อัปยศ‘คดีบอส’ คบคิดทำโสมม


เพิ่มเพื่อน    

  "วิชา" เปิดผลสอบคดี "บอส" ใช้อักษรย่อ อ้างเหมือน“แฮรี่ พอตเตอร์” แม้ไม่ระบุชื่อแต่รู้ว่าใครเกี่ยวข้อง ชี้กระบวนการสอบสวนบกพร่อง ทำลายรูปคดีดังต้นไม้พิษผลไม้ยอมเป็นพิษ  การร้องขอความเป็นธรรมครั้งที่ 14 ไม่สุจริต ใช้หลักฐานเดิมสมคบคิดเป็นกระบวนการ เชื่อผู้นำองค์กร ตร.-อัยการผิดจริยธรรมร้ายแรงไม่ต่ำกว่า 10 คน ชง ป.ป.ช.ฟ้องศาลฎีกา พบหลักฐานสอบ "ธนสิทธิ์" เป็นเท็จ ชงสอบ "สมยศ" เพิ่ม "บิ๊กตู่" เด้งรับ 5 ข้อเสนอส่งต่อ ป.ป.ท.รับไม้ต่อ จี้ ตร.ดำเนินคดีบอส ลั่นต้องไม่ปล่อยให้คนหลุดพ้นจากกระบวนการยุติธรรม

    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 1 กันยายน คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน แถลงสรุปผลการค้นหาความจริงกรณีอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตปี 2555 ภายหลังยื่นผลสอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม
    นายวิชาแถลงว่า คดีนี้เป็นเรื่องที่น่าอับอายสำหรับบุคคลและองค์กรที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม แม้แต่คนไทยเองก็ตามที่ต้องรู้เรื่องจากฝรั่งว่าคดีของนายวรยุทธที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต จนเกิดผลจากสั่งฟ้องกลายเป็นสั่งไม่ฟ้อง ข้อมูลที่เราได้มายังเป็นข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เป็นกังวลว่าหากเผยแพร่หรือเปิดเผยออกไปจะกระทบถึงเขาหรือไม่อย่างไร ฉะนั้นในสรุปรายงานที่ให้กับสื่อมวลชนครบเหมือนที่บอกไว้บอกหมดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร เข้ามาในกระบวนการได้อย่างไร มีพฤติกรรมอย่างไรโดยละเอียดทั้งหมด และเป็นสิทธิ์ของนายกฯ ต้องไปดำเนินการต่อ และสิทธิ์ของท่านที่จะพิจารณาเผยแพร่ต่อไป
    “เอกสารที่สรุปให้กับสื่อมวลชนจะทำให้เห็นกระบวนการทั้งหมด แต่ตัวละครต่างๆ จะขอใช้อักษรย่อ พร้อมระบุตำแหน่งให้ แต่เป็นบุคคลที่คุณก็รู้ว่าใคร เหมือนแฮรี่ พอตเตอร์ ซึ่งท่านสามารถไปสืบหาต่อได้เลยว่าเป็นใคร”
    นายวิชากล่าวว่า เราเห็นพฤติกรรมที่เริ่มตั้งแต่ทำสำนวนบกพร่อง เพราะการที่ตั้งข้อหาสำหรับคนตาย โดยเฉพาะ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ ที่ถูกนายวรยุทธขับรถชนจนเสียชีวิต ถือว่าไม่เป็นธรรมและไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะไม่มีสิทธิ์ต่อสู้คดี แม้ว่าเขาจะได้รับเงินเยียวยา แต่ก็ทำให้รูปคดีเสียหายอย่างหนัก กระบวนการเหล่านี้เราเห็นภาพว่าพนักงานสอบสวนไม่ได้ทำอย่างมืออาชีพ เพราะบางข้อกล่าวหาไม่ได้ใส่ไว้ในสำนวนสอบไว้ เพียงแค่ให้รู้ว่าสอบ แต่ไม่ได้จริงจัง และก็สั่งไม่ฟ้องสำหรับข้อกล่าวหานั้น เช่น เรื่องเมาแล้วขับ การใช้ระยะเวลายาวนานมากในการสอบสวน คือกินเวลากว่า 6 เดือน และไม่ได้นำตัวมาส่งฟ้องศาลตามที่อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องตั้งแต่แรก
