราะวันที่สอบปากคำทั้งวันที่ 26 ก.พ.2559 และ 2 มี.ค.2559 ถือเป็นวันเท็จ เพราะวันที่มีการสอบปากคำจริงๆ คือวันที่ 29 ก.พ.2559 เรามีหลักฐานยืนยันชัดเจนเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และทั้งสองคนก็เข้าอยู่กระบวนการคุ้มครองพยานในทันที”
     นายวิชากล่าวต่อว่า คนที่ให้ข้อมูลที่แท้จริงเรื่องความเร็วคือ นายสธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่ได้นำเอกสารที่ท่านทดสอบไปใส่ไว้ในสำนวนคดีด้วย จึงเห็นได้ว่าเป็นข้อพิรุธในสำนวน กระบวนการเหล่านี้ เราเห็นว่ามีการหยิบยกพยานหลักฐานที่สร้างขึ้นมาอันเป็นเท็จ ด้วยความร่วมไม้ร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ ทนายความ มีอัยการท่านหนึ่งอยู่ในกระบวนการนี้ด้วย
    “เรื่องนี้เป็นต้นไม้พิษ สร้างผลไม้อันเป็นพิษ บริโภคไม่ได้ ต้องเสียไปทั้งหมด ในทางกระบวนการเราเห็นว่าให้มีการสอบสวนใหม่ ไม่ใช่ว่าสอบสวนพยานหลักฐานใหม่ตาม ป.วิอาญา มาตรา 147 แต่เราเห็นยิ่งกว่านั้น คือต้องนับหนึ่งใหม่ แต่เนื่องจากบางข้อหาขาดอายุความไปแล้ว คงช่วยไม่ได้ในส่วนนี้ เราเสนอว่าต้องแก้โดยเร่งด่วน ให้อายุความหยุดลงเมื่อผู้ต้องหาหลบหนี แบบเดียวกับคดีทุจริต"
    นายวิชากล่าวอีกว่า มีเรื่องที่ต้องดำเนินการสำหรับบุคคลที่อยู่ในตำแหน่งสูง และเป็นผู้นำองค์กร เราอาจจะไม่ได้ข้อมูลที่แท้จริงในเรื่องของทางอาญาหรือทางวินัย แต่ว่าเราสามารถดำเนินการได้ในแง่ของจริยธรรม เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 พูดถึงเรื่องจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดย ป.ป.ช.เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบ และอาจจะให้พ้นจากตำแหน่งได้โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ประมาณ 10 คนขึ้นไป   
เสนอฟัน 8 กลุ่มตัวการ
    สำหรับข้อเสนอของคณะกรรมการฯ ประกอบด้วย 1.ต้องเริ่มกระบวนการสอบสวนใหม่ให้ถูกต้องในข้อหาที่ยังไม่ขาดอายุความ โดยเฉพาะข้อหายาเสพติดให้โทษ ข้อหาขับขี่รถชนในขณะเมาสุราและเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.ต้องมีการดำเนินการทางวินัยและทางอาญาต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐและบุคคลอื่นที่ร่วมขบวนการ ซึ่งมีทั้งหมด 8 กลุ่ม ดังนี้ 1.พนักงานสอบสวนซึ่งเกี่ยวข้องกับสำนวน 2.พนักงานอัยการซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 3.ผู้บังคับบัญชาซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 4.สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 5.ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 6.ทนายความซึ่งกระทำผิดกฎหมาย 7 พยานซึ่งให้การเป็นเท็จ 8.ตัวการ ผู้ใช้ และผู้สนับสนุนในการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว  
    ผู้สื่อข่าวถามว่า การดำเนินการกับบุคคลระดับผู้บังคับบัญชาจะรวมถึงบุคคลที่อยู่ในระดับผู้นำองค์กรด้วยหรือไม่ นายวิชา ตอบว่า ถ้าเผื่อเขาสอบไปว่าถ้ามายุ่งเกี่ยวด้วยก็ต้องเข้าด้วย แล้วแต่ว่ากระบวนการในการสอบสวนหรือไต่สวนในการดำเนินการเพื่อให้ได้ความจริง ยืนยันว่ามีผู้นำองค์กรเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