    ประธานคณะกรรมการตรวจสอบฯ กล่าวต่อว่า คดีนี้มีการร้องขอความเป็นธรรม 14 ครั้ง โดยไม่ประสบความสำเร็จ 13 ครั้ง ส่วนการร้องขอความเป็นธรรมครั้งที่ 14 มีการยื่นพยานหลักฐานที่ก่อนหน้านี้ ร.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อดีตอัยการสูงสุด (อสส.) ได้ปฏิเสธพยานหลักฐานที่นำมาร้องขอความเป็นธรรมไปแล้ว นอกจากนั้น น.ส.นิภาพร รุจนรงศ์ รองอัยการสูงสุด ก็ได้ปฏิเสธการร้องขอความเป็นธรรมไปแล้ว 2 ครั้ง และครั้งสุดท้ายอย่างที่เรารู้กันอยู่ว่าท่านรองอัยการสูงสุดที่รับผิดชอบเรื่องนี้หยิบยกพยานหลักฐานที่ถูกปฏิเสธไปแล้วมา ถือว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ที่มั่นคง นอกจากนั้นยังมีอดีต อสส.อีก 4 คนที่ให้ข้อมูลว่าการร้องขอความเป็นธรรมจะต้องใช้พยานหลักฐานใหม่เท่านั้น
วันสอบปากคำ'ธนสิทธิ์'เป็นเท็จ
    ในการร้องขอความเป็นธรรมครั้งที่ 8 วันที่ 16 มิ.ย.58 เป็นครั้งที่เราถือได้ว่าเป็นการร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจกันจนผิดปกติที่สุดในกระบวนการทำสำนวนในลักษณะของการสมยอมในการสอบสวน  และเรายังพบว่าวันที่ก็ผิด ไม่ได้เป็นวันที่จริง เพราะเรารู้กันอยู่ว่า วันที่สอบพยานผู้เชี่ยวชาญทางด้านความเร็ว ซึ่ง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น ตำรวจพิสูจน์หลักฐานในคดี และนายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์ประจำและหัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ที่ทำให้กลับความเห็นเรื่องความเร็ว ซึ่ง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ยืนยันว่ามันมีการกระทำในลักษณะที่ถูกกดดันด้วย
    “ต้องขอบคุณ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ และนายสายประสิทธิ์ที่ให้ข้อมูล เพราะวันที่สอบปากคำทั้งวันที่ 26 ก.พ.2559 และ 2 มี.ค.2559 ถือเป็นวันเท็จ เพราะวันที่มีการสอบปากคำจริงๆ คือวันที่ 29 ก.พ.2559 เรามีหลักฐานยืนยันชัดเจนเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และทั้งสองคนก็เข้าอยู่กระบวนการคุ้มครองพยานในทันที”
     นายวิชากล่าวต่อว่า คนที่ให้ข้อมูลที่แท้จริงเรื่องความเร็วคือ นายสธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่ได้นำเอกสารที่ท่านทดสอบไปใส่ไว้ในสำนวนคดีด้วย จึงเห็นได้ว่าเป็นข้อพิรุธในสำนวน กระบวนการเหล่านี้ เราเห็นว่ามีการหยิบยกพยานหลักฐานที่สร้างขึ้นมาอันเป็นเท็จ ด้วยความร่วมไม้ร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ ทนายความ มีอัยการท่านหนึ่งอยู่ในกระบวนการนี้ด้วย
    “เรื่องนี้เป็นต้นไม้พิษ สร้างผลไม้อันเป็นพิษ บริโภคไม่ได้ ต้องเสียไปทั้งหมด ในทางกระบวนการเราเห็นว่าให้มีการสอบสวนใหม่ ไม่ใช่ว่าสอบสวนพยานหลักฐานใหม่ตาม ป.วิอาญา มาตรา 147 แต่เราเห็นยิ่งกว่านั้น คือต้องนับหนึ่งใหม่ แต่เนื่องจากบางข้อหาขาดอายุความไปแล้ว คงช่วยไม่ได้ในส่วนนี้ เราเสนอว่าต้องแก้โดยเร่งด่วน ให้อายุความหยุดลงเมื่อผู้ต้องหาหลบหนี แบบเดียวกับคดีทุจริต"