    เมื่อถามถึงการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง จากการสวบสวนมีความเชื่อมโยงกับนายวรยุทธหรือไม่ นายวิชากล่าวว่า จากที่เราได้มามีความเชื่อมโยงพอสมควร และเป็นที่รู้กันอยู่ เหมือนในโซเชียลมีเดียก็ยังรู้ล่วงหน้าว่าใครเป็นผู้อุปถัมภ์นายจารุชาติ มีทั้งบุคคลที่มีความเกี่ยวพันกับนายวรยุทธ และกับผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ทางภาคเหนือ ซึ่งเราก็รู้กันอยู่ ดังนั้นทางตำรวจภาค 5 กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ว่าทำไมถึงมีการทำลายมือถือของนายจารุชาติ เพราะมันไม่น่าจะต้องทำลายถึงขนาดนั้น ก็กำลังตรวจสอบอยู่
    นายวิชากล่าวด้วยว่า การติดตามตัวนายวรยุทธ ทาง ตม.ได้ยืนยันแล้วว่าเขาจะไม่ลบชื่อออก และจะดำเนินการต่อไปอย่างจริงจัง ซึ่งทางคณะกรรมการฯ ก็จะรอฟังต่อไปว่าจะมีความชัดเจนอย่างไร ส่วนเรื่องการนำตัวนายวรยุทธมาลงโทษ จะต้องไปถามทางอัยการและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะเป็นเรื่องของกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งที่ผ่านมามีการประสานไปแบบไม่ประสาน ประสานแบบไม่ค่อยเต็มใจจะประสาน แต่ในรอบใหม่นี้ยังไม่เห็นว่าเขาจะไม่เต็มใจหรือเปล่า
    เมื่อถามว่ามีอดีต ผบ.ตร.เกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะมีการให้ปากคำวันที่ 29 ก.พ.59  นายวิชากล่าวว่า เรารู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร ก็ท่านออกมาคัดค้านหรือยอมรับ และขอยืนยันว่าวันที่ 29 ก.พ.ของจริง  
    ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. เป็นหนึ่งในรายชื่อกว่า 10 คนที่เราจะตรวจสอบเพิ่มเติมหรือไม่ นายวิชาตอบว่า พล.ต.อ.สมยศมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสอบพยานเพิ่มว่ามีขึ้นวันที่ 26 ก.พ.59 เมื่อมีข้อมูลยืนยันว่าการสอบพยานเพิ่มมีขึ้นวันที่ 29 ก.พ.59 ถือว่ายังมีข้อสงสัย ก็ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบต่อ
    ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงเรื่องนี้ว่า เป็นคดีที่คาใจประชาชนและสังคม ตนไม่อยากให้ประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่นในระบบและกระบวนการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมของไทย ซึ่งมีการดำเนินคดีมากมาย โดยเฉพาะในคดีลักษณะดังกล่าวมีเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสนคดีในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการฯ ทำงานอย่างน่าชมเชย มีการประชุมเกือบทุกวัน ก็ขอชมเชยมา ณ ที่นี้ มีการส่งรายงานมาทุกรอบ 10 วัน และได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับตน ปรึกษาหารือกันตลอดเวลา แต่ยืนยันว่าตนจะไม่ไปก้าวล่วงกับใคร เพราะถือว่าตนอยู่ตรงกลาง จะไปก้าวล่วงอัยการก็ไม่ได้ เพราะเป็นองค์กรอิสระ ในส่วนของตำรวจได้สั่งการไปตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการฯ
นายกฯจี้ตร.ดำเนินคดีบอส
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้ลงมติเห็นว่าเรื่องนี้ได้ใช้เวลานานถึง 8 ปีเกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวนมาก ทั้งตำรวจ อัยการ ทนายความ ฝ่ายการเมือง ดูแล้วสลับซับซ้อนพิกลอยู่ ซึ่งสังคมไม่ไว้วางใจตรงนี้ มีการร้องเรียนขอความเป็นธรรมซ้ำซาก ถึง 14 ครั้ง คณะกรรมการตรวจสอบฯ ใช้คำว่าอาจจะมีการทำเป็นกระบวนการ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบกันต่อไปให้เกิดความชัดเจนขึ้น ก็ต้องมาดูว่าเราจะทำอย่างไรได้ต่อไป ได้ตรงนี้ อย่าเพิ่งไปดูว่าเป็นใครบ้าง เพราะมันยังต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอีก ยังไม่อยากระบุรายชื่อตรงนี้ แม้หลายคนอยากจะรู้ ก็ได้แต่เพียงรู้เท่านั้นความขัดแย้งก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ เดี๋ยวถึงเวลาก็จะปรากฏเอง
    นายกฯ ระบุว่า วันนี้ข้อเสนอแนะ 5 ข้อของคณะกรรมการฯ ที่เสนอมา ประกอบด้วย 1.ยกคดีขึ้นเพื่อดำเนินการใหม่ โดยเฉพาะคดีที่ยังไม่ขาดอายุความ เรื่องนี้ดำเนินการได้อย่างแน่นอน มี 2-3 คดีที่มีอยู่ 2.ดำเนินคดีและดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย 3.ในบางเรื่องมีความชัดเจนว่ามีความผิดหรือไม่ แต่ต้องตรวจสอบพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องในเชิงจริยธรรม 4.ซักซ้อมเกี่ยวกับความเข้าใจการมอบอำนาจของผู้บังคับบัญชาว่าจะทำอย่างไร เมื่อรับมอบไปแล้วจะรับผิดชอบอย่างไร ก็ต้องไปดูและแก้ไขกฎระเบียบอีกหลายเรื่อง วิธีปฏิบัติในการมอบอำนาจ สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยทันที ถ้าเป็นตำรวจตนก็กำกับดูแลอยู่แล้ว ในส่วนอัยการนั้นก็เป็นอิสระ ในส่วนของทนายความก็มีสภาทนายความที่จะไปดูแลว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือไม่
    และรัฐบาลจะมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นศูนย์กลางติดตามดูแลประสานงานในการดำเนินการความก้าวหน้า พร้อมรายงานให้ประชาชนทราบเป็นระยะ และ 5.ทางคณะกรรมการฯ ขอทำงานต่ออีก 30 วัน เพื่อเสนอแนะการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายในเชิงปฏิรูปให้เกิดความชัดเจน โดยได้พูดคุยกันแล้วว่าจะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง ต้องช่วยกันผลักดันต่อไป เพราะฉะนั้นถ้าใครมีเบาะแสหรือข้อเสนอแนะอะไร ก็ขอให้ส่งกับทางคณะกรรมการฯ  
    “ถ้าเราอยู่กันแบบไร้กฎหมายมันไม่ได้ บ้านเมืองจะกลายเป็นอนาธิปไตยทันที ไม่ใช่ประชาธิปไตยแล้ว ถ้าไม่มีกฎหมายเหล่านี้มันอยู่ไม่ได้ หลายอย่างทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ ความเชื่อมั่นจากต่างประเทศเสียไป เศรษฐกิจก็ไม่มั่นคง การลงทุนก็ลดลง ผมถามว่าเราจะได้อะไร ชัยชนะท่ามกลางซากปรักหักพัง ใครจะได้อะไรขอถามหน่อย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ยกมือไหว้ขอบคุณนายวิชาและคณะกรรมการฯ ที่มานั่งฟังการแถลงข่าวของนายกฯ และรอเพื่อชี้แจงในรายละเอียด
    ช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์โพสต์เฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ระบุตอนหนึ่งว่า สิ่งที่ผมสามารถทำได้ - และผมจะทำ - คือ คดีนี้ จะต้องเข้าสู่กระบวนการเร่งด่วน และให้ตำรวจดำเนินคดีต่อ “บอส” ในคดีที่ยังไม่หมดอายุความ ภายใน 30 วัน เราต้องไม่ปล่อยให้คนหลุดพ้นจากกระบวนการยุติธรรม โดยใช้วิธีถ่วงเวลาให้หมดอายุความ และผมถือว่าการปล่อยให้เกิดความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรม เป็นเรื่องที่เลวร้ายด้วยเหมือนกัน และผมจะสั่งการให้เริ่มสอบสวนเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่อาจจะเกี่ยวข้องทำให้เกิดความไม่ถูกต้องในกระบวนการทางกฎหมาย ทั้งจากปฏิบัติหน้าที่ หรือการไม่ปฏิบัติหน้าที่
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า จะรับข้อเสนอไปแล้วให้ผู้ที่รับผิดชอบดำเนินการต่อ โดยจะให้คณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ที่มีนายเข็มชัย ชุติวงศ์ ประธาน ดำเนินการต่อ.

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.