    นายวิชากล่าวอีกว่า มีเรื่องที่ต้องดำเนินการสำหรับบุคคลที่อยู่ในตำแหน่งสูง และเป็นผู้นำองค์กร เราอาจจะไม่ได้ข้อมูลที่แท้จริงในเรื่องของทางอาญาหรือทางวินัย แต่ว่าเราสามารถดำเนินการได้ในแง่ของจริยธรรม เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 พูดถึงเรื่องจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดย ป.ป.ช.เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบ และอาจจะให้พ้นจากตำแหน่งได้โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ประมาณ 10 คนขึ้นไป   
เสนอฟัน 8 กลุ่มตัวการ
    สำหรับข้อเสนอของคณะกรรมการฯ ประกอบด้วย 1.ต้องเริ่มกระบวนการสอบสวนใหม่ให้ถูกต้องในข้อหาที่ยังไม่ขาดอายุความ โดยเฉพาะข้อหายาเสพติดให้โทษ ข้อหาขับขี่รถชนในขณะเมาสุราและเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.ต้องมีการดำเนินการทางวินัยและทางอาญาต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐและบุคคลอื่นที่ร่วมขบวนการ ซึ่งมีทั้งหมด 8 กลุ่ม ดังนี้ 1.พนักงานสอบสวนซึ่งเกี่ยวข้องกับสำนวน 2.พนักงานอัยการซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 3.ผู้บังคับบัญชาซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 4.สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 5.ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 6.ทนายความซึ่งกระทำผิดกฎหมาย 7 พยานซึ่งให้การเป็นเท็จ 8.ตัวการ ผู้ใช้ และผู้สนับสนุนในการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว  
    ผู้สื่อข่าวถามว่า การดำเนินการกับบุคคลระดับผู้บังคับบัญชาจะรวมถึงบุคคลที่อยู่ในระดับผู้นำองค์กรด้วยหรือไม่ นายวิชา ตอบว่า ถ้าเผื่อเขาสอบไปว่าถ้ามายุ่งเกี่ยวด้วยก็ต้องเข้าด้วย แล้วแต่ว่ากระบวนการในการสอบสวนหรือไต่สวนในการดำเนินการเพื่อให้ได้ความจริง ยืนยันว่ามีผู้นำองค์กรเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
    เมื่อถามถึงการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง จากการสวบสวนมีความเชื่อมโยงกับนายวรยุทธหรือไม่ นายวิชากล่าวว่า จากที่เราได้มามีความเชื่อมโยงพอสมควร และเป็นที่รู้กันอยู่ เหมือนในโซเชียลมีเดียก็ยังรู้ล่วงหน้าว่าใครเป็นผู้อุปถัมภ์นายจารุชาติ มีทั้งบุคคลที่มีความเกี่ยวพันกับนายวรยุทธ และกับผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ทางภาคเหนือ ซึ่งเราก็รู้กันอยู่ ดังนั้นทางตำรวจภาค 5 กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ว่าทำไมถึงมีการทำลายมือถือของนายจารุชาติ เพราะมันไม่น่าจะต้องทำลายถึงขนาดนั้น ก็กำลังตรวจสอบอยู่
    นายวิชากล่าวด้วยว่า การติดตามตัวนายวรยุทธ ทาง ตม.ได้ยืนยันแล้วว่าเขาจะไม่ลบชื่อออก และจะดำเนินการต่อไปอย่างจริงจัง ซึ่งทางคณะกรรมการฯ ก็จะรอฟังต่อไปว่าจะมีความชัดเจนอย่างไร ส่วนเรื่องการนำตัวนายวรยุทธมาลงโทษ จะต้องไปถามทางอัยการและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะเป็นเรื่องของกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งที่ผ่านมามีการประสานไปแบบไม่ประสาน ประสานแบบไม่ค่อยเต็มใจจะประสาน แต่ในรอบใหม่นี้ยังไม่เห็นว่าเขาจะไม่เต็มใจหรือเปล่า
    เมื่อถามว่ามีอดีต ผบ.ตร.เกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะมีการให้ปากคำวันที่ 29 ก.พ.59  นายวิชากล่าวว่า เรารู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร ก็ท่านออกมาคัดค้านหรือยอมรับ และขอยืนยันว่าวันที่ 29 ก.พ.ของจริง  
    ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. เป็นหนึ่งในรายชื่อกว่า 10 คนที่เราจะตรวจสอบเพิ่มเติมหรือไม่ นายวิชาตอบว่า พล.ต.อ.สมยศมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสอบพยานเพิ่มว่ามีขึ้นวันที่ 26 ก.พ.59 เมื่อมีข้อมูลยืนยันว่าการสอบพยานเพิ่มมีขึ้นวันที่ 29 ก.พ.59 ถือว่ายังมีข้อสงสัย ก็ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบต่อ
    ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงเรื่องนี้ว่า เป็นคดีที่คาใจประชาชนและสังคม ตนไม่อยากให้ประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่นในระบบและกระบวนการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมของไทย ซึ่งมีการดำเนินคดีมากมาย โดยเฉพาะในคดีลักษณะดังกล่าวมีเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสนคดีในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการฯ ทำงานอย่างน่าชมเชย มีการประชุมเกือบทุกวัน ก็ขอชมเชยมา ณ ที่นี้ มีการส่งรายงานมาทุกรอบ 10 วัน และได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับตน ปรึกษาหารือกันตลอดเวลา แต่ยืนยันว่าตนจะไม่ไปก้าวล่วงกับใคร เพราะถือว่าตนอยู่ตรงกลาง จะไปก้าวล่วงอัยการก็ไม่ได้ เพราะเป็นองค์กรอิสระ ในส่วนของตำรวจได้สั่งการไปตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการฯ
นายกฯจี้ตร.ดำเนินคดีบอส
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้ลงมติเห็นว่าเรื่องนี้ได้ใช้เวลานานถึง 8 ปีเกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวนมาก ทั้งตำรวจ อัยการ ทนายความ ฝ่ายการเมือง ดูแล้วสลับซับซ้อนพิกลอยู่ ซึ่งสังคมไม่ไว้วางใจตรงนี้ มีการร้องเรียนขอความเป็นธรรมซ้ำซาก ถึง 14 ครั้ง คณะกรรมการตรวจสอบฯ ใช้คำว่าอาจจะมีการทำเป็นกระบวนการ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบกันต่อไปให้เกิดความชัดเจนขึ้น ก็ต้องมาดูว่าเราจะทำอย่างไรได้ต่อไป ได้ตรงนี้ อย่าเพิ่งไปดูว่าเป็นใครบ้าง เพราะมันยังต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอีก ยังไม่อยากระบุรายชื่อตรงนี้ แม้หลายคนอยากจะรู้ ก็ได้แต่เพียงรู้เท่านั้นความขัดแย้งก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ เดี๋ยวถึงเวลาก็จะปรากฏเอง
    นายกฯ ระบุว่า วันนี้ข้อเสนอแนะ 5 ข้อของคณะกรรมการฯ ที่เสนอมา ประกอบด้วย 1.ยกคดีขึ้นเพื่อดำเนินการใหม่ โดยเฉพาะคดีที่ยังไม่ขาดอายุความ เรื่องนี้ดำเนินการได้อย่างแน่นอน มี 2-3 คดีที่มีอยู่ 2.ดำเนินคดีและดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย 3.ในบางเรื่องมีความชัดเจนว่ามีความผิดหรือไม่ แต่ต้องตรวจสอบพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องในเชิงจริยธรรม 4.ซักซ้อมเกี่ยวกับความเข้าใจการมอบอำนาจของผู้บังคับบัญชาว่าจะทำอย่างไร เมื่อรับมอบไปแล้วจะรับผิดชอบอย่างไร ก็ต้องไปดูและแก้ไขกฎระเบียบอีกหลายเรื่อง วิธีปฏิบัติในการมอบอำนาจ สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยทันที ถ้าเป็นตำรวจตนก็กำกับดูแลอยู่แล้ว ในส่วนอัยการนั้นก็เป็นอิสระ ในส่วนของทนายความก็มีสภาทนายความที่จะไปดูแลว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือไม่
    และรัฐบาลจะมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นศูนย์กลางติดตามดูแลประสานงานในการดำเนินการความก้าวหน้า พร้อมรายงานให้ประชาชนทราบเป็นระยะ และ 5.ทางคณะกรรมการฯ ขอทำงานต่ออีก 30 วัน เพื่อเสนอแนะการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายในเชิงปฏิรูปให้เกิดความชัดเจน โดยได้พูดคุยกันแล้วว่าจะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง ต้องช่วยกันผลักดันต่อไป เพราะฉะนั้นถ้าใครมีเบาะแสหรือข้อเสนอแนะอะไร ก็ขอให้ส่งกับทางคณะกรรมการฯ  
    “ถ้าเราอยู่กันแบบไร้กฎหมายมันไม่ได้ บ้านเมืองจะกลายเป็นอนาธิปไตยทันที ไม่ใช่ประชาธิปไตยแล้ว ถ้าไม่มีกฎหมายเหล่านี้มันอยู่ไม่ได้ หลายอย่างทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ ความเชื่อมั่นจากต่างประเทศเสียไป เศรษฐกิจก็ไม่มั่นคง การลงทุนก็ลดลง ผมถามว่าเราจะได้อะไร ชัยชนะท่ามกลางซากปรักหักพัง ใครจะได้อะไรขอถามหน่อย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ยกมือไหว้ขอบคุณนายวิชาและคณะกรรมการฯ ที่มานั่งฟังการแถลงข่าวของนายกฯ และรอเพื่อชี้แจงในรายละเอียด
    ช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์โพสต์เฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ระบุตอนหนึ่งว่า สิ่งที่ผมสามารถทำได้ - และผมจะทำ - คือ คดีนี้ จะต้องเข้าสู่กระบวนการเร่งด่วน และให้ตำรวจดำเนินคดีต่อ “บอส” ในคดีที่ยังไม่หมดอายุความ ภายใน 30 วัน เราต้องไม่ปล่อยให้คนหลุดพ้นจากกระบวนการยุติธรรม โดยใช้วิธีถ่วงเวลาให้หมดอายุความ และผมถือว่าการปล่อยให้เกิดความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรม เป็นเรื่องที่เลวร้ายด้วยเหมือนกัน และผมจะสั่งการให้เริ่มสอบสวนเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่อาจจะเกี่ยวข้องทำให้เกิดความไม่ถูกต้องในกระบวนการทางกฎหมาย ทั้งจากปฏิบัติหน้าที่ หรือการไม่ปฏิบัติหน้าที่
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า จะรับข้อเสนอไปแล้วให้ผู้ที่รับผิดชอบดำเนินการต่อ โดยจะให้คณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ที่มีนายเข็มชัย ชุติวงศ์ ประธาน ดำเนินการต่อ.

 


หมู่นี้ ขบวนการล้มเจ้า "โจมตีสถาบัน" หนัก ถึงขั้น "ปั้นข่าวเท็จ" เอาดื้อๆ ว่า "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" และ "สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี" ทรงพระประชวร เขียนเป็นตุ-เป็นตะ ว่าทรงพระประชวรด้วยพระอาการโรคนั้นๆ ประทับรักษาพระองค์อยู่โรงพยาบาลนั้นๆ เผยแพร่ทางออนไลน์

โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว